นายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากร น้ำบาดาล เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์แหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาใน 4 เขื่อนหลักน้อยกว่า ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีนโยบายให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการป้องกันและบรรเทา ความเดือดร้อนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ประเมินศักยภาพของแหล่งน้ำบาดาลต้นทุนที่สามารถพัฒนาขึ้นมาใช้ประโยชน์ในช่วงที่เกิดภาวะภัยแล้ง และเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาล่วงหน้า โดยมอบเป็นนโยบายเร่งด่วนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งทั่วประเทศ ดังนี้
มาตรการที่ 1 จัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องจักรเพื่อให้พร้อมดำเนินการในพื้นที่ ประกอบด้วย ชุดเจาะบ่อน้ำบาดาล 92 ชุด ชุดเป่าล้างทำความสะอาดบ่อน้ำบาดาล 76 ชุด ชุดซ่อมระบบประปาและ เครื่องสูบ 56 ชุด ชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำเคลื่อนที่ 18 ชุด รถบรรทุกน้ำ 95 คัน จุดจ่ายน้ำถาวร 87 แห่ง และระบบน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนทั่วประเทศ จำนวน 2,631 ระบบ
มาตรการที่ 2 จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อติดตามให้ความช่วยเหลือเรื่องน้ำกินน้ำใช้ของประชาชน และรับแจ้งการขอความช่วยเหลือด้านน้ำบาดาลจากประชาชนผ่านสายด่วนกระทรวงทรัพยากรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม Green Call 1310 กด 4
มาตรการที่ 3 เร่งรัดการดำเนินงาน 4 โครงการหลักของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เป้าหมายรวม 5,997 แห่ง งบประมาณ 3,452 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถให้บริการประชาชนได้กว่า 530,000 ครัวเรือน มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 390,000 ไร่ คิดเป็นปริมาณน้ำประมาณ 197 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ประกอบด้วย
- โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เป้าหมายดำเนินการ 1,836 แห่งทั่วประเทศ งบประมาณ 1,468 ล้านบาท เป็นการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลพร้อมก่อสร้างระบบประปาบาดาลและระบบกระจายน้ำให้แก่หมู่บ้านที่ไม่มีระบบประปา ซึ่งจะช่วยให้ประชาชน มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างพอเพียงตลอดฤดูแล้ง
- โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศหรือโครงการน้ำโรงเรียน เป้าหมายดำเนินการ 688 แห่งทั่วประเทศ งบประมาณ 742 ล้านบาท เพื่อช่วยให้นักเรียนและบุคคลากรในโรงเรียน รวมถึงชุมชนใกล้เคียงมีน้ำดื่มสะอาดมาตรฐานองค์การอนามัยโลกและ เป็นจุดให้บริการน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงที่เกิดภัยธรรมชาติได้อีกด้วย
- โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง เป้าหมายดำเนินการจำนวน 1,278 แห่ง งบประมาณ 506 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ให้มีแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชผักในการเลี้ยงชีพและประกอบอาชีพ ช่วยให้คนในพื้นที่ มีงานทำ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และช่วยบรรเทาปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำในเมืองใหญ่
มาตรการที่ 4 การให้ความช่วยประชาชนในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ผ่านโครงการ "ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง" ประจำปี พ.ศ. 2559 ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน คือ กองทัพบก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรมทรัพยากร น้ำบาดาล โดยเปิดจุดจ่ายน้ำถาวรทั่วประเทศ 87 แห่ง เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำแก่ประชาชน ซึ่งคาดว่าจะเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ ภายในต้นปี 2559
มาตรการที่ 5 สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน เช่น ความรู้เรื่องการทรุดบ่อ การเจาะบ่อน้ำบาดาลทำให้เกิดแผ่นดินทรุดหรือไม่ รวมถึงการชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรกรในการนำ น้ำบาดาลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่นำน้ำบาดาลไปใช้เพาะปลูกข้าว
มาตรการที่ 6 เฝ้าระวังระดับน้ำบาดาลและตรวจสอบคุณภาพน้ำบาดาลผ่านเครือข่าย บ่อสังเกตการณ์ทั่วประเทศ 2,561 สถานี จำนวน 5,515 บ่อ และสามารถกักเก็บไว้ใช้เป็นแหล่งน้ำสำรอง ในกรณีจำเป็นได้ ไม่น้อยกว่า 161 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
มาตรการที่ 7 การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปาสำหรับการอุปโภคบริโภคของประชาชน ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล (กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวม 7 จังหวัด) ที่ผ่านมากรมทรัพยากร น้ำบาดาลได้ออกใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลแล้ววันละ 800,000 ลูกบาศก์เมตร และสามารถออกใบอนุญาต ให้ใช้น้ำบาดาลเพิ่มเติมได้อีกวันละ 400,000 ลูกบาศก์เมตร รวมเป็นวันละ 1,200,000 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกิน Safe Yield 1.25 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่สามารถนำขึ้นมาใช้ได้ โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อเนื่อง) ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตงดใช้น้ำประปา และให้ใช้น้ำบาดาลเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะ โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีผลให้ประชาชนได้ใช้น้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ ตลอดฤดูแล้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันปริมาณการสูบใช้น้ำบาดาลในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลมีเพียงวันละ 200,000 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มีบุคคลและกลุ่มบุคคลแอบอ้างปลอมแปลงเอกสารราชการหลอกลวงว่า ได้รับงานจ้างเหมาเอกชนเจาะบ่อน้ำบาดาล จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาจทำให้ผู้มีอาชีพรับจ้างเจาะบ่อน้ำบาดาลหรือผู้เกี่ยวข้องหลงเชื่อ และไปดำเนินการทำสัญญารับงานจ้างกับบุคคลและกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า หรือขอรับผลประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลขอเรียนให้ทราบว่า หากจะดำเนินการจัดจ้างเมื่อใดจะมีการประกาศให้ทราบอย่างชัดเจน พร้อมเผยแพร่ บนเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (www.dgr.go.th) และขอย้ำว่าแนวทางหรือหลักเกณฑ์วิธีการจัดซื้อจัดจ้างของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะไม่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าหรือให้วางเงินมัดจำใดๆ และการลงนาม ในสัญญาต่างๆ คู่สัญญาต้องเดินทางไปลงนาม ณ ที่ทำการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในส่วนกลางหรือ ส่วนภูมิภาค 12 แห่ง เท่านั้น
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณต้นปี 2558 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ทำหนังสือแจ้งให้ประธานชมรมช่างเจาะน้ำบาดาลแห่งประเทศไทย ประธานชมรมช่างเจาะน้ำบาดาลแห่งประเทศไทยภาคเหนือ นายกสมาคมน้ำบาดาลไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทราบถึงกรณีมีบุคคลและ กลุ่มบุคคลแอบอ้างว่าได้รับงานจ้างเหมาเอกชนเจาะบ่อน้ำบาดาลจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในแต่ละพื้นที่ ทั่วประเทศแล้วครั้งหนึ่ง และจัดทำประกาศเตือนบนหน้าเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (www.dgr.go.th) รวมทั้งได้ดำเนินการมอบอำนาจการร้องทุกข์แทนอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ให้ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 1-12 สามารถดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลและประชาชนทั่วไป ซึ่งทางหน่วยงานจะเร่งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุแล้วเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำการแอบอ้างดังกล่าวมาดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุด
หากประชาชนท่านใดพบการกระทำดังกล่าวให้แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที สำหรับ
ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำบาดาล หรือผู้มีอาชีพรับจ้างเจาะบ่อน้ำบาดาลที่มีข้อสงสัยต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สามารถติดต่อผ่านสายด่วน Green Call 1310 กด 4
กรมลดโลกร้อน ลงนาม MOU จัดการสิ่งแวดล้อมสู่เมืองพร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา
กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IPCC ครั้งที่ 64 เร่งวางโรดแมป "AR7" วางรากฐานข้อมูลวิทยาศาตร์เพื่อกู้วิกฤตโลก
กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง มูลนิธิเอสโอเอส ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดี สู่กลุ่มเปราะบาง เดินหน้าลดขยะอาหาร ลดก๊าซเรือนกระจก
บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
ห้ามพลาด ร่วมกิจกรรม เปิดเวที Youth Groundwater Guardian ปี 2 นักสื่อสารน้ำบาดาลรุ่นใหม่ - สมัครก่อน 15 มี.ค. นี้เท่านั้น!
สวทช. - ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทส. เปิดเวทีอบรม "ปธส." รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำ ลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม
กรมลดโลกร้อน ยกระดับกลไก จัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวฯ เชื่อมข้อมูล 6 สาขา รับมือสภาพอากาศสุดขั้ว
ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จับมือกรมควบคุมมลพิษ - กรุงเทพมหานคร - กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" ปี 2569