เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2558เร็วๆ นี้ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้ร่วมกับสถาบันรามจิตติจัดเวทีสัญจรระดมความคิดตั้งโจทย์การทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวเชิงพื้นที่ ดึงพลังความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาคีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมาร่วมตั้งโจทย์ โดยมีหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดและศูนย์พัฒนาครอบครัวชุมชนเป็นหน่วยประสานการทำงานระดับจังหวัดและท้องถิ่น เน้นยุทธศาสตร์การทำงานบนฐานเชื่อมต่อข้อมูลและการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวทั้งนี้ในเวทีระดมความคิดดังกล่าวได้มีการสะท้อนข้อมูลติดตามสภาวการณ์เด็กเยาวชนและครอบครัว
ในรอบหลายปีที่ผ่านมาในโครงการ Child Watch รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้ถึงสภาวการณ์ด้านครอบครัวอยู่หลายเรื่องที่ชี้ถึงสภาวการณ์ครอบครัวไทยที่กำลังเผชิญช่องว่างทางความสัมพันธ์และมีแนวโน้มเปราะบางว่า เด็กไทยในปัจจุบันไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ หรือพ่อแม่แยกทางกันอยู่ในภาวะคงที่ ที่ร้อยละ 32 สอดคล้องกับข้อมูลสถิติการจดทะเบียนครอบครัวในปัจจุบัน ที่มีอัตราหย่าร้าง1ใน3ของคู่จดทะเบียนสมรส โดยเมื่อเมื่อทำการวิเคราะห์ปัจจัยด้านครอบครัว พบว่าสภาวการณ์ด้านครอบครัวนี้ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็ก โดยพบว่าเด็กซึ่งไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มีแนวโน้มความเสี่ยงในหลายเรื่อง และที่น่าสนใจคือข้อมูลชี้สถานการณ์ครอบครัวยากลำบากที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และมีความต้องการในการดูแลช่วยเหลือที่แตกต่างกันไปตามบริบทและสถานการณ์ปัญหาอีกด้วย โจทย์เรื่องความเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวจึงเป็นโจทย์ท้าทายยิ่งในปัจจุบัน
นางอัจฉรา พุ่มมณีกร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครอบครัว กรมสตรีและสถาบันครอบครัว ชี้ว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ถือเป็นหน่วยงานหลักระดับชาติในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มมีการพัฒนาการทำงานด้านข้อมูลเพื่อให้ สค. และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเองมีข้อมูลสภาวการณ์ด้านครอบครัวในพื้นที่ของตน?ปัจจุบัน สค. ได้ปรับแผนปรับภารกิจหลายเรื่อง โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนการทำงานผ่านการมีข้อมูลในการช่วยตัดสินใจ "การดูแลช่วยเหลือครอบครัวในชุมชนเป็นภารกิจสำคัญของศพค.เพราะสิ่งสำคัญกว่านั้นก็เหมือนเป็นครอบครัวของเราเช่นกัน" เพราะมองว่า งานด้านส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว หากปล่อยให้เป็นภาระของครอบครัวเพียงหลายแบบ ล่าสุด สค. ได้สนับสนุนการทำงานโครงการพัฒนากลไกการเชื่อมต่อข้อมูลและการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ตามนโยบายของรัฐ โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ เป็นที่ปรึกษาโครงการ มีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นหน่วยประสานความร่วมมือระดับจังหวัดและ "ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน" (ศพค.) เป็นจุดประสานจัดการเพื่อการขับเคลื่อนการทำงานระดับพื้นที่ชุมชน ผ่านกระบวนการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างสังกัด อาทิ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว บุคลากรของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข สถานศึกษา ชุมชน เป็นต้น
ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ที่ปรึกษา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวในกลุ่มเป้าหมายครอบครัว 4 ลักษณะ ได้แก่ ครอบครัวฐานะยากจน ครอบครัวที่มีผู้พิการและเจ็บป่วยเรื้อรัง ครอบครัวลักษณะเฉพาะ เช่น ครอบครัวแม่วัยรุ่น ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวที่ผู้สูงอายุดูแลเด็กตามลำพัง ครอบครัวผู้สูงอายุอยู่ตามลำพัง เป็นต้น และครอบครัวที่มีความรุนแรงในครอบครัว อันเนื่องมาจากในรายงานแผนพัฒนาครอบครัวได้ชี้ให้เห็นสภาวการณ์ครอบครัวยากลำบากในบางกลุ่มที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นและกำลังกลายเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับการทำงานพัฒนาครอบครัว ดังข้อมูลที่พบว่า 1) ครอบครัวฐานะยากจน เป็นครอบครัวมีรายได้รวมกันไม่เกิน 20,000 บาท/ปี พบว่าความยากจนโดยรวมมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 10.9 ของประชากรทั้งประเทศ หรือมีคนจน ประมาณ 7.3 ล้านคน (ข้อมูลจากการสำรวจสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ ประมวลโดยสำนักพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้ภาวะสังคม สคช.ปี2556)2 ) ครอบครัวที่มีผู้พิการและเจ็บป่วยเรื้อรังจากรายงานการสำรวจความพิการ (สคพ.) และของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2555 พบมีคนพิการทั้งสิ้น 1.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.2 ของประชากรไทยประเด็นด้านสาเหตุของความพิการที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน มะเร็งและสาเหตุจากอุบัติเหตุจราจร เป็นต้น3) ครอบครัวที่มีลักษณะเฉพาะอาทิ ครอบครัวแม่วัยรุ่น จากการสำรวจพบว่ามีกลุ่มแม่วัยรุ่นมีจำนวนประมาณ 120,000 – 150,000คนต่อปีครอบครัวแม่วัยรุ่นมักประสบปัญหาภาวะการเป็นแม่เลี้ยงเดียวและยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง และจากปัญหาการท้องก่อนวัยอันควรนี้เองทำให้เด็กกลุ่มนี้ขาดความกล้าหรือได้รับโอกาสให้กับเข้าสู่ระบบการศึกษา 4) ครอบครัวที่มีความรุนแรงในครอบครัวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
ดร.จุฬากรณ์ยังกล่าวอีกว่า นอกจากข้อมูลเชิงปริมาณที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวใช้ในการตั้งหลักตั้งโจทย์โครงการดังกล่าวแล้ว เมื่อลงพื้นที่เชิงลึกและรวมจากการระดมความคิดกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่ได้ดำเนินงานเวทีสัญจรมากว่า 10 เวทีใน 5 ภูมิภาค มีตัวแทนและเครือข่ายชุมชนเข้าร่วมกว่า 50 ชุมชน ที่ประกอบไปด้วยผู้แทนศพค. อบต. อสม. และภาคีต่างๆ ซึ่งได้สะท้อนสภาวการณ์ด้านครอบครัวเชิงลึกที่น่าสนใจในหลายเรื่อง โดยพบปรากฏการณ์ร่วมครอบครัวส่วนใหญ่ที่เผชิญปัญหามีลักษณะที่เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวที่มีผู้สูงอายุ โดยครอบครัวเหล่านี้ยังมีปัญหาทับซ้อน เช่น ยากจน มีผู้พิการและเจ็บป่วยเรื้อรัง ขณะเดียวกันพบ ครอบครัวลักษณะเฉพาะ เช่น ปัญหาแม่วัยรุ่น ครอบครัวที่มีปัญหายาเสพติดซึ่งจะพบมากในพื้นที่ที่มีลักษณะชายขอบหรืออยู่ติดชายแดน ส่วนครอบครัวที่มีความรุนแรงในครอบครัวมักจะพบปัญหาที่เกี่ยวเนื่องคือการเสพสุรา และพบลักษณะความรุนแรงที่เกิดขึ้นคือลูกทำร้ายพ่อแม่/ตายาย
นอกจากนี้ปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดคือลักษณะของสภาพครอบครัว 1 ใน 3 ของครอบครัวที่เด็กไม่ได้อยู่กับพ่อ/แม่ แต่มีผู้สูงอายุเป็นผู้ปกครองหรือรับภาระเลี้ยงดูเด็ก โดยส่วนใหญ่ทั้ง 5 จังหวัดเผชิญสถานการณ์ร่วมไม่ต่างกัน หากแต่ขึ้นอยู่กับลักษณะของบริบทพื้นที่ เช่น ครอบครัวในเขตเมืองจะมีปัญหาเรื่องการเลี้ยงดูบุตรและการสร้างทักษะชีวิต ปัญหาเรื่องแม่วัยรุ่น รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น ครอบครัวในเขตชนบทจะเผชิญปัญหาความยากจนและการถูกทอดทิ้ง ซึ่งหลังจากเวทีนี้จะได้ร่วมกับจังหวัดนำร่องได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง ภาคกลาง จังหวัดราชบุรี และภาคใต้ จังหวัดพังงา ในการร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนากลไกการเชื่อมต่อข้อมูลและการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวแต่ละแห่งต่างมีต้นทุนและการทำงานที่น่าสนใจแตกต่างกันไป และยุทธศาสตร์การทำงานครอบครัวเชิงรุกตามพื้นที่ หรือที่เรียกว่า ยุทธศาสตร์การจัดการเชิงพื้นที่ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลในการทำงานและกลไกการทำงานที่ออกแบบให้สอดคล้องตอบโจทย์แต่ละถิ่นที่เป็นกลไกร่วมการทำงาน ซึ่งหลังจากเวทีสัญจรดังกล่าวแล้ว ยังมีการทำงานเชิงลึกในแต่ละชุมชนกว่า 50ชุมชนนำร่องในการขับเคลื่อนงานพัฒนาครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม โดยหวังว่าจะก่อให้เกิดตัวแบบเชิงระบบที่จะทำงานด้านครอบครัวเพื่อสร้างความเข้มแข็งระยะยาว
นายสมชัย ชมขวัญ ประธานศพค.ตำบลถ้ำ จังหวัดพังงา ผู้เข้าร่วมเวทีระดมความคิดกล่าวว่า "ชุมชนเป็นเจ้าของพื้นที่เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ชุมชนเองต้องเป็น ด่านแรกในการร่วมแก้ปัญหา โดยศพค.จะเป็นจุดแรกที่จะเป็นผู้ประสานการทำงานดึงพลังจากภาคีในพื้นที่ที่จะร่วมกันดูแลแก้ปัญหาครอบครัวชองคนในชุมชนและผลักดันการทำงานด้านครอบครัวได้ตรงจุดตรงความต้องการของพื้นที่ และพร้อมออกตัวเป็นชุมชนนำร่องจะขับเคลื่อนการทำงานด้านครอบครัวในพื้นที่เพื่อเป็นจุดสำคัญในการแก้ปัญหาและพัฒนาครอบครัวในชุมชนให้เต็มศักยภาพ"
ด้านนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ นางสาวอุทัย ดวงมณีในฐานะหน่วยประสานได้สะท้อนมุมมองว่า "ต้องขอบคุณที่ทางกระทรวงเห็นความสำคัญต่อการทำงานครอบครัวในเชิงพื้นที่และให้สถาบันรามจิตติมาร่วมหนุนการทำงานของศูนย์พัฒนาครอบครัวในแต่ละชุมชน เพราะนอกจากการเสริมเรื่ององค์ความรู้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาครอบครัวในชุมชนแล้วการมาช่วยเรื่องการเชื่อมต่อข้อมูลและเสริมให้พื้นที่สามารถออกแบบการทำงานบนฐานข้อมูลจะช่วยให้การทำงานของศพค.เองมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งนี้ต้องอาศัยหลักคิดร่วมกันคือการทำงานเชิงพื้นที่ที่จะเป็นการตอบโจทย์การทำงานด้านครอบครัวได้อย่างแท้จริง"
นอกจากยังชมรมผู้สูงอายุ และกลุ่มต่างๆ ยังได้เสนอเรื่องการทำงานในพื้นที่ว่า "นอกจากการทำงานด้านดูแลและเยียวยาผู้สูงอายุในครอบครัวแล้วการเล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องการเสริมพลังผู้สูงอายุที่มีศักยภาพต่อการทำงานด้านครอบครัวอย่างมากแต่จำเป็นต้องมีการวางแผนจัดการให้เกิดกิจรรมที่จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่โดยหวังการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมเพื่อให้ครอบครัวเป็นพลังสำคัญของการพัฒนาคนและอนาคตต่อไป
พม. เปิดกิจกรรมเวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนฉลองเทศกาลแห่งความสุข ช้อปสินค้าส่งท้ายปีจากฝีมือกลุ่มเปราะบาง ร่วมกับ พม. จัดงาน Gift to Give ครั้งที่ 6 มหกรรมของขวัญถูกใจได้บุญ 2024
พม. หนุนกลุ่มอาชีพ จัดงาน "เวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ"
FWD ประกันชีวิต รับประกาศเกียรติคุณ องค์กรตัวอย่างด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ
พม. จัดงาน "วันสตรีสากล ประจำปี 2566" ชูแนวคิด "พลังสตรีและเด็กหญิง ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่ความเสมอภาคระหว่างเพศอย่างยั่งยืน"
"ซิตี้แบงก์" คว้ารางวัล UN Women 2022 Thailand WEPs Awards ยกย่ององค์กรส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ
พม. จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว
"TCEB" ผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วนสุดพลัง! ประกาศ "ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030"
เขตพระนครบูรณาการแก้ปัญหาคนไร้บ้าน ถ.ราชดำเนินกลาง-เสาชิงช้า เพิ่มมาตรการดูแลพื้นที่-ส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน