แพทย์หญิงกรุณา อธิกิจ อายุรแพทย์ รพ.ปิยะเวท "ห้องน้ำสาธารณะเป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และสะสมของเชื้อโรคต่างๆ เป็นจำนวนมาก เนื่องจากในแต่ละวันมีคนเข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมากและในบางสถานที่มีการดูแลความสะอาดที่ไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุให้ผู้ใช้บริการมีโอกาสติดเชื้อโรคจากการใช้ห้องน้ำสาธารณะได้ อาทิ เชื้อไวรัสเริม เชื้ออหิวาตกโรค เป็นต้น เนื่องจากในห้องน้ำมีความร้อนและความชื้น ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด แนะนำให้ใช้ห้องน้ำสาธารณะด้วยความระมัดระวัง อาจจะเลือกใช้ห้องน้ำที่มีความสะอาด มีการทำความสะอาดและได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งเมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วควรปิดฝาชักโครกก่อนกดทุกครั้ง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคในอากาศสู่ระบบทางเดินหายใจ ข้อสำคัญที่สุดซึ่งควรทำให้ติดเป็นนิสัยทั้งชายและหญิงคือ การล้างมือทุกครั้ง หลังการเข้าห้องน้ำ เป็นวิธีดูแลและป้องกันตัวเองให้ห่างไกลเชื้อโรคอย่างง่ายที่สุด ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง หลักการล้างมือที่ถูกต้องมีทั้งสิ้น 7 ขั้นตอนได้แก่ 1.ใช้น้ำและสบู่ล้างฝ่ามือให้สะอาดโดยใช้ฝ่ามือถูกัน 2.ใช้ฝ่ามือถูหลังมือและซอกนิ้วมือ 3.ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือและซอกนิ้วมือ 4.ใช้หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ 5.ถูบริเวณหัวแม่มือโดยรอบฝ่ามือ 6.ใช้ปลายนิ้วถูขวางฝ่ามือ 7.ถูรอบๆ ข้อมือ และหลังจากทำจนครบทั้ง 7 ขั้นตอนแล้ว ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและเช็ดให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู ไม่ควรใช้เครื่องเป่ามืออัตโนมัติในห้องน้ำสาธารณะเพราะเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีการสะสมของเชื้อโรคอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน สุดท้ายก่อนออกจากห้องน้ำถ้าจำเป็นต้องเปิดประตู ให้ใช้กระดาษทิชชู จับลูกบิดประตู อาจจะฟังดูยุ่งยาก วุ่นวายไปหน่อย แต่ถ้าแลกกับสุขภาพที่ดี ไม่ป่วยด้วยเชื้อโรคที่แพร่กระจายอยู่เต็มห้องน้ำนั้นก็ถือว่าคุ้มค่า และต้องทำให้เคยชินจนติดเป็นนิสัย ควรท่องไว้ให้ขึ้นใจเสมอว่า การล้างมือบ่อยครั้งนั้น สามารถช่วยยับยั้งเชื้อโรคได้"
ทุกวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันล้างมือโลก (Global Handwashing Day) เป็นการรณรงค์และกระตุ้นให้ประชากรกว่าล้านคนทั่วโลกให้ล้างมือด้วยสบู่ ซึ่งเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่สำคัญได้ทางหนึ่ง วันการล้างมือโลกถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 2008 โดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ทั้งนี้จากผลการศึกษาพบว่า การล้างมือ แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยทำกัน ทั้งๆ ที่สามารถลดโอกาสการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้เกือบ 50% โดยองค์การยูนิเซฟ ระบุว่าในแต่ละปีนั้นมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เสียชีวิตจากโรคท้องร่วงประมาณ 2 ล้านคน และจากโรคปอดบวม อีกราว 2 ล้านคน ซึ่งการล้างมือด้วยน้ำกับสบู่อย่างถูกวิธีจะช่วยลดการเสียชีวิตจาก โรคท้องร่วงได้ถึง 50% และจากโรคปอดบวมได้อีกราว 25 % ดังนั้นหัวใจหลักของ วันล้างมือโลก จึงต้องการมุ่งไปยังกลุ่มเด็กนักเรียน เพื่อหวังจะเพิ่มจำนวนเด็กๆ ให้มีนิสัยเคยชินกับการล้างมือด้วยสบู่
กรมอนามัยห่วงใยประชาน เลี่ยงการใช้หนังสือพิมพ์ห่ออาหาร แนะนำเลือก Food Grade "สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน" ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร
"วัณโรค" แพร่กระจายเชื้ออย่างไร? เรื่องต้องรู้เพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก
สคร.12 สงขลา เตือนระวัง อาหารเป็นพิษ โรคยอดฮิตในหน้าร้อน เน้นย้ำ "สุก ร้อน สะอาด"
ความสำคัญของ คอปเปอร์ ซัลเฟต ในอาหารสัตว์ เคล็ดลับการเสริมภูมิคุ้มกันและลดความสูญเสียในฟาร์มปศุสัตว์ที่เกษตรกรต้องรู้
เขตบางรักแก้ปัญหานกอีกาคุ้ยเขี่ยขยะบนทางเท้า ถ.สีลม เพิ่มรอบเก็บขยะ-กำชับทิ้งให้ถูกเวลา
รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง จัดงานมหกรรมตรวจสุขภาพ "สุขภาพดี เพราะเราเข้าใจ"
เตือนภัย “ฉี่หนู” ภัยใกล้ตัวที่มากับฝน