ป่าชุมชนบ้านต่อแพ อยู่ห่างจากตัวอำเภอขุนยวมประมาณ 5 กิโลเมตร มีพื้นที่ป่าประมาณ 1,170 ไร่ มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบภูเขาสูงสลับกันไป ริมฝั่งแม่น้ำยวม พื้นที่ป่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นป่าดิบเขา มีพืชสมุนไพร 200-300 ชนิด มีของป่าที่กินได้มากมายหลายชนิด เช่น หน่อไม้ เห็ดไข่เหลือง เห็ดไข่ขาว เห็ดลม กระชาย ผักกูด มะเขือพลวง บวบป่า กล้วยป่า เพกา น้ำผึ้ง ฯลฯ และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่นานาชนิด
ก่อนจะได้ชื่อว่า "บ้านต่อแพ" พื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำนา เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้สามารถผลิตข้าวได้มาก แต่ไม่มีเส้นทางคมนาคมลำเลียงข้าวไปจำหน่าย ชาวบ้านจึงนำไม้ไผ่มาผูกเป็นแพเพื่อบรรทุกข้าวไปขายที่เมืองยม ซึ่งเป็นอำเภอแม่สะเรียงในปัจจุบัน ผ่านการล่องแพไปตามลำน้ำยวม วิถีชาวบ้านที่มีการต่อแพเพื่อใช้ลำเลียงสินค้าไปจำหน่ายยังที่อื่นๆ จึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน "บ้านต่อแพ" นับแต่ปี 2464 เป็นต้นมา
คนพื้นถิ่นในหมู่บ้านต่อแพส่วนมากเป็นชาวไทใหญ่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งนี้ ชาวบ้านได้เริ่มรวมตัวกันดูแลรักษาในพื้นที่อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2550 และจดทะเบียนจัดตั้งป่าชุมชนกับกรมป่าไม้ในปี 2557 ซึ่งมี นายชัยเดช สุทินกรณ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน และเป็นประธานป่าชุมชน โดยชุมชนมีมติร่วมกันที่จะดูแลรักษาป่า และน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการอนุรักษ์ผืนป่า ชาวชุมชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า ชุมชนได้จัดตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนซึ่งจะประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง มีการจัดทำแผนชุมชนที่ชัดเจนและปฏิบัติเห็นผลเป็นรูปธรรม การจัดทำกฎระเบียบหมู่บ้าน เช่น การอนุญาตให้ขยายการเพาะปลูก เฉพาะในพื้นที่เดิมที่เคยทำ การห้ามบุกรุกป่าโดยมีการจัดเวรยามลาดตระเวนป่าวันละ 3 คน การห้ามเผาป่าเด็ดขาด หากเผาในพื้นที่ทำการเกษตรต้องทำแนวกันไฟ และต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือกรรมการชุดดับไฟป่าของหมู่บ้านก่อนเผา การจัดตั้งศูนย์ระวังป้องกันไฟป่าและหมอกควันในระดับหมู่บ้าน การควบคุมการเผาขยะมูลฝอย ชุมชนยังประสบความสำเร็จในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันจากไฟป่า โดยมีการจัดการความเสี่ยงการเกิดไฟป่า เช่น การไม่เผาป่าเพื่อปรับพื้นที่ทำเกษตรในช่วงเวลาที่ทางราชการกำหนด และงดการเผาในที่โล่ง ทำให้ชุมชนบ้านต่อแพได้รับการยกย่องเป็นหมู่บ้านต้นแบบปลอดการเผา
ป่าชุมชนมีกิจกรรมพัฒนาชุมชนตลอดปี เช่นการบวชป่า ปลูกป่า สร้างฝาย สร้างแนวกันไฟ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสามัคคีและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ ป่าชุมชนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งการรักษาป่าต้นน้ำ และมีการจัดทำระบบประปาภูเขาเพื่อใช้ในหมู่บ้าน ทำให้บ้านต่อแพมีน้ำใช้ตลอดปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งธนาคารขยะโดยการแยกขยะจำหน่าย การนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมัก-น้ำหมักชีวภาพ การผลิตถ่านอัดแท่งจากเศษใบไม้เป็นพลังงานทดแทน
ผู้นำป่าชุมชนมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างจิตสำนึก โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการส่งเสริมอาชีพแก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง การจัดตั้งกลุ่มเกษตรปลอดภัยที่ปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมีซึ่งนำมาประกอบอาหารให้แก่นักท่องเที่ยว และการสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้านในการผลิตผลิตภัณฑ์ เช่น การผลิตหมวกสานจากไม้ไผ่ที่เรียกว่ากุ๊บไต การสานใบตองตึงเพิ่มมูลค่าเพื่อนำมาทำเป็นแพมุงหลังคาและใช้คลุมแปลงปลูกสตอเบอรี่ การส่งเสริมการทำบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ ป่าชุมชนมีการจัดทำโฮมสเตย์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในป่าชุมชน คือ เส้นทางการเดินทัพญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการอนุรักษ์ธรรมชาติจนทำให้ป่าชุมชนมีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้ง การมีผู้นำที่เข้มแข็ง ชาวบ้านมีความรักใคร่สามัคคีปรองดองกัน และมีส่วนร่วมในการพัฒนารักษาป่าบนแนวคิดเพื่อการพัฒนาชุมชน พร้อมทั้งการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรให้แก่เยาวชน ทำให้ป่าชุมชนบ้านต่อแพคว้ารางวัลป่าชุมชนสุดยอดระดับประเทศไปครอง เป็นป่าชุมชนตัวอย่างที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชนทุกคนที่ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าชุมชนของประเทศ
กรมลดโลกร้อน ลงนาม MOU จัดการสิ่งแวดล้อมสู่เมืองพร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา
กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IPCC ครั้งที่ 64 เร่งวางโรดแมป "AR7" วางรากฐานข้อมูลวิทยาศาตร์เพื่อกู้วิกฤตโลก
กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง มูลนิธิเอสโอเอส ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดี สู่กลุ่มเปราะบาง เดินหน้าลดขยะอาหาร ลดก๊าซเรือนกระจก
บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
ห้ามพลาด ร่วมกิจกรรม เปิดเวที Youth Groundwater Guardian ปี 2 นักสื่อสารน้ำบาดาลรุ่นใหม่ - สมัครก่อน 15 มี.ค. นี้เท่านั้น!
สวทช. - ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทส. เปิดเวทีอบรม "ปธส." รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำ ลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม
กรมลดโลกร้อน ยกระดับกลไก จัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวฯ เชื่อมข้อมูล 6 สาขา รับมือสภาพอากาศสุดขั้ว
ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จับมือกรมควบคุมมลพิษ - กรุงเทพมหานคร - กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" ปี 2569