ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด (บลจ.วรรณ) เปิดเผยว่า ในภาวะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกยังทรงตัวในระดับต่ำ ได้ส่งผลดีต่อธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากรายได้ค่าเช่า โดยเฉพาะกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยปัจจุบันอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยยังคงอยู่ในอัตราที่สูง ประมาณ 5.35% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 1.69% ต่อปี บ่งชี้ได้ว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังมีส่วนต่างผลตอบแทนที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง
"ผู้ลงทุนยังต้องติดตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปลายสัปดาห์นี้จะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติม อาทิ ตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ และการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหากออกมาดีตลาดก็จะมีความกังวลต่อถึงความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ หากเฟดไม่พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.นี้ โอกาสที่เฟดจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งน่าจะเป็นในช่วงไตรมาส 4/59 เพื่อรอให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ผ่านพ้นไปก่อน ซึ่งจะลดปัจจัยกดดันให้ธปท. ต้องเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศ เพื่อรักษาส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศ โดยหากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศหลักๆยังทรงตัวในระดับต่ำก็จะเอื้อต่อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีรายได้ค่าเช่าต่อไป และทำให้มีส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์กับอัตราดอกเบี้ยยังคงดึงดูดความน่าสนใจของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์" ดร.วิน กล่าว
ในส่วนกองทุนรวมอสังหาริทรัพย์ของบลจ.วรรณ คณะกรรมการจัดการลงทุนได้มีมติจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จากกำไรสุทธิของผลดำเนินงานในไตรมาสแรกกระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 จำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยอินดัสเตรียล 1 (TIF1) ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.1544 บาท กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยูนิลอฟท์ (UNIPF) ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.175 บาท กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก (BKKCP) ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.16 บาท หรือคิดเป็น Dividend Yieldระดับราคา ณ สิ้นไตรมาส 1/59 ประมาณ 8.39% 7.45% และ 6.57% ตามลำดับ ซึ่งทั้ง 3 กองทุนจะกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 9 มิถุนายน 2559
สำหรับ กองทุน TIF1 เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อาคารโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรมและเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี และ จังหวัดชลบุรี จำนวนรวมทั้งสิ้น 26 โรงงาน กองทุน UNIPF เป็นกองทุนรวมที่ได้ลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในโครงการหอพักยูนิลอฟท์ ศาลายา พร้อมระบบสาธารณูปโภค งานระบบ เฟอร์นิเจอร์ วัสดุ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องและจำเป็นต่อการใช้ประโยชน์ในโครงการ และกองทุน BKKCP ลงทุนในห้องชุดสำนักงานและพาณิชยกรรม ในอาคารชาญอิสระทาวเวอร์ จำนวน 24 ห้อง และ อาคารชาญอิสระ ทาวเวอร์ 2 จำนวน 136 ห้อง ซึ่งกองทุนจะมีรายได้จากการทำสัญญาจากผู้เช่ารายย่อย โดยแต่งตั้งบริษัท ชาญอิสสระดีเวล็อปเมนท์ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้บริหารและดูแลทรัพย์สินออกจัดหาประโยชน์ให้แก่กองทุน
บลจ.อีสท์สปริง เตรียมจ่ายปันผลกองทุนอสังหาฯ "LUXF" 0.64 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่ากว่า 125 ล้านบาท
BBLAM แนะกระจายการลงทุนรับความผันผวน ผ่านกองทุนเด่นหลากหลายสินทรัพย์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต