รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั้งฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุนบริเวณเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมพิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และเพื่อรวบรวมข้อมูลในการพิจารณาต่อหรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตของบริษัทดังกล่าวในขั้นตอนต่อไป
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความกังวลและห่วงใยประชาชน จึงสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุน เพื่อร่วมพิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
"นโยบายการกำกับดูแลเหมืองแร่ของกระทรวงอุตสาหกรรม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ มุ่งมั่นให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่สามารถอยู่ร่วมกันกับสังคมได้ โดยการทำเหมืองแร่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายแร่และกฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด ซึ่งทางภาครัฐจะมีบทบาทในการกำกับดูแลการประกอบการอย่างเข้มงวดทั้งด้านวิศวกรรมและความปลอดภัย ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย และด้านสิ่งแวดล้อม" นางอรรชกา กล่าว
สำหรับการดูแลด้านสุขภาพของประชาชนและน้ำอุปโภคบริโภค นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้มีการตรวจสอบพบระบบประปาในพื้นที่มีค่าแมงกานีสและเหล็กเกินมาตรฐาน 10 จุด จาก 49 จุด โดยปัญหาที่พบ ได้แก่ ฐานบ่อบาดาลสกปรก มีสนิมเหล็กในบ่อกรองทราย ไม่มีการระบายตะกอนจากหอถังสูง บางระบบไม่มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำสูบจ่ายตรง จึงได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการแก้ไขระบบประปาที่มีค่าแมงกานีสและเหล็กเกินมาตรฐาน จำนวน 10 จุด และมีระบบประปาที่ประชาชนเสนอเพิ่มเติมอีก 6 จุด รวมเป็นจำนวน 16 จุด ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเสร็จแล้วทุกแห่ง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท อัคราฯ สำหรับระบบประปาที่ประชาชนมีความกังวล แม้จะเป็นจุดที่กรมอนามัยไม่พบว่ามีค่าเกินมาตรฐาน แต่กระทรวงสาธารณสุขได้เข้าไปตรวจสอบและดูแลให้เกิดความปลอดภัย
"กระทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานการแก้ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่รอบเหมืองแร่ โดยตั้งอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ในส่วนของการดูแลและเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ มีการดำเนินการอย่างครอบคลุมทั้งผู้ที่มีและไม่มีค่าโลหะหนักในร่างกายผิดปกติ รวมทั้งได้จัดตั้งคลินิกอาชีวะอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลพิจิตร เพื่อให้บริการเชิงรุก ตลอดจนจัดส่งทีมหมอครอบครัวตรวจเยี่ยมติดตามผู้ที่เคยถูกวินิจฉัยว่าป่วยถึงบ้านทุกสัปดาห์" นายแพทย์ปิยะสกล กล่าว
นอกจากนี้ จากการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา ข้อขัดแย้ง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 ที่ประชุมได้มีการนำเสนอข้อเท็จจริงทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อนการประกอบการเหมืองแร่ทองคำในด้านข้อมูลธรณีวิทยา ดิน น้ำ และพืชผักในพื้นที่รอบเหมือง ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่มาจากหลายส่วนราชการ เช่น กรมทรัพยากรธรณี กรมพัฒนาที่ดิน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมอนามัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลจากคณะกรรมการ 5 ฝ่าย ตลอดจนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) รวมทั้งผลการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งข้อเท็จจริงที่สรุปได้ในเบื้องต้น พบว่า ลักษณะทางธรณีวิทยาการเกิดแหล่งแร่ทองคำโดยทั่วไปมักเกิดร่วมกับแร่หรือโลหะหนักชนิดอื่น ๆ ด้วย เช่น เหล็ก แมงกานีส สารหนู เป็นต้น ดังนั้นแหล่งน้ำบาดาลที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จึงมีโอกาสที่จะพบธาตุหรือโลหะเหล่านั้นละลายอยู่ โดยจากการตรวจสอบคุณภาพน้ำบาดาลพบเหล็กและแมงกานีสสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานกระจายอยู่ทั่วไปทั้งพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำ แต่ไม่สามารถบ่งชี้หรือสรุปได้แน่นอนว่ามาจากกิจกรรมของเหมืองหรือไม่ ส่วนสารหนูและไซยาไนด์พบมีปริมาณน้อยและไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับการตรวจติดตามคุณภาพน้ำต่าง ๆ จากบ่อสังเกตการณ์ยังไม่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่ามีการปนเปื้อนของโลหะหนักและไซยาไนด์ออกนอกพื้นที่เหมืองแร่ แต่ยังมีข้อสงสัยในบางจุดซึ่งจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาข้อสรุปต่อไป สำหรับผลการตรวจสอบพืชผักพบว่า มีโลหะหนักในพืชผักบางชนิดแต่ส่วนใหญ่มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และพบไซยาไนด์ในพืชผักบางชนิด ทั้งพืชผักที่มีไซยาไนด์สูงตามธรรมชาติ เช่น มันสำปะหลัง และพืชผักที่ไม่น่าจะมีไซยาไนด์สูง เช่น บอน ต้นข้าว นอกจากนี้ มีการตรวจพบว่าส่วนใหญ่มีค่าโลหะหนักของผักและผลไม้ในพื้นที่อยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างจากผักและผลไม้ในพื้นที่อื่น
กรณีการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) นั้นนายศักดา พันธ์กล้า รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงว่า การพิจารณาคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมนั้น ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกระทรวงอุตสาหกรรมโดยคณะกรรมการประมวลผลข้อเท็จจริงและผลการตรวจสอบประกอบการพิจารณาคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมของบริษัทฯ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะพิจารณาข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน รวมทั้งจะได้มีการนำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา ข้อขัดแย้ง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) มาประกอบการพิจารณาด้วย ขณะนี้จึงยังไม่มีการตัดสินใจต่ออายุหรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมของบริษัทฯ แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ 1/2551 กำหนดให้บริษัทฯ ต้องนำเงินเข้ากองทุนพัฒนาท้องถิ่นตามสัดส่วนปริมาณโลหะทองคำที่ผลิตได้ในอัตรา 3 บาทต่อกรัม หรือไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาทต่อปี ตลอดระยะเวลาที่มีการประกอบโลหกรรม ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ นำเงินเข้ากองทุนมียอดเงินสะสมรวม 45 ล้านบาท โดยกองทุนจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นในเขตพื้นที่ 3จังหวัด รวมทั้งสิ้น 29 หมู่บ้านบริเวณโดยรอบเขตเหมืองแร่ทองคำของบริษัทฯ ได้แก่ ตำบลเขาเจ็ดลูก และตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อจังหวัดพิจิตร ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ และตำบลวังโพรง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก สำหรับการบริหารกองทุนจะเป็นในรูปแบบของคณะกรรมการ โดยให้จังหวัดพิจิตรแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน มีผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรเป็นประธานกองทุน มีผู้แทนจังหวัดเพชรบูรณ์และพิษณุโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหมาะสมร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการจะช่วยกันบริหารกองทุนให้เกิดประโยชน์ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่และมีความยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ส่งมอบเงินกองทุนพัฒนาท้องถิ่นของบริษัทฯ ดังกล่าว ให้กับจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลกด้วยแล้วในวันนี้
กรมลดโลกร้อน ลงนาม MOU จัดการสิ่งแวดล้อมสู่เมืองพร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา
กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IPCC ครั้งที่ 64 เร่งวางโรดแมป "AR7" วางรากฐานข้อมูลวิทยาศาตร์เพื่อกู้วิกฤตโลก
กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง มูลนิธิเอสโอเอส ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดี สู่กลุ่มเปราะบาง เดินหน้าลดขยะอาหาร ลดก๊าซเรือนกระจก
บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
ห้ามพลาด ร่วมกิจกรรม เปิดเวที Youth Groundwater Guardian ปี 2 นักสื่อสารน้ำบาดาลรุ่นใหม่ - สมัครก่อน 15 มี.ค. นี้เท่านั้น!
สวทช. - ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทส. เปิดเวทีอบรม "ปธส." รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำ ลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม
กรมลดโลกร้อน ยกระดับกลไก จัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวฯ เชื่อมข้อมูล 6 สาขา รับมือสภาพอากาศสุดขั้ว
ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จับมือกรมควบคุมมลพิษ - กรุงเทพมหานคร - กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" ปี 2569