ผศ.ดร.สาคร ชลสาคร เปิดเผยว่า งานวิจัยการพัฒนาเส้นใยจากผักตบชวาสู่ผลิตสิ่งภัณฑ์สิ่งทอสร้างสรรค์ ( The Development of Water Hyacinth fiber to Creative Textile Products ) ได้รับงบประมาณอุดหนุนการวิจัยจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในการวิจัยในครั้งนี้เพื่อการแยกสกัดเส้นใยผักตบชวาด้วยวิธีการทางเชิงกล ศึกษาการปั่นเส้นด้าย ผืนผ้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากเส้นใยผักตบชวาเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย มีแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยี เครื่องจักร เส้นใย เส้นด้าย และผ้าผืนอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มีการพัฒนาควบคู่ไปกับการนำพืชทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมที่สนับสนุนเส้นใยธรรมชาติ และแนวทางการพัฒนามาจากนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2555 – 2559) ได้ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในยุทธศาสตร์การวิจัยนี้มุ่งเน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ซึ่งครอบคลุมการสร้างมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ป่าไม้ และประมง รวมทั้งการพัฒนาและจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
ผักตบชวา ถือวัชพืชเป็นส่วนที่ไม่ได้นำมาไปใช้ประโยชน์ พืชน้ำล้มลุก อายุหลายฤดู สามารถอยู่ได้ทุกสภาพน้ำ มีลำต้นสั้นแตกใบเป็นกอลอยไปตามน้ำ และจากการศึกษาพบว่า ผักตบชวาสามารถดูดไนโตรเจนได้ทั้ง 3 ชนิดแต่ในปริมาณที่แตกต่างกันคือ ผักตบ ชวาสามารถดูดอินทรีย์ไนโตรเจนได้สูงกว่าไนโตรเจนในรูปอื่น ๆ คือ ประมาณ 95 % ขณะที่ไนเตรทไนโตรเจน และแอมโมเนียไนโตรเจน จะเป็นประมาณ 80 % และ 77 % ตามลำดับ และที่สำคัญที่สุดพบว่า ในส่วนของสำต้นประกอบด้วยเส้นใยยาวจำนวนมาก เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าและพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสิ่งทอ จึงมีแนวคิดในการนำผักตบชวามาพัฒนาเป็นเส้นใยธรรมชาติสู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
ขั้นตอนในการทดลอง ขั้นที่ 1 การแยกสกัดเส้นใยผักตบชวาด้วยวิธีการทางเชิงกล แหล่งวัตถุดิบผักตบชวาในแม่น้ำลำคลอง จากคลองรังสิต ตำบลคลองหก อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ในการคัดเลือกผักตบชวา จะคัดเลือกจากความยาวของลำต้นประมาณ 50 เซนติเมตร จากนั้นนำต้นผักตบชวาขึ้นมาจากลำคลอง ตัดส่วนรากและส่วนใบออก คงเหลือเพียงส่วนของลำต้น จากนั้นนำมามัดเป็นรวมกันเพื่อให้ง่ายต่อการขนส่ง การตัดเก็บต้นผักตบชวาจากแม่น้ำลำคลอง ซึ่งหลังจากที่ขุดลอก ควรนำมาตัดเก็บต้นผักตบชวาทันที และควรจัดวางให้ลักษณะลำต้นผักตบชวาในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บ โดยปกติก้านหรือลำต้นผักตบชวาสด 1 กิโลกรัมจะมีประมาณ 12-15 ต้น นำมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นก็นำมามัดด้วยเชือกในปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นนำมาแยก สกัดเส้นใยผักตบชวาด้วยเครื่องแยกเส้นใยแบบกึ่งอัตโนมัติ โดยการป้อนเข้าเครื่องแยกทีละ 2 ต้น โดยใช้หลักการหมุนขูด เป็นการขูดแบบเส้นตรง เพื่อขูดเปลือกลำต้นชั้นนอกของผักตบชวาออก เส้นใยที่ให้ผลผลิตเส้นใยแบบยาว (long staple fiber) คือ กลุ่มเส้นใยจากลำต้นผักตบชวา 1 ต้น จากนั้นนำเส้นใยผักตบชวาผึ่งลมให้แห้ง องค์ประกอบทางเคมีของเส้นใยผักตบชวา มีผนังเซลล์ เท่ากับ 72.17%, ลิกโนเซลลูโลส 52.63%, ลิกนิน เท่ากับ 2.25%, เฮมิเซลลูโลส เท่ากับ 19.54% และเซลลูโลส เท่ากับ 50.38% ลักษณะและสมบัติเส้นใยจากผักตบชวาพบว่า ความยาว 30-50 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 µm สีขาว ครีม พื้นผิวเส้นใยมีลักษณะสลับซับซ้อน ความรู้สึกนุ่มจากการจับสัมผัส มีความละเอียด 48.55 (ดีเนียร์) ความแข็งแรงต่อแรงดึงขาด 58.62 (กรัมแรงต่อดีเนียร์) และการยืดตัวก่อนขาด 7.72 (%)
การแช่หมักโซเดียมไฮดรอกไซด์
การแช่หมักด้วยน้ำ
ขั้นที่ 2 การปั่นเส้นด้ายจากเส้นใยผักตบชวา การปั่นเส้นด้ายจากเส้นใยผักตบชวา สำหรับเส้นใยผักตบชวาเป็นเส้นใยจากธรรมชาติ มีลูเมนขนาดใหญ่ ในกลุ่มเส้นใยจะมีรูพรุนสูง และพื้นผิวภายนอกมีความสลับซับซ้อน สามารถกักเก็บอากาศได้ดี มีความหนืดของผิวสัมผัส ผลการปั่นเส้นด้ายจากเส้นใยผักตบชวา พบว่า เส้นใยผักตบชวาที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดด้วยการฟอกและเครื่อง Carding จะมีความยาวเฉลี่ยอยู่ที่ 8.45 ค่าความละเอียด โดยเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ดีเนียร์ และมีค่าเฉลี่ยความเหนียว 9.36 กรัมแรงต่อดีเนียร์ และมีค่าการยืดตัวขณะขาด โดยเฉลี่ย 15.32% เซนติเมตร มีรอยหยิกงอเล็กน้อยเหมาะสมกับกระบวนการปั้นเส้นด้ายแบบ Open-end Spinning เพื่อลดสมบัติเส้นใยมีความหยิกงอเหมาะสมกับการปั่นเส้นด้าย จึงต้องปั่นเส้นด้ายผสมระหว่างเส้นใยผักตบชวากับเส้นใยเรยอน ทำให้เส้นด้ายที่ผลิตออกมา มีคุณสมบัติในการดูดความชื้นได้ดี และมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ๆ
ในอัตราส่วนผสมของเส้นใยผักตบชวาและเส้นใยเรยอน คือ เบอร์ 20 Ne, อัตราส่วนผสม เส้นใยผักตบชวา 20% : เรยอน 80 % และ เบอร์ 10 Ne, อัตราส่วนผสม เส้นใยผักตบชวา 40 % : เรยอน 60 % และผลการทดสอบสมบัติทางกายภาพของเส้นด้ายผักตบชวา เบอร์เส้นด้ายชนิด 20:80 มีขนาด 20 Ne หรือ 33.78 tex ส่วนเบอร์เส้นด้ายชนิด 40:60 มีขนาด 10 Ne หรือ 62.11 tex ในด้านจำนวนเกลียว (tpi) พบว่า เส้นด้ายชนิด 40:60 มีจำนวนเกลียว 21 เกลียวต่อนิ้ว นอกจากนี้ความแข็งแรงต่อแรงดึงขาดเส้นด้าย 40:60 มีความแข็งแรง 2.83 Newton และความยืดตัวก่อนขาด 15.17% ความสม่ำเสมอของเส้นด้ายผสมผักตบชวา พบว่า เส้นด้ายผสมผักตบชวา 20:80 และ 40:80 และมีความไม่สม่ำเสมอ ปุ่มปม และส่วนที่หนาบางของเส้นด้ายในระดับ Grade E ผลการผลิตผืนผ้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ พบว่า เส้นด้ายผักตบชวาสามารถผลิตได้ทั้งผ้าทอและผ้าถัก มีความหนาและน้ำหนักโดยค่าเฉลี่ย 0.91 มิลลิเมตร และมีค่าเฉลี่ยน้ำหนัก 302.5 กรัมต่อตารางเมตร
ขั้นที่ 3 การผลิตผืนผ้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากเส้นใยผักตบชวา ผ้าทอผักตบชวาลายพิเศษ ผลิตด้วยเครื่องผ้าแบบ Rapier ใช้เส้นด้ายผักตบชวา Bane yarn 10 Ne เป็นเส้นด้ายพุ่ง ส่วนเส้นด้ายยืนเป็นเส้นด้ายพอลีเอสเตอร์ เส้นด้ายผักตบชวา เบอร์ 10 Ne สามารถทอผ้าลวดลายขัดพิเศษได้ โดยใบมีดเครื่องทอตัดริมผ้าเรียบตามหน้าผ้ากว้าง 60 นิ้ว ผ้าทอลายพิเศษ มีค่าความแข็งแรงต่อแรงดึงขาด และความยืดตัวก่อนขาด และ ความต้านทานต่อแรงฉีกขาด ขั้นที่ 4 การออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์สิ่งทอสร้างสรรค์จากเส้นใยผักตบชวา นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผักตบชวา เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเครื่องประกอบการแต่งกาย คือ เสื้อผ้าผักตบชวา หมวกผักตบชวา ร้องเท้าผักตบชวา นำมาออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ ผ้าปูโต๊ะ
ด้วยคุณสมบัติเด่นของเส้นใยผักตบชวา น้ำหนักเบา ใส่แล้วไม่ร้อน เมื่อเทียบกับเส้นใย ลินิน ป่าน ปอ นอกจากนี้ยังได้นำวัชพืชที่ไม่มีประโยชน์ มาเพิ่มมูลค่าทางด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ จากเส้นใยธรรมชาติ กลายเป็นเส้นด้ายผลิตเป็นผ้าผืนและผลิตภัณฑ์สิ่งทออย่างสร้างสรรค์ สามารถสนองตอบต่อความต้องการของตลาดของสิ่งทอ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน นักออกแบบ และนักศึกษา ได้นำความรู้ด้านเทคโนโลยีการสร้างสรรค์เส้นใยธรรมชาติจากผักตบชวา เป็นการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เปิดมุมมองและสร้างโอกาสเศรษฐกิจของไทย ในการเป็นผู้นำเส้นใยธรรมชาติในประชาคมอาเซียน (AEC) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.ดร.สาคร ชลสาคร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ โทร.02-5493164
มทร.กรุงเทพจับมือเกษตรจังหวัดระนอง เดินหน้างานวิจัยยกระดับ "กาแฟโรบัสต้า"สู่เกรดพรีเมียม เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร
ไอคอนสยาม ชวนเปิดมุมมองงานศิลปะร่วมสมัย ถ่ายทอดอัตลักษณ์จิตรกรรมไทย
มทร.กรุงเทพเปิดรับตรงรอบ 4-5 และ ADMISSION รอบ 3 ปี 69
บางจากฯ ส่งมอบรถดับเพลิง EV คันแรกของไทย โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ให้บริการในชุมชน เสริมคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
มทร.ธัญบุรี เล็งพิจารณาลดค่าเทอมให้นักศึกษา หากศก.แย่กว่านี้
ปลื้มงานวิจัย มทร.ธัญบุรี เดินมาถูกทาง ติดโผเวทีจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก
นักศึกษา มทร.กรุงเทพ เสนอผลงาน "เมาแล้วซิ่ง นอนนิ่งให้เก็บ" คว้ารางวัลรองชนะเลิศรณรงค์ "เมาไม่ขับ"
มทร.ธัญบุรีเดินหน้าผลิตงานวิจัย สอดรับแนวทางการพัฒนาประเทศ
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ S.M.A.R.T.S. Model School พัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านอาหารและโภชนาการ ยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทย