นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สินค้าประมงหลักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลานิล และกุ้งทะเล ซึ่งจำเป็นต้องมีแนวทางการบริหารจัดการที่ดี เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต รวมทั้งส่งเสริมการผลิตสัตว์น้ำชนิดอื่นที่สามารถผลิตได้ในปริมาณมาก และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศด้วย โดยการผลิตปลานิลของไทยในขณะนี้ มีพื้นที่เลี้ยงปลานิลประมาณ 400,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 200,000 ตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 4 ของผลผลิตโลก ซึ่งเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยผลผลิตส่วนใหญ่ใช้ในการบริโภคภายในประเทศ มีปริมาณส่งออกเพียงร้อยละ 10 จำนวนฟาร์มเลี้ยงประมาณ 280,000 ฟาร์ม และมีจำนวนฟาร์มเพียงร้อยละ 1 ที่ได้รับมาตรฐาน GAP ซึ่งส่วนใหญ่เน้นการผลิตเพื่อการส่งออก โดยกรมประมงได้มีมาตรฐาน Safety level สำหรับฟาร์มที่ผลิตเพื่อบริโภคในท้องถิ่น
นายศักดิ์ชัย กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ได้พบปัญหาและอุปสรรคในการผลิตปลานิล คือ ขาดลูกพันธุ์บางช่วงฤดูกาล มีการซื้อขายผ่านพ่อค้าคนกลางหลายระดับ บางช่วงขาดวัตถุดิบ และปริมาณการส่งออกมีน้อยเมื่อเทียบกับการผลิต ดังนั้น จึงต้องเร่งปรับปรุงพันธุ์ปลานิลที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มอัตรารอดและอัตราการเจริญเติบโต ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้เลี้ยงปลานิล ประสานข้อมูลเรื่องผลผลิตที่จะออกสู่ท้องตลาดในแต่ละช่วงเวลา รวมทั้งส่งเสริมการทำฟาร์ม GAP ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ส่วนสถานการณ์การผลิตการค้าปลานิลในปี 2559 นั้นคาดว่าจะไม่แตกต่างจากปี 2558 มากนัก เนื่องจากมีข้อจำกัดจากผลกระทบภัยแล้งต่อเนื่อง
สำหรับการดำเนินกิจกรรมภายใต้การบริหารจัดการสินค้าปลานิล ได้มีการผลิตลูกพันธุ์ปลาคุณภาพ 1.2 ล้านตัว การแนะนำเกษตรกรด้านการลดต้นทุนการผลิต 738 ราย และจัดทำคู่มือการเพิ่มผลผลิต ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมรายชื่อโรงงานผลิตปลาร้าที่ขาดแคลนวัตถุดิบ เพื่อเป็นข้อมูลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้เลี้ยง นำไปสู่การกำหนดแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พิจารณาความเป็นไปได้ในการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรปลาร้า
ขณะที่ผลผลิตกุ้งทะเลในปี 2558 มีประมาณ 2.3 แสนตัน คิดเป็นร้อยละ 12.7 ของผลผลิตโลก ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ คิดเป็นร้อยละ 80 ส่วนสถานการณ์ในปี 2559 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 300,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 14 เนื่องจากสถานการณ์ด้านโรค EMS ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้มีการเสนอแนวทางการส่งเสริมการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์กุ้งที่มีคุณภาพ เพื่อผลิตลูกกุ้งทนโรค การเร่งดำเนินการบริหารจัดการอุปสงค์และอุปทาน พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีในการผลิตกุ้งทะเลของไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า
ส่วนการดำเนินงานภายใต้การบริหารจัดการสินค้ากุ้งทะเลนั้น กรมประมงได้มีการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ ป.ม.1 แจกจ่ายให้กับเกษตรกรแล้ว และบริการตรวจคัดกรองโรคกุ้งทะเลที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งพบเชื้อลดลงเหลือเพียงร้อยละ 16 จากเดิมร้อยละ 34 ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญในการปรับปรุงพันธุ์กุ้งทะเลเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตให้สูงขึ้น การสร้าง cluster ผู้เลี้ยงกุ้งทะเล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งของไทย ตลอดทั้งสร้างโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของกุ้งไทยในตลาดโลกด้วย
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรฯ รวมพลังหมอดินอาสาทั่วประเทศ ครบรอบ 3 ทศวรรษ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาดินไทยอย่างยั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมนำสินค้าออร์แกนิคไทยตะลุยตลาดโลก ผงาดในงาน BIOFACH 2026 ที่เยอรมัน