แนวโน้มอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศอายุต่ำกว่า 2 ปี ปรับตัวลดลงตามแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาพักเงินในตราสารระยะสั้น หลังเงินบาทมีการแข็งค่าค่อนข้างเร็ว ตราสารอายุ 3-5 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแรงขายทำกำไรหลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย R/P 1 วัน ที่ 1.50% ต่อปี นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิจำนวน 17,298 ล้านบาท ส่วน อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุคงเหลือตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุ ตามความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยหลังการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันจากการที่ซาอุดิอารเบียออกมาปฏิเสธว่า OPEC จะไม่มีการประชุมกับรัสเซียเรื่องลดกำลังการผลิตน้ำมันและ OPEC จะไม่มีการประชุมกันอีก 2 เดือน ทำให้ตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 0.74% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 1.25% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี อยู่ที่ 1.86% ต่อปี สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้จะเป็นแนวโน้มเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายการเงินของจีน แนวโน้มราคาน้ำมันโลก และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ
นางชวินดา กล่าวต่อไปว่า กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ฟันด์ ( KT-Finance ) ไม่มีสัดส่วนในการถือครองหุ้นดอยซ์ แบงก์ กองทุนจึงไม่มีรับผลกระทบแต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันกองทุนลงทุนใน US 43 % EUROPE 30 % และ ASIA 22% เป็นกองทุนที่มีนโยบายกองทุนในหมวดอุตสาหกรรม ที่มุ่งลงทุน โดยเฉพาะเจาะจงในอุตสาหกรรมการให้บริหารด้านการเงิน โดยลงทุนในหน่วยลงทุนของ Fidelity Funds – Global Financial Service Fund ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ จากการที่ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของดอยช์แบงค์ เนื่องจากโดยธนาคารมีภาระหนี้ต้องจ่าย coupon ให้กับตราสารหนี้ด้อยสิทธิตามเกณฑ์ Basell III (AT1) ถึงประมาณ 350,000 ล้านยูโร แม้ผู้บริหารของดอยช์แบงค์จะยืนยันถึงสภาพคล่องของธนาคารที่ยังสามารถจ่ายหนี้ได้ทั้งในปี 2016 และ 2017 แต่นักวิเคราะห์ด้านเครดิต ยังคงแสดงความกังวลถึงความเสี่ยงที่ธนาคารอาจสูญเสียสภาพคล่อง จากทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ยังมีความเสี่ยงจากหลายด้าน จากผลประกอบการที่ออกมาไม่ดีต่อเนื่องติดต่อกันถึงสองไตรมาส การดำเนินธุรกิจในยุโรป ที่เศรษฐกิจยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ประกอบกับธนาคารมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์ในระดับสูงเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นๆ ทำให้ดอยช์แบงค์อาจต้องแบกรับภาระทางการเงิน ในกรณีที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำต่อไปและธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มมีการปิดกิจการมากขึ้น
นอกจากนั้น ดอยช์แบงค์ยังมีความไม่แน่นอนทางด้านสภาพคล่องจากค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นในคดีที่ดอยช์แบงค์ถูกฟ้องร้อง และการขายธนาคารในจีนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ความกังวลของนักลงทุนที่เกิดจากสาเหตุดังกล่าวทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นดอยช์แบงค์ติดต่อกันทำให้ราคาหุ้นของดอยช์แบงค์ลดลง 9%
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ
บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก