คณะวิศวลาดกระบัง และกระทรวงไอซีที ซิป้า เปิดตัวโครงการสตาร์ทอัพ คลับ นักศึกษาแห่งแรกของไทย (KMITL Innovation & Tech Startup - KITS)

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          ขณะที่วงการสตาร์ทอัพของไทยยังมีจำนวนน้อยและมักขาดแคลนวิศวกรและนวัตกรรมเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ดีเดย์เปิดตัวสตาร์ทอัพ คลับแห่งแรกของไทย ในชื่อ โครงการสตาร์ทอัพนักศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมและต่อยอดเชิงพาณิชย์ (KMITL Innovation & Tech Startup - KITS) เสริมพลังทัพสตาร์ทอัพของไทยด้วยเทคโนโลยีและวิศวกรรม ปั้นต้นกล้า 200 นักศึกษา และกลุ่มสตาร์ทอัพ 5 กลุ่มต้นแบบภายในปี 2559 พร้อมทั้งเปิดตัวอย่างผลงาน 3 กลุ่มสตาร์ทอัพอนาคตไกล
          รศ.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า "ในช่วงปี 2558 -2559 เป็นต้นไปนับเป็นกระแสการเติบโตของ"Startup" ของไทย หรือบริษัทเปิดใหม่ที่พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี จากธุรกิจขนาดเล็กๆ จนกระทั่งดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมขยายกิจการ ปัจจุบันประเทศในอาเซียนมี Startup เกิดใหม่มากมาย มีอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เทียบกับประเทศไทยยังถือว่านวัตกรรม Startup ของเรายังเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากขาดการเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีกับศักยภาพการตลาดในกลุ่มสตาร์ทอัพ อีกทั้งผลงานวิจัยในประเทศไทยรวมประมาณ 3.7 แสนผลงาน มีเพียง 40 -45 % ที่สามารถใช้ประโยชน์ในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ได้ และในจำนวนนี้มีนวัตกรรมไม่ถึง 5 % ที่สร้างมูลค่ารายได้กลับมา โครงการสตาร์ทอัพนักศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมและต่อยอดเชิงพาณิชย์ (KMITL Innovation & Tech Startup - KITS) โดยคณะวิศวลาดกระบัง สจล.ซึ่งนับเป็นสถาบันผลิตบุคคลากรด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของไทย ร่วมกับ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการใหม่เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม (Start-ups) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมให้นักศึกษานำความคิดสร้างสรรค์ไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ส่งเสริมให้นักศึกษานำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคและสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความเข้าใจในการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ (Business Model) ให้ประสบความสำเร็จ
          องค์ประกอบสำคัญของการเริ่มต้นธุรกิจในยุคปัจจุบันและอนาคต คือ การกระตุ้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้กับนักศึกษาคนรุ่นใหม่ได้ดัดแปลงและประยุกต์การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาตอบโจทย์ปัญหา การวิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ (Business Model) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของสินค้าหรือบริการ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสำเร็จเชิงพาณิชย์ แต่ละทีมผู้ประกอบการรายใหม่ (Startup) ควรประกอบด้วย นักศึกษาจากหลากหลายสาขาวิชา เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ใช้จุดเด่นความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ นักศึกษาคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรวมพลังศักยภาพของทีม เพื่อนำไปสู่การเป็น Startup ผู้ประกอบการรายใหม่ กิจกรรมการดำเนินงาน ของโครงการสร้างเครือข่ายนักศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมและต่อยอดเชิงพาณิชย์ (KMITL Innovation & Tech Startup หรือ KITS) ใช้เวลา 9 เดือน โดยจะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ, จัดเวทีเสวนาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ (Startup), จัดเวทีเสวนาทางธุรกิจและอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ , สรุปและประเมินผลโครงการ โครงการตั้งเป้าหมาย จำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 200 คน และมีกลุ่มต้นแบบ Startup เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 5 กลุ่ม "
          ทั้งนี้โครงการสร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพนักศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมและต่อยอดเชิงพาณิชย์ (KMITL Innovation & Tech Startup -KITS) ประกอบไปด้วย 3 โครงการย่อย คือ 1.) โครงการค้นหาผู้ประกอบการรายใหม่ โดยเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ จากนั้นจะมีการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าร่วมโครงการโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 2.) โครงการ Campus Tour จัดให้มีการพบปะกันระหว่างกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเครือข่าย เพื่อให้นักศึกษาได้เกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียความคิดสร้างสรรค์ระหว่างกัน และ 3.) โครงการสร้างความตระหนัก-จิตวิญญาณผู้ประกอบการ เป็นการจัดเสวนาทางธุรกิจและอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ (Business Model) ทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตและประสบความสำเร็จ
          นอกจากนี้ในระหว่างปี 2559 คณะวิศวลาดกระบัง สจล. ยังมีแผนจัด 2 งานกิจกรรมใหญ่ที่จะส่งเสริมโอกาสและการพัฒนาสตาร์ทอัพของประเทศไทยและนักศึกษา ได้แก่ 1.) งาน KMITL Startup Project Day 2016 วันที่ 20-21 เมษายน 2559 เป็นงานแสดงนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ทุกสาขาวิชา ณ หอประชุม สจล. 2.) งานวิศวะ'59 กำหนดจัดในวันที่ 1-4 กันยายน 2559 ณ ไบเทคบางนา ในงานมีการแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมที่ก้าวหน้าและใหญ่ที่สุด แสดงผลิตภัณฑ์ บริการที่โดดเด่น ผลงานวิจัยและสตาร์ทอัพของผู้ประกอบการและกลุ่มนักศึกษา งานวิศวะในปีที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยในปี 2559 จะพัฒนางานให้ยิ่งใหญ่และมีสีสันของสตาร์ทอัพอย่างน่าสนใจ
          ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) กล่าวว่า "กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจใหม่ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี หรือ Tech Startup ซึ่งเป็นแนวทางการส่งเสริมที่สอดคล้องกับแนวนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันธุรกิจ SMEs ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล จึงได้ร่วมกับสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการใหม่เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม (Start-ups) มีแผนจะเปิดสตาร์ทอัพ คลับสำหรับนักศึกษา 40 แห่งในมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยได้เปิดสตาร์ทอัพ คลับแห่งแรกของไทยที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตวิศวกรนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่มีชื่อเสียง เข้ามาร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงพลังสำคัญยิ่งที่จะช่วยผลักดันให้วงการสตาร์ทอัพของไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวไกลยั่งยืนในเวทีระดับประเทศและระหว่างประเทศ สามารถนำความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างนวัตกรรม ตอบโจทย์และสนองความต้องการผู้บริโภคและสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ต่อไป"
          ในโอกาสนี้ยังเปิดเวทีเสวนา เรื่อง "Startup: Start Together" โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดแบ่งปันประสบการณ์สตาร์ทอัพบนเวที ประกอบด้วย ดร.สามารถ คงทวีเลิศ ผู้จัดการศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจพระจอมเกล้าลาดกระบัง ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, คุณศุภชัย จงศิริ คณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน), คุณเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค), ผศ.ดร.ดอน อิศรากร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรม และ คุณธีระ ศิริเจริญ COO & Co-founder บริษัท กอล์ฟดิกก์ จำกัด ผู้ประสบผลสำเร็จบริการจองสนามกอล์ฟ ลองมาฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ 5 คน
          ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า "ขณะนี้ประเทศไทยต้องการนักนวัตกรรมที่นำความรู้ที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคดิจิตอล ซึ่งกลุ่ม Startup ที่รัฐบาลส่งเสริมผลักดันให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ มีอยู่ 4 สาขาหลัก ได้แก่ 1.)สาขาวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างนวัตกรรมให้เป็นผลงานทางธุรกิจได้ 2.)สาขาเทคโนโลยี เน้นไปในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การคิดนวัตกรรมในการช่วยควบคุมการจราจร 3.)สาขานวัตกรรมโปรแกรมทั่วไป แต่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และตอบโจทย์แก้ปัญหาของสังคม และ 4.)สาขาการตลาดระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ"
          คุณศุภชัย จงศิริ คณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) "แนวทางในการปฏิบัติโครงการสตาร์ทอัพคลับของกระทรวงไอซีที และ SIPA มุ่งเน้นไปที่มหาวิทยาลัยเป็นอันดับแรก เนื่องด้วยมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งอุดมไปด้วยทรัพยากรที่มีค่าทั้งบุคลากร นักศึกษา และอุปกรณ์ที่จะช่วยในการพัฒนาไอเดียสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ โดยขั้นแรกของโครงการมีเป้าหมายจะจัดตั้งสตาร์ทอัพคลับภายในมหาวิทยาลัย อย่างน้อย 40 แห่ง ทั่วประเทศ หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนเดินสายตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในวงการสตาร์ทอัพทั้งของไทยและต่างประเทศ ได้พบปะกับนักศึกษาคนรุ่นใหม่ พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงไอเดียต่างๆ จุดประกายให้นักศึกษาที่มีความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้วได้พัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อไป ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครผลงานจากนักศึกษาเข้ามาประกวดเพื่อเฟ้นหาสุดยอดผู้ประกอบการสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ โดยตั้งเป้าไว้ 500 โครงการ ที่จะส่งไอเดียเข้ามาในรอบแรก จากนั้นก็จะคัดเลือกเหลือ 40 ทีมที่จะเข้ามาอบรมเสริมความรู้และประสบการณ์ โดยมีกระทรวงไอซีที และ SIPA เป็นพี่เลี้ยง ในรอบสุดท้ายจะคัดเหลือเพียง 10 ทีม ที่จะได้มีโอกาสไปฝึกฝนความเชี่ยวชาญและเปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่ต่างประเทศอีกด้วย"
          คุณเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) กล่าวว่า "การพัฒนาสตาร์ทอัพในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้น จะต้องได้รับการสนับสนุนในเรื่องของแนวความคิดและประสบการณ์ใหม่ๆ จากทั้งกระทรวงไอซีที ซิป้า มหาวิทยาลัย กลุ่มสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยพัฒนาผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามารองรับอนาคตการเติบโตของเศรษฐกิจยุคดิจิตอลของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเทค สตาร์ทอัพ (Tech Startup) ที่พัฒนาสินค้าหรือบริการด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยกลุ่มสตาร์ทอัพจะต้องเริ่มจากการคิดให้ใหญ่ แต่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ (Think Big, Start Small) สำหรับรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ที่สำคัญของการเริ่มต้นสตาร์ทอัพควรมีความยืดหยุ่น โดยมี 3 สิ่งที่จะช่วยให้สตาร์ทอัพประสบความสำเร็จ คือ 1.) สร้างจุดแตกต่างและคุณค่าแก่ผู้บริโภค (Create Value) 2.) ต้องมีความเป็นไปได้ในเชิงการตลาดอย่างยั่งยืน (Revenue) และ3.) สามารถสร้างผลกำไร (Make Profit) และที่สำคัญกลุ่มสตาร์ทอัพต้องเปิดโลกทรรศน์ของตนเองให้กว้างไกลและมีความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน"
          ผศ.ดร.ดอน อิศรากร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรม สจล. กล่าวว่า "สจล. มีระบบกลไกต่างๆ ที่จะรองรับแนวทางการดำเนินโครงการสตาร์ทอัพนักศึกษาอยู่แล้ว เร่งผลักดันกระบวนการสตาร์ทอัพสู่นักศึกษาให้ทั่วถึงมากขึ้น ทั้งในด้านวางแผนดำเนินงานงานสตาร์ทอัพ การปรับปรุงงานวิจัยให้สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สามารถแก้ปัญหาได้จริง โดยจะต้องเริ่มต้นงานวิจัยจากปัญหา มุ่งไปสู่การขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ความต้องการของตลาด (Demand-Driven Model) ขอฝากข้อคิดสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ในการสร้างนวัตกรรมที่จะต่อยอดในเชิงพาณิชย์ 3 ข้อ คือ 1.) อย่าเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป 2.) ให้วิเคราะห์หาความเป็นไปได้ในทุกกรณี ดูว่าอันไหนดี เหมาะสมที่สุด และ 3.) คำนึงถึงแหล่งทุน องค์กรต้นสังกัด และผู้ใช้งาน ว่างานนั้นตอบสนองความต้องการเหล่านั้นหรือไม่ สจล.ให้ความสำคัญต่อสตาร์ทอัพ หรือ Enterpreneurship จะเปิดวิชาเกี่ยวกับผู้ประกอบการ ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการหลายแห่ง จะสร้างหลักสูตรและเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษาหน้า"
          คุณธีระ ศิริเจริญ ผู้ก่อตั้งบริษัท กอล์ฟดิกก์ จำกัด สตาร์ทอัพไทย เจ้าของแอพบริการจองสนามกอล์ฟออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นหนึ่งในศิษย์เก่าจากรั้วสจล.เล่าว่า "สตาร์ทอัพมีความแตกต่างจากเอสเอ็มอีทั่วไป โดยผู้เริ่มต้นธุรกิจจะต้องคิดรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ให้สามารถขยายสเกลต่อออกไปได้จริง เมื่อธุรกิจดำเนินไปถึงจุดที่เหมาะสมกับตลาด ก็สามารถขยายได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการจะเป็นสตาร์ทอัพมี 2 สิ่งที่ผู้ทำธุรกิจต้องเจอ คือ 1.) ทีมหรือคน เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด มีทีมสตาร์ทอัพซึ่งต้องมี 3 ทักษะ ได้แก่ ทักษะทางธุรกิจ (Business) ทำธุรกิจและการตลาดได้,ทักษะการพัฒนาโปรแกรม (Developer) นำไอเดียทางการตลาดมาสร้างผลิตภัณฑ์ให้เป็นจริงได้ และทักษะด้านศิลปิน (Artist) ผู้ที่มีความเข้าใจในการออกแบบส่วนที่จะประสานต่อเทคโนโลยีกับผู้ใช้งาน (User Interface - UI) ทำของยากๆให้ใช้งานได้ง่าย 2.) ทุน เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สตาร์ทอัพต้องมี เพื่อทำให้ไอเดียหรือนวัตกรรมเป็นจริงได้ ใส่ใจในรายละเอียดความต้องการของลูกค้า และความเป็นไปของโลก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงโจทย์และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง"
          อีกไฮไลต์ของงานวันนี้ยังได้เปิดตัว 3 กลุ่มสตาร์ทอัพนักศึกษาคนรุ่นใหม่ไอเดียสุดเจ๋ง ที่กำลังพัฒนานวัตกรรมแอพพลิเคชั่นที่มีอนาคตสดใสในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ 1.) กลุ่มสมาร์ทลีฟวิ่ง (Smart Living) เจ้าของผลงานแอพพลิเคชั่นสุดล้ำเปิด-ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน ผ่านสมาร์ทโฟนจุดเดียวที่ทำให้ชีวิตง่ายและปลอดภัยขึ้น 2.) กลุ่มกรุงศรีหมีเก็บเงิน เจ้าของแอพพลิเคชั่นกรุงศรี หมีเก็บเงิน แอพพลิเคชั่นแรกในประเทศไทยที่ทำให้การออมเงินไม่น่าเบื่ออีกต่อไป โดยนำเสนอในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นเกม ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบ E-banking ของธนาคาร ทำให้สนุกได้ความรู้และรู้สึกอยากออมเงินมากขึ้น และ 3.) กลุ่มอีซี่ดีล (EasyDeal) สร้างแอพพลิเคชั่นจัดการการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่ทำให้การซื้อขายของคุณถูกต้องด้วยระบบสต็อกสินค้าและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชั่น Auto-Match ที่สามารถตรวจสอบยอดการโอนเงินได้โดยอัตโนมัติ
คณะวิศวลาดกระบัง และกระทรวงไอซีที ซิป้า เปิดตัวโครงการสตาร์ทอัพ คลับ นักศึกษาแห่งแรกของไทย (KMITL Innovation & Tech Startup - KITS)
 
คณะวิศวลาดกระบัง และกระทรวงไอซีที ซิป้า เปิดตัวโครงการสตาร์ทอัพ คลับ นักศึกษาแห่งแรกของไทย (KMITL Innovation & Tech Startup - KITS)
คณะวิศวลาดกระบัง และกระทรวงไอซีที ซิป้า เปิดตัวโครงการสตาร์ทอัพ คลับ นักศึกษาแห่งแรกของไทย (KMITL Innovation & Tech Startup - KITS)

ข่าวสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง+กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวันนี้

BDMS Wellness Clinic จับมือ KMITL พัฒนาศาสตร์สถาปัตยกรรมสุขภาพ ปูทางไทยสู่อนาคต Wellness Real Estate อย่างยั่งยืน

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ผนึกกำลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หรือ KMITL (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang) จัดงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ มุ่งปั้น Wellness Real Estate ต้นแบบรากฐานสุขภาพแห่งอนาคต นำโดย นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดก... สจล. เปิดสนาม KMITL Sports World จัดแข่งกีฬาจานร่อน ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้รับเกียรติให้จัดการแข...

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดก... สจล. ร่วมมือ กกต. พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมและนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการเลือกตั้ง — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และสำนักงานคณะกรร...

โครงการ Creative Cultural District (CCD) ... โครงการ Creative Cultural District (CCD) — โครงการ Creative Cultural District (CCD) ได้รับการสนับสนุนและดำเนินงานโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ...

คณะทันตแพทยศาสตร์ อินเตอร์ ของสถาบันเทคโน... คณะทันตแพทยศาสตร์ สจล. เปิดรับรุ่นที่ 5 ปั้นทันตแพทย์อินเตอร์สู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีทันตกรรม — คณะทันตแพทยศาสตร์ อินเตอร์ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าค...

นายปิยะ เตชากูล (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้... ATP30 รับมอบรถตู้ไฟฟ้า 100% ภายใต้โครงการ EV Smart Transform — นายปิยะ เตชากูล (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (ATP...

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดก... สจล. เปิดระบบสมัครเรียนต่อแบบใหม่ "iFolio" เป็นมหาวิทยาลัยแรกของประเทศ — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ( สจล. ) จัดกิจกรรม KMITL OPEN HOU...

นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน ประธานกรรมการ นา... CPL จัดอบรมสัมมนาเสริมแกร่งเพิ่มศักยภาพจาก AI สู่ธุรกิจที่ยั่งยืน — นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน ประธานกรรมการ นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหา...