นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดนโยบายให้ปี 2559 เป็นปีแห่งการลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน โดยมีแนวทางการขับเคลื่อน 4 ด้าน คือ การลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต การบริหารจัดการ และการตลาด เพื่อดำเนินสู่เป้าหมายที่สำคัญ คือ ต้นทุนการผลิตในภาคเกษตรลดลง ผลผลิตมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ผลผลิตมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ มีตลาดรองรับสินค้า และรายได้ของเกษตรกรดีขึ้น คณะทำงานลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตรได้มีการดำเนินงานผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) โดยให้แต่ละหน่วยงานนำผลการดำเนินงานบูรณาการเข้าสู่ระบบเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อการปฏิรูปภาคเกษตรของไทยสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในรูปแบบประชารัฐ
นายศักดิ์ชัย กล่าวต่อไปว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำคู่มือการดำเนินการเกษตรกรรมแปลงใหญ่เพื่อให้ทุกแปลงใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานและได้เผยแพร่ไปให้ผู้จัดการแปลงแล้ว โดยแปลงใหญ่ที่ดำเนินการใน 76 จังหวัด มีจำนวนทั้งสิ้น 268 แปลง พื้นที่รวม 662,669 ไร่ มีเกษตรกรในโครงการ 29,169 ครัวเรือน เป็นแปลงที่เริ่มดำเนินการในปี 2559 จำนวน 31 แปลง โดยแปลงใหญ่ทั้งหมดมีสินค้า 31 สินค้า แบ่งเป็น ข้าว 142 แปลง พืชไร่ 38 แปลง ปาล์มน้ำมัน/ยางพารา 15 แปลง ไม้ผล 37 แปลง ปศุสัตว์ 12 แปลง ประมง 9 แปลง ที่เหลือเป็นพืชผัก สมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับและหม่อนไหม มีการคัดเลือกเป็นแปลงใหญ่ต้นแบบ จังหวัดละ 1 แปลง รวม 76 แปลง จึงเหลือแปลงที่ไม่ได้คัดเลือกเข้ามาเป็นแปลงใหญ่ต้นแบบอยู่ 192 แปลง สำหรับสภาพความพร้อมของแปลงต้นแบบในขณะนี้ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ A มีแผนและได้ดำเนินการตามแผนแล้ว มีจำนวนร้อยละ 53 ระดับ B มีแผนแล้วแต่ยังขาดการปฏิบัติ ร้อยละ 39 และระดับ C มีการเตรียมการด้านการจัดการกลุ่ม ทีมบริหารจัดการ และทำข้อมูลรายแปลงมาแล้ว ร้อยละ 8 สำหรับแผนการดำเนินการในช่วงเดือน มี.ค. – ก.ค. 59 จะเน้นการดำเนินการไปที่ 76 แปลงต้นแบบ ให้มีความพร้อมในระดับ B เป็นอย่างน้อย โดยมีเป้าหมายและแผนปฏิบัติงานให้พร้อมภายในเดือน เม.ย. และให้แปลงต้นแบบสามารถปฏิบัติตามแผนได้ภายในเดือน พ.ค. 59 ซึ่งคาดว่าจะสามารถ Kick off แปลงใหญ่ประชารัฐต้นแบบ 76 แปลง 76 จังหวัด ได้ในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้
ขณะที่ความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการลดต้นทุนปัจจัยการผลิตนั้น ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน อาทิ กรมการค้าภายใน ให้ความร่วมมือในการควบคุมราคาปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร และกระทรวงมหาดไทย ดูแลเรื่องการลดราคาค่าเช่าที่ดินทำการเกษตรที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ และกรมการข้าวและกรมปศุสัตว์ ดูแลเกี่ยวกับค่าพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ คณะทำงานลดต้นทุนฯ ได้นำเสนอโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน หรือปุ๋ยสั่งตัด ซึ่งสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีได้เฉลี่ยร้อยละ 26.7 และเพิ่มผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 9.48 และส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในภาคการเกษตร และสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ อาทิ ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน โดยเน้นเป็นพิเศษสำหรับระบบการเกษตรแปลงใหญ่
สำหรับการส่งเสริมเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยนั้น กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการวิเคราะห์และปรับปรุงดินในพื้นที่การเกษตร และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยชีวภาพในพื้นที่ที่มีความพร้อม ตลอดทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่ดีให้แก่เกษตรกร และส่งเสริมการผลิตเข้าสู่มาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค รวมทั้งสร้างโอกาสทางการตลาดให้มากขึ้นโดยมีผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรฯ รวมพลังหมอดินอาสาทั่วประเทศ ครบรอบ 3 ทศวรรษ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาดินไทยอย่างยั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมนำสินค้าออร์แกนิคไทยตะลุยตลาดโลก ผงาดในงาน BIOFACH 2026 ที่เยอรมัน