บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นญี่ปุ่น-ยุโรปยังน่าสนใจ แนะทยอยเข้าลงทุนในช่วงตลาดปรับตัวลง รับโอกาสฟื้นตัวในระยะยาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

           นางสาวเบญจรงค์ เตชะมวลไววิทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ. กสิกรไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นและยุโรปในปี 2559 นี้ คาดว่ายังคงมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเป็นการเติบโตอย่างช้าๆ โดยคาดว่า GDP ของประเทศญี่ปุ่นน่าจะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 1% ซึ่งปัจจัยบวกยังคงมาจากการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยยังมีความคาดหมายว่าในปีนี้รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีนโยบายออกมาเพิ่มเติม อาทิ การลดภาษีของบริษัทจดทะเบียนต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการลงทุนของบริษัทเอกชน การปฏิรูปการบริหารและนโยบายบรรษัทภิบาลของบริษัทเอกชน การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม นอกจากนี้คาดว่ายอดการใช้จ่ายภายในประเทศจะพุ่งสูงขึ้น หากรัฐบาลยังคงแผนการเพิ่มภาษีการบริโภคจาก 8% เป็น 10% ในเดือนเมษายนปี 2560 
          อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังมีความเสี่ยงจากการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงจีน ผนวกกับการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนในช่วงนี้ ปัจจัยด้านราคาน้ำมันที่ตกต่ำเป็นตัวกดดันอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2% จึงมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก นอกจากนี้ตลาดเริ่มมีความกังวลต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินของ BoJ ว่าอาจมีประสิทธิภาพน้อยลง โดยมองว่าการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบไม่น่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว การลดดอกเบี้ยลงไปอีกอาจส่งผลในทางลบต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคธนาคารที่จะมีผลกำไรลดลง
          นางสาวเบญจรงค์กล่าวต่อไปว่า ด้านเศรษฐกิจยุโรปในปีนี้คาดว่า GDP น่าจะเติบโตขึ้นกว่า 1% โดยเป็นการเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ซึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะมาจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก เช่น ตัวเลขยอดค้าปลีกและการเติบโตของสินเชื่อมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากราคาน้ำมันและดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงจากตัวเลขการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและประเทศอื่นๆ รวมทั้งการลงคะแนนของประชาชนอังกฤษเรื่องการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในเดือนมิถุนายนปีนี้
          นอกจากนี้ จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่มีมากขึ้น ประกอบกับภาวะกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อของยุโรปที่ยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมที่จะใช้นโยบายทางการเงินเข้ามาช่วยเพิ่มเติมในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ซึ่งมาตรการที่จะออกมาอาจเป็นในลักษณะของการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือการเพิ่มวงเงินมาตรการ QE หรือแม้แต่การเร่งเข้าซื้อตราสารหนี้ให้เร็วขึ้นตามวงเงินเดิม ซึ่งไม่ว่าจะออกมาในลักษณะใด น่าจะส่งผลดีมากขึ้นต่อเศรษฐกิจของยุโรปที่ยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวต่อเนื่อง และจะช่วยทำให้ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม ECB ก็ต้องมีความระมัดระวังในการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินยูโรอาจไม่ได้เป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการส่งออกตามที่คาดหวัง เพราะต้องคำนึงถึงอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่เศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะอ่อนแอด้วย รวมถึงอาจส่งผลเสียต่อภาคธนาคารในแง่ที่ทำให้ผลกำไรลดลง
          "ดังนั้นบลจ.กสิกรไทย จึงยังคงมีมุมมองในเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นและยุโรปจากการที่ระดับราคาหุ้นของทั้งญี่ปุ่นและยุโรปได้ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปีที่แล้ว จึงมองว่าเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนในระยะยาว โดยแนะนำให้ผู้ลงทุนแบ่งเงินเป็นก้อนๆ เพื่อทยอยเข้าลงทุนเมื่อตลาดหุ้นปรับตัวลง และควรลงทุนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป ทั้งนี้จะต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเติบโตของเศรษฐกิจจีน ระดับราคาน้ำมัน นโยบายทางการเงินของประเทศหลักๆ อย่างสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุ่น รวมถึงความคืบหน้าการปฏิรูปของญี่ปุ่นและยุโรป" นางสาวเบญจรงค์กล่าว
          สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นและยุโรป ปัจจุบันบลจ.กสิกรไทยมีกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นดังกล่าว ได้แก่ กองทุนเปิดเค ญี่ปุ่น หุ้นทุน (K-JP) ซึ่งลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นผ่านกองทุนหลัก Schroder International Selection Fund Japanese Equity, Class A Acc และกองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุน (K-EUROPE) ซึ่งลงทุนในหุ้นยุโรปผ่านกองทุนหลัก Allianz Europe Equity Growth, Class AT-EUR โดยสามารถลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือติดต่อ KAsset Contact Center 0 2673 3888
บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นญี่ปุ่น-ยุโรปยังน่าสนใจ แนะทยอยเข้าลงทุนในช่วงตลาดปรับตัวลง รับโอกาสฟื้นตัวในระยะยาว
 

ข่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน+เบญจรงค์ เตชะมวลไววิทย์วันนี้

3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต สามบีบี หรือ 3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.1400 บาท คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,120.0 ล้านบาท โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล ซึ่งมีกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 2 กันยายน 2569 เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 3BBIF

ต่อยอด Investment Solution เปิดโอกาสนักลง... บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM — ต่อยอด Investment Solution เปิดโอกาสนักลงทุนมืออาชีพเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนระดับ...