นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงประกาศให้ผู้ประกอบการประมงพาณิชย์ หรือเจ้าของเรือขนาด 10 ตันกรอสขึ้นไป มาแสดงตนพร้อมนำเรือ เอกสารสำคัญประจำเรือและเครื่องมือทำการประมงทั้งหมด ตามที่ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 กำหนด โดยให้มายื่นขอรับการตรวจสอบความถูกต้อง ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 15 กันยายน 2559 ณ ท่าเทียบเรือ 22 จังหวัดชายทะเล หรือศูนย์แจ้งเข้า-ออกในจังหวัดนั้น ๆ หากพ้นกำหนด เรือลำใดยังไม่ได้มาแสดงตนโดยไม่มีเหตุอันควร อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำการประมงได้
นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามที่กรมประมงได้ออกหนังสือใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ให้กับเรือประมงพาณิชย์ที่มีขนาด ตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559 บัดนี้ เห็นสมควรให้มีการตรวจสอบเรือและเอกสารสำคัญในการทำการประมงพาณิชย์ทั้งหมด เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 โดยเอกสารสำคัญประกอบด้วย
1. ใบอนุญาตใช้เรือ : ที่ระบุหมายเลขทะเบียนเรือ ชื่อเรือ ชื่อสกุลเจ้าของเรือ วันหมดอายุ หมายเลขเครื่องยนต์ และยี่ห้อเครื่องยนต์ให้ชัดเจน
2. ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ต้นฉบับ ที่ได้รับจากกรมประมง ที่ระบุหมายเลขใบอนุญาต ประเภทของเครื่องมือทำการประมง ใบอนุญาตที่ติดภายในเรือประมง พร้อมบัตรอนุญาต เลขที่ QR-Code ซึ่งจะต้องตรงตามใบอนุญาตทำการประมงที่ประมงออกให้ โดย QR-Code ดังกล่าวจะต้องติดไว้กับเรือ
3. เครื่องมือประมง โดยชนิดและจำนวนเครื่องมือต้องถูกต้องตามใบอนุญาต รวมทั้งขนาดของตาอวน ขนาดความยาว ของเครื่องมือต้องเป็นไปกฎหมายด้วย
และสำหรับเรือประมงพาณิชย์ ขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป จำนวน 5,941 ลำ ต้องแสดงอุปกรณ์ติดตามเรือ (VMS) ที่มีเอกสารกำกับ หมายเลข VMS ในใบอนุญาต หมายเลขเครื่องที่ใช้ในปัจจุบัน สถานะภาพการใช้งาน และแสดงLogbook/ เครื่องหมายประจำเรือ / สภาพเรือ / ระวางบรรทุกของเรือ ด้วย
ผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ ขนาด 10 - 30 ตันกรอส จำวน 5,277 ลำ สามารถยื่นเอกสารขอรับการตรวจได้สำนักงานประมงจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเลและสำนักงานประมงอำเภอ ส่วนเรือประมงพาณิชย์ ขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป สามารถยื่นเอกสารแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์แจ้งเข้า-ออกในจังหวัดนั้นๆ ส่วนในกรณีเรือขึ้นคานหรือไม่ได้ทำการประมง ให้นัดเจ้าหน้าที่ไปตรวจแยกจากการตรวจที่ท่าเรือ
ทั้งนี้ เป็นการยื่นนัดหมาย ผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ สามารถนัดหมายกับเจ้าหน้าที่เพื่อนำเรือมาแสดงตนได้ ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป ซึ่งเรือประมงพาณิชย์ที่ผ่านการตรวจรับรองโดยกรมประมงเรียบร้อยแล้ว จะได้รับสติ๊กเกอร์รับรองไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการไม่นำเรือมาให้ตรวจโดยไม่มีเหตุผลออันสมควรอาจเป็นสาเหตุให้ถูกยกเลิกใบอนุญาตทำการประมงได้
"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์โปรดให้ความร่วมมือนำเรือและเอกสารที่ถูกต้องมาแสดงตนตามกำหนดการและสถานที่ดังกล่าวด้วย โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เฉพาะกิจตรวจเรือประมงพาณิชย์ โทร. 0 2561 1418 หรือ สำนักงานประมงจังหวัดชายทะเล 22 แห่ง หรือwebsite : http ://www.fisheries.go.th/inspector" นายมีศักดิ์ กล่าว
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมงาน "Thailand: The Land of Tropical Fruits" สนับสนุนเกษตรกรไทย เชื่อมโยงผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
มกอช. ติวเข้มมาตรฐานทุเรียนอีสาน ยกระดับคุณภาพส่งออก คุมเข้มทุเรียนอ่อน สร้างเชื่อมั่นตลาดโลก
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์