กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อน “ราอี” พร่องน้ำในระบบชลประทาน รองรับฝนตกหนักแล้ว พร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่า พายุโซนร้อน "ราอี" (RAI) ได้เคลื่อนขึ้นชายฝั่งทางตอนล่างของเมืองดานัง ประเทศเวียดนามแล้ว คาดประมาณ 19.00 - 21.00 น. ของวันที่ 13 กันยายน 2559 พายุนี้จะเคลื่อนเข้าประเทศไทยบริเวณจังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ หลังจากนั้นจะเคลื่อนเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบนตามลำดับต่อไป ลักษณะเช่นนี้ ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมด้วย
          ด้าน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศว่า ล่าสุด(13 ก.ย. 59) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 38,385 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯ รวมกันมีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 14,859 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนใหญ่ทั้งประเทศยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 32,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
          ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ) ยังคงมีน้ำไหลลงอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน (13 ก.ย 59) ทั้ง 4 เขื่อน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 5,376 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำใช้การทั้งหมด สามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 12,700 ล้านลูกบาศก์เมตร
          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน จึงได้ให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนที่จะตกหนักจากอิทธิพลของพายุ "ราอี" โดยการพิจารณาลดระดับน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ พร่องน้ำในพื้นที่ คลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ รวมไปถึงแก้มลิงต่าง ๆ ให้มีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำหลากได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังให้จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง ให้ประสานงานและนำเสนอข้อมูลสถานการณ์น้ำฝน น้ำท่า และการบริหารจัดการน้ำ แก่จังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็ว


ข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์+ธีรภัทร ประยูรสิทธิวันนี้

กยท. ลุยต่อ!!! ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เม็ด หนุนแนวทางใช้ปุ๋ย 70:30 ลดต้นทุน - เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รับนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เดินหน้าส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามแนวทาง 70:30 พัฒนานวัตกรรมปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเม็ดภายใต้แบรนด์ กยท. มุ่งลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย และรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อการนำเข้าปุ๋ยเคมีในอนาคต นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ เผยว่า จากนโยบายของ กษ. ที่มุ่งปรับสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ โดยอาศัยผลวิเคราะห์ดินและความต้องการของพืชโดยการลดใช้ปุ๋ยเคมีลงให้

กรมชลประทาน จัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ... 124 ปี กรมชลประทาน มอบรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ เชิดชูบุคลากรดีเด่น พร้อมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา — กรมชลประทาน จัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณเนื่องในโอกาสวันค...

"FRIENDS OF WATER สายน้ำแห่งความร่วมมือ" ... กรมชลประทานจัดงานครบรอบ 124 ปี — "FRIENDS OF WATER สายน้ำแห่งความร่วมมือ" เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านน้ำสู่อนาคตอย่างยั่งยืน กรมชลปร...