ปัจจุบันพบว่าการค้าไม้พะยูงที่ผิดกฎหมายมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นขบวนการข้ามชาติที่มีทั้งเงินทุนและอิทธิพล ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ จนจำนวนไม้พะยูงได้ลดลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น ในการหารือเกี่ยวกับการพิทักษ์ไม้พะยูงและพืชป่า (2nd Regional Dialogue on Preventing Illegal Logging and Trade of Siamese Rosewood) ที่จัดขึ้น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐสังคมเวียดนามจึงเห็นชอบร่วมกันในข้อตกลงว่าด้วยการทำความเข้าใจในการพิทักษ์พื้นที่ทางธรรมชาติร่วมกัน โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนจะให้ความร่วมมือและการประสานงานในการต่อต้านการลักลอบตัดไม้และค้าไม้พะยูงและพืชป่าที่ผิดกฎหมายในภูมิภาคอินโดจีน
ในช่วงการหารือ ทุกประเทศได้รายงานผลปฏิบัติการต่างๆ ที่ใช้ดำเนินคดีและตรวจจับผู้กระทำความผิด โดยได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการที่ซับซ้อนและการวางแผนเป็นอย่างดีของอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ หน่วยงานต่างๆ ไม่เพียงเฉพาะภาครัฐ แต่รวมถึงเอกชน และภาคประชาสังคมจึงต้องร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระบุตัวผู้ต้องสงสัย และร่วมสนับสนุนการดำเนินคดี โดยร่วมกันอย่างเป็นระบบ นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมการหารือยังมีความเห็นตรงกันถึงความสำคัญในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศน์เอาไว้ เพื่อความเป็นอยู่ ความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพที่ดีของประชาชนในประเทศ เพื่อไม่ให้ขบวนการลักลอบค้าไม้ที่ผิดกฏหมาย ฉกฉวยผลประโยชน์และทำลายความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องยกระดับขีดความสามารถและเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้นควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของประเทศต่างๆ
รวมทั้งยังมีการหารือในประเด็นอื่นๆ อาทิ ความจำเป็นในการตรากฎหมายอาญาที่มีโทษรุนแรงและการบังคับใช้ที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น การนำมาตรการใหม่ๆ มาใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนการสร้างความตระหนักและความรู้แก่ประชาชน โดยเห็นว่ารัฐต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลักในภารกิจเหล่านี้และดำเนินการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ไปพร้อมกัน
ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (LEEO-WEN) กล่าวว่า "แม้ว่าการตัดไม้และการลักลอบค้าไม้ที่ผิดกฎหมายจะไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ ที่สามารถแก้ไขได้ทันที แต่ข้อตกลงในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป และขอร่วมสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาคตามข้อตกลงครั้งนี้"
ข้อตกลงที่เกิดขึ้นในการประชุมเกิดจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่
ประเทศไทย: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ราชอาณาจักรกัมพูชา: กรมบริหารการอนุรักษ์และพิทักษ์ธรรมชาติ กระทรวงการสิ่งแวดล้อม
สาธารณรัฐประชาชนจีน: กองอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า
สาธารณรัฐสังคมเวียดนาม: กองอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า, อุทยานแห่งชาติ Yok Don และกรมศุลกากร
กรมการกงสุล ร่วมหนุนคุณภาพชีวิตแรงงานไทยในต่างแดน ปิดจุดเสี่ยงสำคัญด้วยแอปฯ Thai Consular พร้อมหนุนแรงงานลงทะเบียนฯ รับความคุ้มครองทุกพื้นที่ทั่วโลก
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง กรมศุลกากร ทำงานเชิงรุก โชว์ผล 3 เดือน จับกุม "สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธ์" กว่า 708 ล้านบาท
เขตประเวศกวดขันห้ามจอดรถยนต์-ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ฝ่าฝืนย้ำมีโทษปรับตามกฎหมาย
แอปฟินนิกซ์จุดกระแสเตือนภัยเงินกู้ผิดกฎหมาย ผนึกสื่อออฟไลน์ ผสานพลังอินฟลูเอนเซอร์ พลิก "ป้ายกู้นอกระบบ" เป็น "ป้ายช่วยชีวิต"
สมาคมการค้ายาสูบไทยร้องกระทรวงดิจิทัล จี้ Facebook เร่งปราบ "บุหรี่เถื่อน" ออนไลน์ ชี้เป็นช่องทางหลักกระจายสินค้าผิดกฎหมาย สะท้อนด้านมืดของแพลตฟอร์ม
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมผนึกกำลัง กรมศุลกากร และหน่วยงานพันธมิตรปราบ "ของเถื่อน" สินค้าแบรนด์ปลอมและของผิดกฎหมาย ตั้งแต่ต้นน้ำมูลค่าความเสียหายกว่า 55 ล้านบาท
ก.ล.ต. ไม่ยืนยันการสแกนม่านตาเพื่อแลกเหรียญ WLD ถูกกฎหมายหรือไม่
สมาคมการค้ายาสูบไทยกังวลไทยกลายเป็น "ต้นทางบุหรี่เถื่อน" ขอ รมว.คลังเข้มงวดสินค้าผ่านแดน รับนโยบายขจัดอาชญากรรมข้ามชาติ
KH Academy ชวนอัปสกิลความรู้ อบรมสัมนากฎหมาย ฟรี! ในหัวข้อ "ถอดรหัสบัญชีม้า เส้นทางเงินสีเทาที่คุณต้องรู้" ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป