ในการแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญของคณะนักวิจัย รศ.ดร.ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ กล่าวว่า "นวัตกรรมดังกล่าวจะช่วยยกระดับการจัดการด้านสุขาภิบาล ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้จะได้มีการนำผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ไปเผยแพร่ในประเทศกลุ่มเอเชียและทวีปแอฟริกา โดยขณะนี้ได้มีการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทั้งในประเทศไทยและในประเทศเวียดนาม และกำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับประเทศอินเดียเพื่อใช้รณรงค์ในโครงการคลีนอินเดีย ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ"
นอกจากนี้ ดร.ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า วัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือการกำจัดของเสีย ณ แหล่งกำเนิด เพื่อลดภาระในการขนส่งสิ่งปฏิกูลไปยังสถานบำบัดน้ำเสีย "แนวคิดในการบำบัดสิ่งปฏิกูล ณ แหล่งกำเนิด เป็นการกระจายการบำบัดสิ่งปฏิกูล ออกจากศูนย์กลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการขนส่งสิ่งปฏิกูลในระยะไกล"
ดร.ดูไล โคเน่ (Dr.Doulay Kone) รองผู้อำนวยการของ Water, Sanitation and Hygiene (WASH) มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ กล่าวว่า "สถาบันเอไอทีเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิฯ เมื่อปี พ.ศ. 2554" "ทันทีที่เทคโนโลยีเหล่านี้มีความพร้อม เราจะนำไปใช้ในทั้งทวีปเอเชียและแอฟริกา" ดร.โคเน่ กล่าว
นวัตกรรมทั้งสี่ประเภทดังกล่าว ได้แก่ Zyclone cube ซึ่งเป็นส้วมที่ใช้หลักแรงโน้มถ่วงและหลักการของพายุหมุนในการแยกสิ่งปฏิกูลที่เป็นของเหลวและของแข็งออกจากกัน รวมทั้งมีการฆ่าเชื้อโรคโดยการใช้ความร้อน ซึ่งผลพลอยได้ คือกากสิ่งปฏิกูลที่ฆ่าเชื้อแล้วสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยที่ปลอดเชื้อโรคได้
รถดูดส้วมอัจฉริยะ เป็นนวัตกรรมรถบรรทุกที่ประกอบด้วยระบบคัดแยกของแข็งและของเหลวจากสิ่งปฏิกูลรวมไปถึงระบบกำจัดเชื้อโรค ซึ่งช่วยลดค่าขนส่งและบำบัดของเสีย ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการกากสิ่งปฏิกูล ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้จากการนำกากของเสียกลับไปใช้ใหม่ต่อไป
ระบบ " Cess to Fit System" เป็นเทคโนโลยีที่นำไปติดตั้งในบ่อเกรอะเดิมที่มีอยู่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่บ่อเกรอะเดิม ซึ่งจะทำการเก็บกักและบำบัดกากปฏิกูลก่อนที่จะปล่อยสู่ธรรมชาติ ถังบำบัดสิ่งปฏิกูลพลังแสงอาทิตย์ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเพิ่มอุณหภูมิในถังบำบัด ซึ่งจะความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพของสารอินทรีย์ ทำให้ของเสียที่อยู่ในบ่อบำบัดมีคุณภาพดีขึ้น รวมทั้งสามารถฆ่าเชื้อโรค และลดกากปฏิกูลที่สะสมจะลดลง 50% เมื่อเทียบกับบ่อบำบัดแบบดั้งเดิม
ดร. ธรรมรัตน์ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า นวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ผู้นำในด้านเทคโนโลยีสำหรับระบบสุขาภิบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น "เราได้เริ่มขั้นตอนสำหรับการผลิตนวัตกรรมเหล่านี้เพื่อใช้ในประเทศเวียดนาม และเรากำลังเจรจากับทางอินเดียเพื่อใช้รณรงค์ในโครงการคลีนอินเดีย"
ดร.ธรรมรัตน์ยังเสริมอีกว่าแม้ประเทศไทยจะมีตัวเลขการเข้าถึงบริการด้านสุขาภิบาล แต่ตัวเลขของการบำบัดสิ่งปฏิกูลยังเป็นที่น่าวิตก ในประเทศไทยมีการปล่อยของเสียสิ่งปฏิกูลจำนวน 60,000 ตันต่อวัน แต่ได้รับการบำบัดอย่างถูกวิธีเพียง 4,500 ตันต่อวันเท่านั้น (คิดเป็นจำนวนน้อยกว่า 10%) "นวัตกรรมทั้งหมดนี้มีเป้าหมายที่จะแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว โดยเน้นการบำบัดของเสีย ณ แหล่งกำเนิด" ดร.ธรรมรัตน์ กล่าวต่อ
"โครงการนี้เริ่มอย่างเป็นทางการในงานเปิดตัว ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555 ที่กรุงเทพฯ ภายใต้ชื่อ "การจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืนแบบกระจายออกจากศูนย์กลาง" โดยมีภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการของ สำนักวิชาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรและการพัฒนาของสถาบันเอไอทีเป็นผู้ดำเนินโครงการงานวิจัยภาคสนาม ซึ่งมีระยะเวลาระหว่าง พ.ศ. 2555 – 2560 มีนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ยุโรป แอฟริกาและอเมริกาใต้ มีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว
รายละเอียดเกี่ยวกับ Naturally Acceptable and Technological Sustainable (NATS) Toilet สามารถดูได้ที่ลิงค์ http://natstoilet.com/
สนใจรายละเอียด โปรดติดต่อ ดร.ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ Email: [email protected] โทร. 02-524-6188
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(AIT)ประชุมหารือด้านความร่วมมือกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
AIT ร่วมมือ สวทช. และ วช. พัฒนา "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ช่วยแก้ปัญหา PM2.5 จากรถดีเซล
AIT ผนึก MIT เปิดเวทีชี้ทิศทางนโนบายสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืนในเอเชีย
บางจากฯ นำร่อง "Carbon Capture" ในโรงกลั่นน้ำมันรายแรกของไทย จับมือบีไอจี ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่อยอดความร่วมมือ กับ AIT และ Mitico แปร CO2 จากของเสียเป็นทรัพยากร
ไอแบงก์ต้อนรับแบงก์ชาติจากประเทศบังกลาเทศ ศึกษาดูงาน การเงินอิสลามในประเทศไทย
อมตะ ซิตี้ ฮาลอง ผนึกพันธมิตรพัฒนาคนคุณภาพ หนุนภาคเศรษฐกิจฟู้เถาะ
AIT ส่งทีมวิศวกรเข้าร่วมสำรวจโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี เพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารเรียน
การเคหะแห่งชาติลงนาม MOU ร่วมกับ AIT ผลักดัน "ที่อยู่อาศัยสีเขียวอย่างยั่งยืน"
AIT จับมือ กรมประมง วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน