มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย หนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษหลักในเมืองคือรถยนต์ดีเซล โดยเฉพาะรถบรรทุก รถโดยสาร และรถกระบะที่ปล่อย "ควันดำ" อย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าวิธีการตรวจวัดตามมาตรฐานจะมีความแม่นยำสูง แต่ก็มีต้นทุนสูง ใช้เวลานาน และไม่เหมาะกับการตรวจคัดกรองรถจำนวนมากในสภาพการจราจรจริง
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียโดยภาควิชาวิศกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการและ ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ ได้พัฒนานวัตกรรม "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" โดยร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยกระบวนการ Computer Vision โดยการผสมผสานเทคโนโลยีกล้อง CCTV / DSLR การประมวลผลภาพ และ Generative AI ที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะนี้จะแปลงภาพถ่ายให้กลายเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ที่สามารถนำไปใช้ในการประเมินควันดำจากไอเสีย โดยระบบจะแปลงข้อมูลรูปภาพที่ได้เป็นค่าความทึบแสงและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) ซึ่งวิธีการนี้สามารถนำไปใช้คัดกรองรถดีเซลที่ระบายมลพิษสูงและ PM2.5 ได้อย่างรวดเร็ว ไม่กระทบการจราจรจากการตั้งด่านตรวจ ซึ่งการนำ "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ไปใช้จะช่วยลดต้นทุนในการตรวจจับรถควันดำ และช่วยคัดกรองรถที่ระบายมลพิษสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน รศ.ดร.เอกบดินทร์ วินิจกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการ และ ศ.ดร. มงคล เอกปัญญาพงศ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AIT AI Center) สองนักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมนี้เป็นวิธีใหม่ที่ประยุกต์ใช้กล้องความละเอียดสูงร่วมกับการวัดสภาพแสงและเทคโนโลยี Computer Vision เพื่อระบุควันจากปลายท่อไอเสียโดยไม่ต้องหยุดรถหรือสัมผัสยานพาหนะ โดยที่ระบบ AI จะทำหน้าที่ตรวจจับกลุ่มควัน ประเมินค่าความทึบแสง (Opacity) และแปลงผลลัพธ์เป็นค่าประมาณความเข้มข้นของ PM2.5 และจากผลการทดสอบภาคสนามยืนยันว่าระบบสามารถคัดกรองรถที่มีแนวโน้มที่จะมีควันดำเกินมาตรฐานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยระบบสามารถจำแนกรถที่ "ผ่าน" และ "ไม่ผ่าน" เกณฑ์มาตรฐานควันดำในประเทศไทย โดยมีความแม่นยำมากกว่า 85-90% ในสถานการณ์ที่เหมาะสม เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น (Pre-screening Tool) ในพื้นที่จริง เช่น จุดพักรถ ศูนย์กระจายสินค้า ท่าเรือ หรือการตรวจสอบริมถนน ก่อนส่งรถที่มีความเสี่ยงว่าควันดำจะเกินมาตรฐานไปตรวจซ้ำด้วยวิธีมาตรฐานต่อไป
"ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนเป็นอย่างมากสำหรับการตรวจวัดควันดำ เมื่อเทียบกับราคาเครื่องตรวจวัดควันดำนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูงมาก ซึ่งเครื่องตรวจวัดทางไกลบางประเภทราคาสูงต้องใช้งบประมาณหลักหลายล้านบาทต่อเครื่อง ในขณะที่ "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ที่นำมาประยุกต์ใช้มีต้นทุนในการติดตั้งเพียงหลักแสนเท่านั้น ช่วยเพิ่มโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เพื่อขยายพื้นที่ควบคุมการตรวจจับรถควันดำที่ก่อให้เกิดมลพิษ และช่วยลดปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ได้อีกด้วย นอกจากนี้นักวิจัยยังคงเดินหน้าทำงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ให้มีความแม่นยำในการตรวจวัดและสามารถนำไปใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพมหานคร
บางจากฯ นำร่อง "Carbon Capture" ในโรงกลั่นน้ำมันรายแรกของไทย จับมือบีไอจี ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่อยอดความร่วมมือ กับ AIT และ Mitico แปร CO2 จากของเสียเป็นทรัพยากร
ไอแบงก์ต้อนรับแบงก์ชาติจากประเทศบังกลาเทศ ศึกษาดูงาน การเงินอิสลามในประเทศไทย
อมตะ ซิตี้ ฮาลอง ผนึกพันธมิตรพัฒนาคนคุณภาพ หนุนภาคเศรษฐกิจฟู้เถาะ
AIT ส่งทีมวิศวกรเข้าร่วมสำรวจโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี เพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารเรียน
การเคหะแห่งชาติลงนาม MOU ร่วมกับ AIT ผลักดัน "ที่อยู่อาศัยสีเขียวอย่างยั่งยืน"
AIT จับมือ กรมประมง วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
เตือนคนรักสุขภาพ! ออกกำลังกายกลางแจ้งระวังฝุ่น PM2.5 และโอโซน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว
บางจากฯ แบ่งปันประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ให้กับผู้บริหารระดับสูงจากสมาพันธ์อุตสาหกรรมเนปาล (CNI)