ดีเอชแอล เผยรายงานการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ ปี2559

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          ระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือ 'การเรียนรู้ด้วยเครื่องจักร'  เป็น 1 ใน 26 การพัฒนาที่สำคัญในรายงานการศึกษาแนวโน้ม
ลอจิสติกส์ ปี 2559
          รายงานฉบับล่าสุดเผยการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มทางสังคม ธุรกิจและเทคโนโลยี ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในธุรกิจ
ด้านลอจิสติกส์
          เป็นรายงานที่ผู้เชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์ควรศึกษา เพื่อเข้าใจถึงอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ในอนาคต
          ดีเอชแอล ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ชั้นนำของโลก ได้จัดพิมพ์รายงานการศึกษาแนวโน้มลอจิสติกส์ (Logistics Trend Radar) ฉบับที่ 3 ประจำปี 2559 ซึ่งประกอบด้วยสาระสำคัญ ๆ คือ 26 เทรนด์ใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ใน 5 - 10 ปีข้างหน้า โดยมีการติดตามและตรวจสอบพัฒนาการของแต่ละเทรนด์ ทั้งแบบพ้นกระแสไปแล้ว และสามารถเห็นได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่มีการเรียบเรียงขึ้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2556
          มาร์คุส คุคเคลเฮ้าส์ รองประธานฝ่าย Innovation and Trend Research กล่าวว่า "การคาดการณ์แนวโน้มหรือกระแสต่าง ๆ มีความท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องของอนาคตและยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าเทรนด์ไหนจะส่งผลระยะยาวให้กับธุรกิจต่าง ๆ หรืออันไหนที่ส่งผลกระทบแค่ชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น ด้วยความต้องการที่จะระบุและเข้าใจเทรนด์ต่างๆล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ เราจึงได้เรียบเรียงรายงานการศึกษาเทรนด์ลอจิสติกส์ ปี 2559 ขึ้นมาใหม่ เพื่อช่วยให้เราและลูกค้าของเรา คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาตคได้"
          รายงานการศึกษาเทรนด์ลอจิสติกส์ ปี 2559 มีการนำเสนอแง่มุมที่สำคัญต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและเทรนด์ใหม่ล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้นที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างของลอจิสติกส์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ขนาดใหญ่ต่าง ๆ อาทิ รูปแบบของพลังงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป และภูมิทัศน์ทางการค้า ไปจนถึงเทรนด์ขนาดย่อม อาทิ องค์กรสตาร์ทอัพด้านลอจิสติกส์ที่แยกตัวเป็นเอกเทศจากธุรกิจด้านลอจิสติกส์ นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยข้อมูลเชิงรุกว่าภาคธุรกิจใด ที่จะได้รับผลจากการพัฒนาและกรอบของเวลาต่าง ๆ ของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หรือเป็นการเริ่มต้นในช่วงทศวรรษหน้านี้
          ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (Artificial Intelligent) และระบบความเป็นส่วนตัว (Personalization) ที่เป็นกระบวนการนำเสนอเนื้อหาหรือบริการและสินค้า โดยพิจารณาจากลักษณะพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ล้วนเป็นปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากที่สุดในรายงานประจำปี 2559 นี้ รวมทั้งซัพพลายเชนที่มีความฉลาดที่นำการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือระบบ 'การเรียนรู้ด้วยเครื่องจักร' มาใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ ผลกระทบของซัพพลายเชนที่ถูกผลักดันด้วยข้อมูลต่างๆ และด้วยความคิดตนเอง ได้เปิดโอกาสให้มีการเสริมสร้างประสิทธิภาพในระดับดีเยี่ยมต่อด้านการผลิต ลอจิสติกส์ กิจการคลังสินค้า การนำส่งระยะสุดท้าย ที่สามารถกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ ด้วยเวลาไม่ถึง 5 ปี แม้ต้นทุนจากการติดตั้งเครื่องจักรใหม่นั้นราคาสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจลอจิสติกส์ในยุคเริ่มต้น
          พฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนไป และความปรารถนาในระบบความเป็นส่วนตัว (Personalization) ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดเทรนด์ใหม่ 2 ประการ ได้แก่ การแบ่งย่อยส่วนการผลิต 'Batch Size One' และการขนส่งตามความประสงค์ 'On-demand Delivery' ที่สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อลอจิสติกส์ ทั้งนี้ การขนส่งตามความประสงค์จะช่วยให้ลูกค้าสามารถระบุเวลาและสถานที่ที่พวกเขาต้องการแก่แผนกบริการขนส่งพัสดุที่มีความคล่องตัวมากขึ้น ส่วน Batch Size One จะเป็นการวิเคราะห์ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสินค้าที่ผลิตขึ้นเพื่อสอดคล้องกับความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อแข่งขันต่อรูปแบบการผลิตเป็นจำนวนมากในอีก 20 ปีข้างหน้า การแบ่งย่อยส่วนการผลิตจะนำไปสู่การผลิตแบบกระจาย และมีผลต่อระบบซัพพลายเชนที่กำลังเปลี่ยงแปลงไปอย่างรวดเร็ว ที่ล้วนต้องการผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์ทำงานอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว และสามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อเวลาและสถานที่ในการผลิตให้ได้
          มร. แมทเธียส เฮาท์เกอร์ รองประธานอาวุโสด้าน Strategy, Marketing & Innovation ของดีเอชแอล กล่าวว่า "แนวโน้มที่สำคัญในรายงานการศึกษาเทรนด์ลอจิสติกส์ ปี 2559 สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพของอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ของโลกได้ ด้วยเทรนด์เพียง 15 จาก 26 ประการ ก็สามารถสร้างผลกระทบต่าง ๆ ได้ภายใน 5 ปี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ธุรกิจด้านการจัดการซัพพลายเชน และลอจิสติกส์ควรทำความเข้าใจต่อการพัฒนาที่อาจเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ หรือภาคธุรกิจดังกล่าวเสียก่อน"
          รายงานการศึกษาเทรนด์ลอจิสติกส์ ปี 2559 นับเป็นเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นสำหรับการวางแผนโครงการในอนาคต การพัฒนากลยุทธ์ และนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านลอจิสติกส์ รายงานของปีนี้ที่จัดทำโดย การศึกษาเทรนด์ลอจิสติกส์ของดีเอชแอล ได้รวมถึงการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับเทรนด์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น และผลกระทบระหว่างภาคธุรกิจต่างๆ รวมถึงการแจกแจงให้เห็นถึงเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น แง่คิดต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจ เช่น ธนาคารโลก สถาบัน Fraunhofer บริษัท HP และ 500 Startups เกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมลอจิสติกส์
          รายงานนี้ยังกล่าวเน้นถึงโครงการนำร่องที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากการศึกษาเทรนด์ของดีเอชแอล อาทิ การทดสอบของดีเอชแอล เกี่ยวกับการนำหุ่นยนต์มาทำงานร่วมกันในการปฏิบัติงานในกิจการคลังสินค้า
          เทรนด์ทั้งหมดได้รับการวิเคราะห์ลึกลงไปในรายละเอียด ซึ่งรวมถึงโอกาสต่าง ๆ อุปสรรค และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่นำไปปฏิบัติ กรอบของเวลาในรายงาน ที่สามารถดาวน์โหลดได้ในwww.dhl.com/trendradar
ดีเอชแอล เผยรายงานการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ ปี2559
 

ข่าวและเทคโนโลยี+การเรียนรู้วันนี้

สสวท. ชวนเปิดโลกการเรียนรู้ครั้งสำคัญของการศึกษาไทย ในงาน วทร.25 กว่า 100 หัวข้ออบรม

สู่ Green STEM Education เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ขอเชิญครู ผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการ นักศึกษาวิชาชีพครู และผู้สนใจ เข้าร่วมงาน "การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 25 (วทร.25)" 25 ปีแห่งการเรียนรู้… ก้าวสู่ Green STEM Education for Global Sustainability ภายใต้แนวคิด สะเต็มศึกษาสีเขียวเพื่อโลกที่ยั่งยืน ผ่านการบูรณาการและนวัตกรรมGreen STEM Education for GlobalSustainability: Integration and Innovation จัด

เสริมทักษะครูยุคดิจิทัล พร้อมประยุกต์ใช้ ... สสวท. ชวนอบรมออนไลน์ฟรี! "การบูรณาการ AI สู่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ในห้องเรียน" — เสริมทักษะครูยุคดิจิทัล พร้อมประยุกต์ใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธร...

ดีป้า จัดงานปัจฉิมนิเทศ มอบประกาศนียบัตร ... ดีป้า จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 — ดีป้า จัดงานปัจฉิมนิเทศ มอบประกาศนียบัตร และปิดโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 ...