ลดช่องว่างชุมชนชายขอบด้วย3G อินเทอร์เน็ตและไฟฟ้าเซลแสงอาทิตย์

31 May 2016
ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และที่ปรึกษาอาวุโสสวทชพร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากเนคเทค/สวทช(ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ดร.อัศวิน หงส์สิงห์ทอง นางสาววันทนีย์ พรรณชาติและนายณัฐกานต์ อุดมเดชาณัติ) ร่วมกับรองเลขาธิการกรมการศึกษานอกโรงเรียน(นายกิตติศักดิ์ รัตนฉายา)และคณะ(นายศุภกร ศรีศักดิ์ดา ผู้อำนวยการ สนง.กศน.จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญ ธรรมบัญฑิต ผอ.กศน.อำเภออมก๋อยและนางศิราณี อิ่มสุวรรณ์ นักวิชาการชำนาญการพิเศษ สำนักงาน กศน.)ได้เดินทางไปเยี่ยมและตรวจการทำงานของระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลแสงอาทิตย์ขนาด0.75Kwatt peakและระบบอินเทอร์เน็ตผ่าน3Gด้วยความร่วมมือระหว่างเนคเทค/สวทช กรมการศึกษานอกโรงเรียนและAISที่ศศช.บ้านห้วยกว้างใหม่ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่(หมายเหตุ:ศศช. ย่อมาจาก ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง")คณะทำงานจากทั้งสามแห่งร่วมกันติดตั้งระบบทั้งสองด้วยการบริจาคของบริษัทAISตั้งแต่ต้นปี2559 ศศช.บ้านห้วยกว้างใหม่นี้อยู่ห่างจากต้วอำเภอประมาณ1.50-2.00ชั่วโมงด้วยรถยนต์ขับเคลื่อน4ล้อบนถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นวกวนขึ้นลงไปตามไหล่ดอย ปกติรถยนต์เข้าถึงได้เฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น ชาวบ้านและครูมักจะใช้มอเตอร์ ไซค์เป็นสำคัญ
ลดช่องว่างชุมชนชายขอบด้วย3G อินเทอร์เน็ตและไฟฟ้าเซลแสงอาทิตย์

ขณะนี้ครูนักเรียนและชาวบ้านสามารถใช้โทรศัพท์ 3G, Line, Facebookฯลฯได้ นอกจากนี้ยังมีพีซี2เครื่องที่สามารถใช้3Gเข้าถึงเว็บไซต์ของระบบeLearning-on-demand เรียกว่าeDLTVตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี(http://edltv.dlf.ac.th/primary/index.php)ซึ่งบรรจุเนื้อหาของการสอนทางไกลจากมูลนิธิการศึกษาผ่านดาวเทียมทางไกลไว้อีกด้วย เมื่อคณะไปถึงนอกจากจะได้รับทราบการเรียนการสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่เพราะเป็นการศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย ครูและนักเรียนได้แสดงวิธีใช้งานหลากหลายรวมทั้งการประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตถึงนักวิจัยของเนคเทค/ที่กรุงเทพอีกด้วย ที่น่าประทับใจคือครูได้สอนนักเรียนให้ค้นหาวิธีทำกล้วยฉาบจากเนื้อหาวิชาชีพของeDLTVแล้วไปทำให้คณะได้ลองชิมอีกด้วย หลังอาหารกลางวันอย่างง่าย(ข้าวเหนียวไก่ย่างและน้ำพริก)ที่คณะเตรียมไปแล้วครูติ๊กได้เลี้ยงกาแฟคนละแก้ว เมื่อถามว่ากาแฟเอามาจากไหนครูก็เอาขวดบรรจุกาแฟมาให้ดูบอกว่าปลูกเองคั่วเองแล้วตำละเอียดเองชงเองเรียกว่า "กาแฟตำ" เมื่อถามว่าเอาความรู้มากจากไหนครูก็บอกว่าจาก Youtube!! คณะจึงรู้สึกปลื้มอกปลื้มใจว่าเทคโนโลยีที่ไปติดตั้งให้เริ่มเป็นประโยชน์ ครูติ๊กยังบอกว่าเดียวนี้ชาวบ้านไม่ต้องเที่ยวเดินหาจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกแล้วจะโทรตรงไหนก็ได้ ชาวบ้านบอกว่าใช้ติดต่อกับลูกหลานที่ไปอยู่ในเมืองและยังใช้สอบถามราคาพืชผลอีกด้วย ระบบไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ก็ช่วยเวลาเรียนกลางคืนและชาวบ้านขอบใจคณะมากดังจะเห็นได้จากข้าวไร่ที่หุงมาให้เรากินกัน(นอกเหนือจากข้าวเหนียวที่คณะเตรียมไปเองจากอำเภออมก๋อย) หลายคนอาจถามว่าแล้วมีอะไรพิเศษเกี่ยวกับระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลแสงอาทิตย์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้คำตอบคือการใช้โทรมาตรส่งข้อมูลการทำงานของระบบดังกล่าวผ่าน3Gมายังเนคเทค/สวทชที่กรุงเทพทำให้ทราบสถานภาพการทำงานตลอด24ชั่วโมง หากเสียก็สามารถแจ้งให้ครูบำรุงรักษาเบื้องต้นผ่านมือถือหรือlineได้หากแก้ไม่ได้ก็ส่งช่างขึ้นไปซ่อมได้ ส่งผลให้ผู้ใช้ได้รับบริการที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอและยั่งยืนตามข้อตกลงระดับการให้บริการ(SLA: Service Level Agreement) ต่างจากในอดีตที่ติดตั้งแล้วไม่มีการติดตามด้านบำรุงรักษา

การศึกษาสำหรับชุมชนถิ่นทุรกันดารให้สามารถอ่านเขียนภาษาไทยได้เป็นการลดช่องว่าอันสำคัญ (http://www.omkoi-nfe.com/home/hilltribe-education/) มูลนิธิการศึกษาผ่านดาวเทียมทางไกลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ลดช่องว่างนี้มานานแล้วตั้งแต่พ.ศ.2538 (http://www.dlf.ac.th/) นับจากนี้ไปจะได้เริ่มวิวัฒนาการเข้าสู่ยุค3G,eLearning-on-demandและsocial mediaของศตวรรษที่21เพื่อลดช่องว่างให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสนองพระราช ดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีองค์ประธานมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ

หมายเหตุ:อำเภออมก๋อยมีศศช.หมู่บ้านทั้งสิ้น 112 แห่ง หากนับทั้งประเทศจะมี 789 แห่ง!! คงจะต้องมีนวัตกรรมทั้งด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่จะทำอย่างไรให้ครอบคลุมได้มากที่สุด!!