'อาม่า มารีน’ แปรสภาพเป็น 'มหาชน’ เตรียมพร้อมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

30 May 2016
'อาม่า มารีน' แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเป็นที่เรียบร้อย เตรียมความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ระดมทุนขยายธุรกิจโลจิสติกส์
'อาม่า มารีน’ แปรสภาพเป็น 'มหาชน’ เตรียมพร้อมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

นางศรัณยา กระแสเศียร ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ อาม่า มารีน เปิดเผยว่า อาม่า มารีน ได้ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการแปรสภาพของ อาม่า มารีน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการแสดงความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดย บริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด ได้เข้ามามีบทบาทในการให้คำปรึกษาในการจัดโครงสร้างธุรกิจ และโครงสร้างทางการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และอยู่ในระหว่างการเตรียมแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) เพื่อยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ

ทั้งนี้หลังจากการแปรสภาพแล้วส่งผลให้บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) จะมีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 215,800,000 บาท แบ่งเป็นแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 431,600,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 161,800,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 323,600,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

นายพิศาล รัชกิจประการ ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางทะเล และให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางบก เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้เข้าลงทุนบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด หรือ PTGLG ซึ่ง PTG ถือหุ้น 100% โดย PTGLG ได้ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) จำนวน 518,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 100 บาท ในราคาหุ้นละ 1,200 บาท หรือคิดเป็น 32.01% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนั้น โดยคิดเป็นเงิน 621.60 ล้านบาท การเข้าร่วมลงทุนของ PTG ในครั้งนั้นได้ช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้กับทั้ง อาม่า มารีน และ PTG โดย อาม่า มารีน นำเงินบางส่วนไปใช้ในการลงทุนเพิ่มเรือบรรทุกสินค้าและรถบรรทุกสินค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ และมีแผนที่จะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการลงทุนในอนาคต สำหรับ PTG การลงทุนดังกล่าวช่วยลดภาระการบริหารงานด้านการขนส่งของ PTG เนื่องจาก PTG สามารถให้ อาม่า มารีน ขนส่งน้ำมันให้บางส่วน โดยที่ PTG ยังสามารถบริหารจัดการการขนส่งทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การลงทุนใน อาม่า มารีน ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในด้านโลจิสติกส์ให้กับ PTG มากยิ่งขึ้น การดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจึงเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวไปสู่จุดหมายถัดไป คือ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ