ทั้งนี้ช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้อากาศเย็นลง และมีความชื้นสูง เป็นช่วงที่มีศัตรูหม่อนที่สำคัญชนิดหนึ่งระบาด คือ โรคราสนิม โดยสปอร์ของเชื้อรา จะแพร่กระจายไปกับฝนและลม ดังนั้น เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของใบหม่อนในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยใบหม่อนที่แสดงอาการของโรคนี้จะเห็นเป็นจุดเล็กๆ สีเหลือง หรือสีน้ำตาลปนแดง และบวมขึ้นเป็นตุ่มแผลใหญ่ขึ้น เมื่อเนื้อเยื่อใบหม่อนถูกทำลายและแตกออกจะเห็นสปอร์ของเชื้อรามีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลปนแดงคล้ายสนิมอยู่บนตุ่มแผล กระจัดกระจายทั่วไปด้านใต้ใบ หากระบาดรุนแรงจะทำให้ใบหม่อนมีสีเหลืองทั้งใบและแห้งเป็นสีน้ำตาลและร่วงหล่น โดยความรุนแรงของโรคนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุ์หม่อน การบริหารจัดการแปลงหม่อน เป็นต้น ซึ่งใบหม่อนที่แสดงอาการรุนแรงจะมีคุณภาพต่ำไม่เหมาะสมที่จะนำไปเลี้ยงไหม
ด้าน นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า การป้องกันและกำจัดโรคราสนิมหม่อนนั้น ควรใช้วิธีผสมผสานในการบริหารจัดการแปลงหม่อน โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกปลูกหม่อนพันธุ์ที่ทนทาน ต่อโรคราสนิม เช่น พันธุ์คุณไพ พันธุ์สกลนคร พันธ์ศรีสะเกษ 84 เป็นต้น โดยเฉพาะพันธุ์ศรีสะเกษ 84 เป็นพันธุ์ล่าสุดที่กรมหม่อนไหมได้ศึกษาวิจัยพบว่า มีความทนทานต่อโรคราสนิม ให้ผลผลิตใบสูง และท่อนพันธุ์แตกรากเจริญเติบโตได้ดี สำหรับการปลูกหม่อน เกษตรกรควรลงปลูกแบบแถวเดี่ยว เพิ่มระยะปลูกหม่อนให้มากขึ้น โดยระยะห่างระหว่างต้นหม่อนต้องไม่น้อยกว่า 75 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถวไม่น้อยกว่า 2 เมตร ควรตัดแต่งกิ่งหม่อนให้โปร่งอยู่เสมอ และไม่ปล่อยให้ใบหม่อนมีอายุแก่เกิน 3 เดือน ส่วนกิ่งและใบหม่อนที่ตัดทิ้งแล้วควรนำไปเผาทำลาย ไม่ควรนำกิ่งที่ตัดทิ้งแล้วมาคลุมแปลงหม่อน โดยเฉพาะกิ่งหม่อนที่มีเชื้อราโรคราสนิมเข้าทำลาย เนื่องจากจะเป็นแหล่งเพาะอาศัยของเชื้อโรคและระบาดต่อไปอย่างรุนแรงได้
นอกจากนี้ กรมหม่อนไหมได้แนะนำเกษตรกรปลูกในพื้นที่เขตเกษตรอาศัยน้ำฝน ที่มีการระบาดของโรคราสนิม ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อขอพันธุ์หม่อนได้ที่ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่ 53 หมู่ 7 ตำบลหมากเขียบ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 0-4491-6659 หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเบื้องต้นได้ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้บ้าน
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรฯ รวมพลังหมอดินอาสาทั่วประเทศ ครบรอบ 3 ทศวรรษ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาดินไทยอย่างยั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมนำสินค้าออร์แกนิคไทยตะลุยตลาดโลก ผงาดในงาน BIOFACH 2026 ที่เยอรมัน
กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมขับเคลื่อน "นวัตกรรมยางพาราเพื่อการชลประทานไทย"
กระทรวงเกษตรฯ เร่งผลักดันสินค้าเกษตรและอาหารไทย เจาะตลาดยูเออี เสริมบทบาทดูไบเป็นศูนย์กระจายสินค้า