นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา "โอกาสทองจิ้งหรีดไทยไปอียู : แมลงเศรษฐกิจเปลี่ยนโลก" ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำ ประเทศไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสำนักงานคณะกรรมการองค์การอาหารและยา (อย.) ร่วมกันจัดขึ้น โดยกิจกรรมภายในงานนอกจากการบรรยาย เรื่อง เพาะเลี้ยงแมลงในประเทศไทย: ฟาร์มจิ้งหรีดและผลกระทบด้านสังคม โภชนาการ และเศรษฐกิจ โดย รศ. ดร. ยุพา หาญบุญทรง มหาวิทยาลัยขอนแก่น การสัมมนากลุ่มย่อยและระดมความคิดเห็น ในเรื่องมาตรฐาน GAPขั้นตอนการขออนุญาตขึ้นทะเบียนอาหารใหม่ การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การสร้างเครือข่ายและการประชาสัมพันธ์ โดยวิทยากรจากสหภาพยุโรป (EFSA) มหาวิทยาลัยขอนแก่นและผู้แทน มกอช.ณ โรงแรมอวานี จังหวัดขอนแก่น แล้ว คณะยังได้เดินทางไปดูฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อศึกษาดูงานการเลี้ยงจิ้งหรีด มาตรฐานในฟาร์มและการพัฒนาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยว ณ อำเภอบ้านพอง จังหวัดขอนแก่น ด้วย
"มกอช. ได้พาคณะผู้แทนสหภาพยุโรปลงพื้นที่ เยี่ยมชมงานด้านการเลี้ยงจิ้งหรีด การจัดการมาตรฐานในฟาร์มและการพัฒนาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร ณ หมู่บ้านจิ้งหรีด อำเภอบ้านน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากจิ้งหรีดถือเป็นแมลงเศรษฐกิจของไทยที่มีศักยภาพสูง มีการขยายตัวการผลิตในระยะ 2 – 3 ปีหลังนี้อย่างมาก โดยในปี 2558 มีมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท/ปี อีกทั้งยังเป็นสินค้าอาหารที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ราคาถูก ต้นทุนต่ำ และมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า อาทิ Snack food รสชาติต่างๆ ทั้งรสต้มยำ รสวาซาบิ และจิ้งหรีดชนิดโปรตีนผงเพื่อนำไป แปรรูปเป็นเค้ก และคุกกี้ เป็นต้น"นางสาวดุจเดือน
ดังนั้น การที่ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานด้านประเมินความเสี่ยงของสหภาพยุโรปหรือ ESFA ได้มาให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบโนเวลฟู้ด แก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการของไทย ให้สามารถเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้ระเบียบอาหารใหม่ของสหภาพยุโรปที่ปรับกฎระเบียบให้การยอมรับแมลงเป็นโนเวลฟู้ด (Novel Food) หรือ กฎระเบียบว่าด้วยอาหารใหม่ ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 รวมถึงการยื่นคำร้องและข้อมูลวิชาการประกอบการพิจารณาอนุญาตเปิดตลาดอาหารใหม่ในสหภาพยุโรปด้วย ขณะเดียวกัน มกอช. ยังกระตุ้นให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเร่งปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์จิ้งหรีด ให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงในฟาร์มจนถึงการวางจำหน่ายในตลาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เป็นที่ยอมรับของคู่ค้าและมีภาพลักษณ์ที่ดีในตลาดสหภาพยุโรป ทั้งด้านโภชนาการ ความปลอดภัยอาหาร และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับผลิตภัณฑ์แมลงของไทยในสหภาพยุโรปและตลาดโลกได้
ในเร็วๆนี้ มกอช. ได้เตรียมจัดทำมาตรฐานจีเอพีฟาร์มจิ้งหรีด เพื่อรองรับกับการพัฒนาตลาดของจิ้งหรีดซึ่งมีแนวโน้มในการเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อมีตลาดต่างประเทศรองรับ มาตรฐานการผลิตที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าปลายทาง เกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว หากพัฒนาการเลี้ยงเข้าสู่ระบบมาตรฐานได้เร็วจะสร้างความได้เปรียบทางการค้า และประเทศไทยอาจเป็นศูนย์กลางการผลิตจิ้งหรีดในภูมิภาคนี้เนื่องจากมีความพร้อมมากที่สุด ทั้งนี้ มีแผนที่จะประกาศใช้มาตรฐาน จีเอพี ฟาร์มจิ้งหรีด ได้ภายในปี 2560
ปัจจุบันเมืองไทยมีฟาร์มจิ้งหรีดมากถึงประมาณ 20,000 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกษตรกรนิยมเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อย เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย ใช้น้ำน้อย ใช้เงินลงทุนต่ำ สามารถเลี้ยงได้ทุกเพศทุกวัยทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับสังคมเกษตรกรรมของไทยในปัจจุบัน โดยจิ้งหรีดที่นิยมเลี้ยงเชิงพาณิชย์มี 3 สายพันธุ์ คือ สะดิ้ง ทองดำ และจิ้งหรีดขาว มีกำลังการผลิตสูงถึง 7,500 ตันต่อปี แหล่งจำหน่ายใหญ่คือตลาดโรงเกลือ และส่งโรงงานแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดส่งออกไปยังตลาด สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น
วว. ร่วมเชื่อมโยงงานวิจัยกับธุรกิจด้านการเกษตร เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเกษตรไทยสู่สากล
กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ PGS ผลิตอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหาร
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล