นายทศพร ศรีศักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการผลักดันโครงการประชารัฐเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง 3 ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเกษตรกร และภาคเอกชน โดยนำเอาจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาพัฒนาและใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างเป็นนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในภาคการเกษตรไทย โดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะตัวแทนภาครัฐ ของกลุ่ม D6 การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ มีหน้าที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรโคนมทุกกลุ่ม โดยเน้นพื้นฐานการควบคุมดูแลให้ตรงตามมาตรฐานฟาร์มโคนมและการผลิตน้ำนมดิบ คือ การติดตามผลการดำเนินงาน การตรวจเยี่ยม และเพิ่มความเข้มงวดในประสิทธิภาพของระบบการควบคุมมาตรฐานแก่เกษตรกร และเสริมการให้ความรู้และเพิ่มมาตรฐานการจัดการด้านสุขภาพสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์ การกำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบมาตรฐานฟาร์ม รวมถึงการจัดหาเจ้าหน้าที่มาควบคุมดูแลเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพให้กับกลุ่มเกษตรกรโคนม ได้มีอาชีพที่ยั่งยืน
นายเชวงศักดิ์ สงวนวงศ์วิจิตร ประธานสหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรโคนมไทย กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนเกษตรกร ผมเชื่อมั่นว่าโครงการฯ ดังกล่าว จะช่วยพัฒนาคุณภาพของน้ำนมดิบ การบริหารจัดการฟาร์มโคนมแบบสมัยใหม่ และความเป็นอยู่ของเกษตรกรโคนมให้ดีขึ้น โดยสหกรณ์โคนมยังได้ส่งเสริมให้เกษตรกรโคนมหันมาเรียนรู้และปรับปรุง "คุณภาพน้ำนม" ด้วยระบบการรีดนมแบบอัตโนมัติและระบบการทำความเย็นจากแท้งค์ (Milking Machine Pipe line and Cooling tanks) พร้อมส่งน้ำนมโดยระบบรถขนส่งถึงศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ เพื่อรักษาคุณค่าของน้ำนมมากที่สุด ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบของอาชีพเกษตรกรรมโคนมสมัยใหม่ ที่ช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการรีดนมลดปริมาณจุลินทรีย์และปริมาณโซมาติกเซลล์ เกษตรกรได้น้ำนมในปริมาณมากขึ้น มีรายได้มากขึ้นจากจำนวนโคนมเท่าเดิมที่ตนเองมีกำลังในการจัดการดูแลได้ และยังเป็นแรงผลักดันให้เกษตรกรรุ่นใหม่ ร่วมกันพัฒนาและคงไว้ซึ่งอาชีพเกษตรกรโคนมพระราชทานสืบไป
ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ เปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน ผู้รับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรโคนมไทย ฟรีสแลนด์คัมพิน่าได้ร่วมเดินหน้าสนับสนุน นโยบายประชารัฐเกษตรสมัยใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการส่งเสริมศักยภาพของเกษตรกรในการทำฟาร์มโคนมแบบยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรโคนมไทย โดยตั้งเป้าหมายเพื่อการพัฒนาครอบคลุมทั้ง 5 ด้านอันได้แก่ การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ สร้างระบบบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดหาตลาดรับซื้อให้กับเกษตรกร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นไปตามดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่รัฐบาลต้องการให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมนมไทย ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้มั่นคง สำหรับบทบาทของ ฟรีสแลนด์คัมพิน่าในโครงการดังกล่าว คือการยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มและพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพและปริมาณน้ำนม
"เรามุ่งหวังว่าจากโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตน้ำนมโคที่มีคุณภาพดีขึ้น ได้น้ำนมในปริมาณมากขึ้นและขายได้ในราคาที่สูงขึ้น โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2560 สามารถเพิ่มปริมาณน้ำนมโคให้สูงขึ้นกว่า 20% หรือเฉลี่ยจาก13 เป็น 18 กก./ตัว/วัน และเพิ่มคุณภาพน้ำนมโคโดยลดจำนวนแบคทีเรียต่อน้ำนม 1 มิลลิลิตรให้ต่ำกว่า 5 แสนเซลล์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรโคนมที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง 5 แปลงนำร่อง ในเขตอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี , อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี กว่า 1,600 รายบนพื้นที่กว่า 2 หมื่นไร่ทั่วประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 45 ล้านบาท/ปี" ดร.โอฬาร กล่าว
นางเวนดี้ ครัมป์ ตัวแทนเกษตรกรโคนมชาวเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า การที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้แก่เกษตรโคนมชาวไทย ในโครงการฯ ดังกล่าว นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรมีแนวคิดใหม่ๆ และใช้ความทันสมัยในการพัฒนาฟาร์มโคนมของตนเองให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ แนวทาง7Diamonds ไม่ว่าจะเป็นอาหารและน้ำ (อาหารคุณภาพดีพร้อมอาหารเสริมและน้ำสะอาด), การเลี้ยงลูกโค (เพื่อให้เป็นแม่โคนมที่ดีในอนาคต), การรีดนม (ความสะอาดและการฆ่าเชื้อ), ความสมบูรณ์พันธุ์ (เพื่อการขยายฝูง), การดูแลกีบ (ซึ่งมีผลต่ออารมณ์และการให้นมคุณภาพของโค), การออกแบบโรงเรือน (จัดสัดส่วนพื้นที่ให้เหมาะสม) และการบันทึกข้อมูล (บันทึกข้อมูลสม่ำเสมอเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงในอนาคต) โดยทั้ง 7 แนวทางสู่การผลิตน้ำนมโคคุณภาพเยี่ยมนี้ เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตามรูปแบบการบริหารจัดการฟาร์มของตนเอง และสามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานที่เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ได้อีกด้วย
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรฯ รวมพลังหมอดินอาสาทั่วประเทศ ครบรอบ 3 ทศวรรษ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาดินไทยอย่างยั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมนำสินค้าออร์แกนิคไทยตะลุยตลาดโลก ผงาดในงาน BIOFACH 2026 ที่เยอรมัน