ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังคลี่คลายแล้ว 28 จังหวัด ประสานจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสมในช่วงวันที่ 9 - 13 มิถุนายน 2560

09 Jun 2017
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 9 มิถุนายน 2560 เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 28 จังหวัด รวม 103 อำเภอ 475 ตำบล 3,163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 35,110 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทั้ง 28 จังหวัด โดยมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) 16 จังหวัด รวม 72 อำเภอ 386 ตำบล 2,752 หมู่บ้าน 26 ชุมชน ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว พร้อมประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 9 – 13 มิถุนายน 2560 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ โดยตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 9 มิถุนายน 2560 มีพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย 28 จังหวัด ได้แก่ พะเยา อุบลราชธานี พิษณุโลก สุโขทัย เลย เชียงใหม่ ลำพูน อุดรธานี อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก ลำปาง ชลบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สระบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ จันทบุรี ลพบุรี สระแก้ว นครปฐม พังงา นครศรีธรรมราช ระนอง และขอนแก่น รวม 103 อำเภอ 475 ตำบล 3,163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 35,110 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทั้ง 28 จังหวัด อยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย โดยมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) จำนวน 16 จังหวัด ได้แก่ พะเยา พิษณุโลก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร อุดรธานี สุโขทัย นครศรีธรรมราช สุพรรณบุรี เชียงใหม่ เลย ลำปาง สุราษฎร์ธานี ลำพูน ระนอง ชลบุรี และขอนแก่น รวม 72 อำเภอ 386 ตำบล 2,752 หมู่บ้าน 26 ชุมชน ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไปอีก 1 วัน และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ราบลุ่ม ที่ราบเชิงเขาบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในขณะที่ภาคใต้มีฝนลดลง คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งปภ.จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงจากภาวะฝนตกหนัก และปริมาณฝนสะสมในช่วงวันที่ 9 – 13 มิถุนายน 2560 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำพื้นที่เสี่ยงภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป