สจล. เดินหน้าภารกิจก้าวกระโดดสู่ “ประเทศไทย 4.0” จับมือ 'คาร์เนกีเมลลอน’ ตั้งหน่วยงานในไทย ผุดหลักสูตรร่วมมาตรฐานสหรัฐฯ เปิดรับรุ่นแรก ต.ค. 60

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          'สุชัชวีร์' กางแผนความร่วมมือ 'สจล.' - 'คาร์เนกีเมลลอน' หวังปฏิรูปเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืนภายใน 5 ปี เร่งวิจัยร่วมพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันภัยไซเบอร์ ตั้งรับอาชญกรรมออนไลน์ที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ

          สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จับมือมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) ประเทศสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์ เดินหน้าโครงการความร่วมมือระหว่าง 2 สถาบันการศึกษา ภายใต้กิจกรรม 4 ด้าน ได้แก่ 1. จัดตั้งหน่วยงานร่วมระหว่าง สจล. กับ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ในประเทศไทย 2. เปิดสอนหลักสูตรร่วม (Dual-degree programs) 3. จัดทำโครงการวิจัยร่วมเพื่อตอบปัญหาของประเทศ (Collaborative Research) และ 4. แลกเปลี่ยนอาจารย์และนักวิจัยเพื่อพัฒนทักษะ (Faculty Exchange) เชื่อมั่นตลอดระยะเวลาดำเนินการจะช่วยยกระดับในทุกภาคส่วนไม่เฉพาะด้านการศึกษา แต่ยังรวมไปถึงด้านธุรกิจ การเงิน การบริการ และเกษตรกรรม ได้อย่างยั่งยืนสอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ผลักดันให้ประเทศไทยขยับขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาคอาเซียน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและบริษัทข้ามชาติ เข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) หรือการผลิตขั้นสูงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเร่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันภัยไซเบอร์ตั้งรับอาชญกรรมออนไลน์ที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ
          ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า โครงการสร้างความร่วมมือระหว่าง สจล. กับ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) ประเทศสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์ มีเป้าหมายในการสร้างบุคลากรและนักศึกษาในประเทศไทยให้คุณภาพมากขึ้น เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการปฏิรูปเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืนภายใน 5 ปี ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยในระยะเริ่มต้นความร่วมมือระหว่าง 2 สถาบัน จะเกิดขึ้นภายใต้กิจกรรม 4 ด้าน ได้แก่ 1. การจัดตั้งหน่วยงานร่วมระหว่าง สจล. กับ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ทั้งในสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทย: โดยสำนักงานทั้งสองแห่งจะช่วยให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสถาบันการศึกษาไทยที่ได้รับเกียรติ จากสถาบันการศึกษาชั้นนำอันดับต้นๆ ของโลกเข้ามาตั้งหน่วยงาน อันเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการศึกษาไทย ช่วยให้กระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทย ภาคเอกชน และบริษัทนานาชาติ รวมถึงทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมของไทยก้าวสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น
          2. การเปิดสอนหลักสูตรร่วม (Dual-degree programs): โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการและมาตรฐานเดียวกับที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้เรียนจะได้รับปริญญาเหมือนกับเรียนที่สหรัฐอเมริกา แบ่งเป็นระดับปริญญาโท 2 ปี ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ (Electrical and Computer Engineering) โดยเรียนในไทย 1 ปี และที่สหรัฐอเมริกา 1 ปี เพื่อพัฒนาบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการสร้างนวัตกรรมออกสู่ตลาดโลกภายในระยะเวลา 2-3 ปี และระดับปริญญาเอก 5 ปี ในสาขาเดียวกัน โดยเรียนในไทย 2 ปี และที่สหรัฐอเมริกา 3 ปี เพื่อมุ่งเน้นคุณภาพของนักศึกษาและอาจารย์ให้เทียบเท่าระดับสากล ซึ่งการใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการเรียนการสอนที่สหรัฐอเมริกาเป็นการดึงดูด นักศึกษาและนักวิจัยที่มีความสามารถจากในประเทศและภูมิภาคอาเซียน เข้ามาช่วยกันสร้างสรรค์งานวิจัยที่สอดคล้องกับปัญหาและสภาพแวดล้อมของไทย รวมทั้งริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลภายใน 5-10 ปี ทำให้ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีของตนเอง และก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำของภูมิภาค
          3. การจัดทำโครงการวิจัยร่วมเพื่อตอบปัญหาของประเทศ (Collaborative Research): โดยโครงการวิจัยทุกโครงการจะมีการใช้อาจารย์หรือนักวิจัยหลักจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก มหาวิทยาลัยในประเทศไทย และภาคเอกชน เป็นเครือข่ายนักวิจัยและถ่ายทอดความรู้การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย
          4. การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักวิจัยเพื่อพัฒนทักษะ (Faculty Exchange): พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานงานวิจัยไทยให้อยู่ในระดับมาตรฐานโลก พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยขยับขึ้นเป็นศูนย์กลาง ด้านการวิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและบริษัทข้ามชาติ ในการเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) หรือการผลิตขั้นสูงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ
          ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ สจล. และ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ได้ลงนามความร่วมมือระหว่างกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในช่วงเดือน ต.ค. 2560 จะเริ่มประกาศรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกรุ่นแรก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดทำการเรียนการสอนในช่วงเดือน ส.ค. 2561 ขณะที่แผนระยะยาว ได้กำหนดกรอบระยะเวลาความร่วมมือตลอดโครงการ 10 ปี โดยวางเป้าหมายผลผลิตที่วงการศึกษาไทยและประเทศชาติจะได้รับ แบ่งเป็นผลิตนักศึกษาปริญญาเอกไม่ต่ำกว่า 80 คน ผลิตนักศึกษาปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 200 คน ยกระดับคุณภาพอาจารย์และนักวิจัยไทยให้มีมาตรฐานระดับโลกไม่ต่ำกว่า 80 คน สร้างโครงการวิจัยเพื่อต่อยอดเป็นวัตกรรมหรือมีศักยภาพเชิงพาณิชย์ไม่ต่ำกว่า 80 โครงการ และสร้างแพลตฟอร์มและเครือข่ายให้อาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และบริษัทในประเทศไทย ได้เข้ามาเพิ่มพูนความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับอาจารย์และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมทั่วประเทศมากกว่า 6,000 คน
          ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการความร่วมมือ จะช่วยยกระดับความรู้และทักษะแห่งโลกยุคใหม่ในทุกภาคส่วน ไม่เฉพาะด้านการศึกษาแต่ยังรวมไปถึงด้านการให้บริการและธุรกิจดิจิทัล ด้านบริการทางการแพทย์และคุณภาพชีวิต ด้านพลังงานทางเลือก ด้านโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง ด้านหุ่นยนต์สมองกลฝังตัวและการควบคุมจักรกลอัตโนมัติ ซึ่งสอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ทั้ง 10 ยุทธศาสตร์ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ 2 โดยการพัฒนาวิจัยร่วมการนำเทคโนโลยีมาช่วยกระจายบริการพื้นฐาน เช่น การแพทย์และสาธารณสุข ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างงานวิจัยของเราเองเพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจแบบไทยแลนด์ 4.0 ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนางานวิจัยร่วมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ และยุทธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนางานวิจัยร่วมด้าน Smart City ซึ่งถือเป็นเทรนด์ที่ทั้งหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ ทั้งในไทยและระดับโลกกำลังขับเคลื่อนสู่แนวทางดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง
          "ความพยายามในการสร้างความร่วมมือระหว่าง สจล. กับ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการศึกษาไทย เพราะนอกจากผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นภายใต้โครงการนี้ตามที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาและความท้าทายด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ดังนั้นการพัฒนาระบบเพื่อป้องกันและตั้งรับอาชญกรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 5 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ถือเป็นภารกิจสำคัญที่สถาบันการศึกษาไทย ต้องเร่งวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้เท่าทัน ซึ่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนนั้นถือเป็นสถาบันการศึกษา ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในด้านนี้ โดยล่าสุดในปีที่ผ่านมาเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการคิดค้น Mayhem ระบบค้นหาช่องโหว่และป้องกันภัยคุกคามอัจฉริยะ ในการแข่งขัน Darpa's Cyber Grand Challengeการแข่งแฮ็คและป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ระดับโลก โดยทีมคณาจารย์และนักศึกษาที่เข้าแข่งขันได้รับการจัดอันดับ ให้เป็นเบอร์หนึ่งของโลกในด้านนี้ด้วยเช่นกัน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีจากของสถาบันการศึกษาไทยในการเพิ่มพูนความรู้ เพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ภายในประเทศ" อธิการบดี สจล. กล่าว
          ด้าน ศ.เจมส์ การ์เร็ต คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน กล่าวเสริมว่า มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก และมีความมุ่งมั่นในการสร้างองค์ความรู้เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และหุ่นยนต์ ซึ่งโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ได้ขยายสู่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในลักษณะการจัดตั้งหน่วยงานและเปิดหลักสูตรร่วมมาตรฐานเดียวกับสหรัฐอเมริกา จากที่ก่อนหน้านี้ได้มีความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวกับประเทศโปรตุเกส และสามารถผลักดันให้เกิดธุรกิจ Startups จำนวนมาก รวมทั้งพัฒนางานวิจัยร่วมกันมากกว่า 30 โครงการ เหตุผลสำคัญที่เลือกดำเนินโครงการความร่วมมือกับ สจล. เนื่องจากเห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและคณาจารย์ ที่ต้องการพัฒนาองค์ความรู้ในด้านที่สองสถาบันมีความเชี่ยวชาญ โดยเริ่มต้นจากการตั้งหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เนื่องจากเป็นรูปแบบการสอนที่มีความชัดเจน และสามารถขยายผลจากงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลไทย ซึ่งส่วนตัวเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยว่าจะสามารถทำได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ต้องให้ตอบโจทย์กับความต้องการของคนส่วนใหญ่ ซึ่งหลักการสำคัญในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีนั้น จำเป็นต้องพึ่งพาการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิต และใช้นวัตกรรมช่วยกระจายสินค้าและผลิตภัณพ์ให้ทั่วถึงภายใต้ราคาที่จับต้องได้
          ขณะที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำถึงความสำคัญในการเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลก เข้ามาพัฒนาหลักสูตรและเปิดทำการเรียนการสอนในประเทศไทย ระบุว่าการมีกฎหมายเปิดช่องทางให้มหาวิทยาลัยต่างชาติเข้ามาร่วมพัฒนาการศึกษาไทย โดยล่าสุดการใช้ ม.44 ถือเป็นก้าวสำคัญในการทะลายข้อกำจัดต่างๆ ที่ฉุดรั้งการพัฒนาระบบการศึกษาไทย ให้ก้าวไปสู่มาตรฐานในระดับเดียวกับมหาวิทยาลัยต่างชาติ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ต้องอาศัยการขับเคลื่อนเริ่มต้นจากการลงทุนพัฒนาทักษะบุคลากรในประเทศ การสร้างบรรยากาศการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรม และการมีระบบทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแรง
          ทั้งนี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้จัดงาน Dinner Talk เพื่อพูดคุยถึงแนวทางพัฒนาการศึกษาไทย "ด้านภารกิจการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระดับอุดมศึกษา เพื่อก้าวกระโดดสู่ ประเทศไทย 4.0" (A Leap Forward in Bridging Higher Education, Research and Innovation for Thailand 4.0) ณ โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ซึ่งได้รับเกียรติจาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารหน่วยงานรัฐด้านเศรษฐกิจ พร้อมด้วยตัวแทนจากภาคเอกชนระดับโลก อาทิ PTT SCG และ Thaibev ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะผลักดันภารกิจดังกล่าวให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้
          นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8111 หรือเข้าไปที่ www.kmitl.ac.th
สจล. เดินหน้าภารกิจก้าวกระโดดสู่ “ประเทศไทย 4.0” จับมือ 'คาร์เนกีเมลลอน’ ตั้งหน่วยงานในไทย ผุดหลักสูตรร่วมมาตรฐานสหรัฐฯ เปิดรับรุ่นแรก ต.ค. 60
สจล. เดินหน้าภารกิจก้าวกระโดดสู่ “ประเทศไทย 4.0” จับมือ 'คาร์เนกีเมลลอน’ ตั้งหน่วยงานในไทย ผุดหลักสูตรร่วมมาตรฐานสหรัฐฯ เปิดรับรุ่นแรก ต.ค. 60
 

ข่าวสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง+พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังวันนี้

BDMS Wellness Clinic จับมือ KMITL พัฒนาศาสตร์สถาปัตยกรรมสุขภาพ ปูทางไทยสู่อนาคต Wellness Real Estate อย่างยั่งยืน

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ผนึกกำลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หรือ KMITL (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang) จัดงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ มุ่งปั้น Wellness Real Estate ต้นแบบรากฐานสุขภาพแห่งอนาคต นำโดย นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดก... สจล. เปิดสนาม KMITL Sports World จัดแข่งกีฬาจานร่อน ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้รับเกียรติให้จัดการแข...

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดก... สจล. ร่วมมือ กกต. พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมและนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการเลือกตั้ง — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และสำนักงานคณะกรร...

โครงการ Creative Cultural District (CCD) ... โครงการ Creative Cultural District (CCD) — โครงการ Creative Cultural District (CCD) ได้รับการสนับสนุนและดำเนินงานโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ...

คณะทันตแพทยศาสตร์ อินเตอร์ ของสถาบันเทคโน... คณะทันตแพทยศาสตร์ สจล. เปิดรับรุ่นที่ 5 ปั้นทันตแพทย์อินเตอร์สู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีทันตกรรม — คณะทันตแพทยศาสตร์ อินเตอร์ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าค...

นายปิยะ เตชากูล (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้... ATP30 รับมอบรถตู้ไฟฟ้า 100% ภายใต้โครงการ EV Smart Transform — นายปิยะ เตชากูล (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (ATP...

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดก... สจล. เปิดระบบสมัครเรียนต่อแบบใหม่ "iFolio" เป็นมหาวิทยาลัยแรกของประเทศ — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ( สจล. ) จัดกิจกรรม KMITL OPEN HOU...

นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน ประธานกรรมการ นา... CPL จัดอบรมสัมมนาเสริมแกร่งเพิ่มศักยภาพจาก AI สู่ธุรกิจที่ยั่งยืน — นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน ประธานกรรมการ นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหา...