นายนาวา จันทนสุรคน อุปนายกสมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย ในฐานะตัวแทนกลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการเหล็กกล่าวว่าปัจจุบันผู้ส่งออกเหล็กต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย พยายามแสวงหาช่องทางต่างๆเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เช่น กรณีเหล็กแผ่นรีดร้อนที่มีการเคลือบสีอย่างหยาบ หรือ การเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีโดยเจือธาตุอัลลอยด์เพียงเล็กน้อย เพื่อเปลี่ยนพิกัดศุลกากรสินค้าที่ไม่อยู่ในขอบข่ายที่ถูกเรียกเก็บอากรทุ่มตลาด "ผู้ส่งออกเหล็กต่างประเทศอาศัยช่องว่างของกฎหมายมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติในเรื่องมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาดหรือ Anti-Circumvention ซึ่งเป็นมาตรการทางการค้าที่บังคับใช้ในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป มาเป็นเวลานานแล้ว" นายนาวากล่าว
นายอนุวัฒน์ หวังวณิชชากร เลขาธิการสมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย ชี้ว่าขณะนี้ปัญหาสินค้าเหล็กหลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาดกลายปัญหาสำคัญในระดับภูมิภาคอาเซียนไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเหล็กจากประเทศจีน ซึ่งผู้ส่งออกจีนมีพฤติกรรมที่ชัดเจนในการหลบเลี่ยงอากรทุ่มตลาด โดยวิธีการที่ผู้ส่งออกจีนใช้ก็คือ การเลี่ยงจากการเจือธาตุโบรอน ซึ่งประเทศผู้ผลิตเหล็กในอาเซียนส่วนใหญ่ เช่น ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย บังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดแล้ว ไปเจือธาตุอัลลอยด์ชนิดอื่น เช่น โครเมียม แทน
"ผู้ส่งออกเหล็กจีนไม่เพียงแต่หลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาด แต่ยังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของโครงสร้างภาษีของรัฐบาลจีนเองด้วย เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลจีนได้ยกเลิกการส่งเสริมการส่งออกเหล็กเจือธาตุโบรอน โดยยกเลิกการคืนภาษีสำหรับการส่งออก (Tax Rebate) ผู้ส่งออกเหล็กจึงเปลี่ยนไปเจือธาตุอัลลอยด์อื่นๆ ที่ไม่ใช่โบรอนแทน ซึ่งรัฐบาลจีนยังคงสนับสนุนให้ Tax Rebate อยู่ เรียกว่าได้กำไรสองเด้งคือ นอกจากไม่ต้องโดนอากรทุ่มตลาดในประเทศ ผู้นำเข้าแล้ว ยังได้เงินสนับสนุน(Subsidy) จากรัฐบาล ทำให้มีแต้มต่อด้านราคาเหนือผู้ประกอบการเหล็กในอาเซียนอีกด้วย นับตั้งแต่รัฐบาลจีนประกาศยกเลิก Tax Rebate เหล็กเจือโบรอนในปี พ.ศ. 2558 ปริมาณเหล็กเจือธาตุอัลลอยด์อื่นๆนำเข้าจากประเทศจีนจำนวนมหาศาลทะลักเข้ามาในตลาดอาเซียน เช่น เหล็กเส้น (Bar) เจืออัลลอยด์ นำเข้าจากจีนเพิ่มจาก 1.5 ล้านตันในปี 2557 เป็น 11 ล้านตันในปี 2558 และ13 ล้านตันในปี 2559 เหล็กแผ่นหนา (Plate) เจืออัลลอยด์ เพิ่มจาก 0.16 ล้านตันในปี 2557 เป็น 2 ล้านตันในปี 2558 และ 2.4 ล้านตันในปี 2559 และเหล็กลวด (Wire Rod) เจืออัลลอยด์ เพิ่มจาก 0.32 ล้านตันในปี 2557 เป็น3.2 ล้านตันในปี 2558 และ 4.3 ล้านตันในปี 2559 " นายอนุวัฒน์กล่าว
ปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้ากลายเป็นประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือในเวทีการประชุม ASEAN-China Steel Dialogue ครั้งที่ 14 ที่เมืองถังชาน ประเทศจีน ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดย "สมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน หรือASEAN Iron and Steel Council (AISC)" ซึ่งมีผู้ประกอบการเหล็กไทยร่วมเป็นภาคี ได้ร้องขอผ่าน สมาคมผู้ประกอบการเหล็กจีน หรือ China Iron and Steel Association (CISA) ให้รัฐบาลจีนช่วยเร่งแก้ปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า (Circumvention) ของสินค้าเหล็กเจืออัลลอยด์ทุกชนิด รวมทั้งเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน เหล็กเคลือบ และเหล็กท่อ
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาดและการอุดหนุนที่จะบัญญัติเพิ่มเติมในพ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ฉบับนี้ก็คือ หากคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน มีคำวินิจฉัยว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ให้เรียกเก็บอัตราอากรในอัตราสูงสุดของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดจากประเทศต้นเหตุของการหลบเลี่ยงนั้น สำหรับระยะเวลาของกระบวนการพิจารณานับตั้งแต่วันประกาศไต่สวนในราชกิจจานุเบกษาจนถึงการดำเนินการให้มีคำวินิฉัยว่ามีพฤติการณ์หลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาดหรือไม่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 9 เดือนและขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 3 เดือน และเมื่อมีการประกาศไต่สวนหากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจต้องมีการเรียกเก็บอากรตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศไต่สวน คณะกรรมการฯอาจขอให้กรมศุลกากรเรียกเก็บหลักประกันอากรตามที่คณะกรรมการฯ มีคำขอได้
"กลุ่มผู้ประกอบการเหล็ก 7 สมาคม อยากวอนขอให้รัฐบาลเร่งออกประกาศบังคับใช้กฎหมายมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาดและการอุดหนุนโดยเร็วที่สุด เพราะจะช่วยอุดช่องโหว่ของมาตรการทุ่มตลาดและการอุดหนุนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยป้องกันสินค้าเหล็กนำเข้าที่มีเจตนาหลบเลี่ยงอากรและเข้ามาขายทุ่มตลาดเหล็กในประเทศอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้กลุ่มผู้ประกอบการเหล็ก 7 สมาคมขอเสนอให้มีการกำหนดบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญาสำหรับผู้กระทำความผิด ทั้งนี้เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" นายนาวากล่าว
นายอนุวัฒน์ กล่าวเสริมว่า กระทรวงพาณิชย์คงต้องเร่งบังคับใช้มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาดโดยด่วน เพราะหากพิจารณาจากสถานการณ์ในขณะนี้พบว่า มีความเสี่ยงสูงที่เหล็กจีนจะทะลักเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้นอีก เนื่องจากรัฐบาลจีนยังไม่สามารถควบคุมปริมาณการผลิตเหล็กส่วนเกินให้ลดลงได้ จากที่ตั้งเป้าว่าจะลดปริมาณลง 20-30ล้านตันต่อปี แต่ปรากฎว่าเมื่อปีที่แล้วปริมาณเหล็กกลับเพิ่มขึ้นกว่า 37 ล้านตัน ประกอบกับประเทศสหรัฐอเมริกากำลังหันไปใช้นโยบายปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศมากขึ้น โดยสินค้าเหล็กจีนเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐที่จะถูกใช้มาตรการทางการค้า ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าเหล็กจีนก็เคยถูกผู้ผลิตเหล็กสหรัฐกล่าวหาในเรื่องการหลบเลี่ยงมาตรการทุ่มตลาด โดยส่งออกสินค้าผ่านทางประเทศที่สาม เช่น เวียดนามและไต้หวัน ด้วยเหตุนี้จึงมีความเป็นได้อย่างมากที่ผู้ส่งออกจีนจะระบายสินค้าเหล็กมายังตลาดอาเซียนเพิ่มมากขึ้น
คต. ผนึก สสว. เปิดงาน "Thai Rice Roadshow: Think Rice Think Thailand" หวังดัน SME ข้าวไทย และตอกย้ำความเชื่อมั่นคุณภาพข้าวไทยในจีน
คต. จับมือ สสว. เดินหน้าโครงการยกระดับ SME ข้าวไทย ก้าวสู่ตลาดโลก
คต. เชิญเข้าร่วมสัมมนา "Mission to Win for the Game Changer" สร้างโอกาส เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย ในวันที่การค้าโลกเปลี่ยนเกม
"พาณิชย์" จัดสัมมนาใหญ่ "Mission to Win for The Game Changer"เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก ในยุคการค้าโลกเปลี่ยน
ไทยยูเนี่ยน เปิดบูธต้อนรับ กระทรวงพาณิชย์ นำคณะรัฐมนตรีสปป.ลาว เยี่ยมชมนวัตกรรมอาหารทะเลยั่งยืนในงาน ThaiFex Anuka Asia 2025
กรมการค้าต่างประเทศ จับมือ กรุงศรี ยกระดับบริการการเชื่อมต่อระบบ e-Payment มุ่งเป้าบริการ No visit เต็มรูปแบบ
"พิชัย" นำพาณิชย์ ผนึกกำลังรัฐ-แพลตฟอร์มออนไลน์ยักษ์ใหญ่ 16 หน่วยงาน เดินหน้าคุมเข้มมาตรฐานสินค้า ปกป้องผู้บริโภคและ SME ไทย
กรมการค้าต่างประเทศ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เสริมพลัง SMEs เกษตรนวัตกรรมไทยสู่สากล