TPBI ปรับพอร์ตเสริมทัพสินค้ากลุ่ม General Packaging รับเทรนด์โลกเปลี่ยน ชูสินค้ากลุ่ม High Value Added มาแรงหนุนรายได้โตต่อเนื่อง หลังไตรมาส 1/60 ทำรายได้ 1,184.6 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          'บมจ.ทีพีบีไอ' หรือ TPBI ชูแผนปรับพอร์ตสินค้ากลุ่ม General Packaging หนุนศักยภาพเติบโตระยะยาว รับเทรนด์อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั่วโลกเปลี่ยนแปลง ระบุเริ่มมีคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ในกลุ่ม General Packaging เพิ่มมากขึ้น พร้อมเร่งดันสัดส่วนรายได้จากสินค้า High Value added เพิ่มมากขึ้น จากเป้ารายได้ปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/60 ทำรายได้ 1,184.6ล้านบาท
          นายกมล บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI ผู้นำอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ครบวงจรระดับโลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม ที่มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการปรับธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และรองรับเทรนด์ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้ปรับพอร์ตสินค้ากลุ่มGeneral Packaging ด้วยการพัฒนาสินค้าและขยายตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกในรูปแบบใหม่ที่สอดรับกับเทรนด์ตลาดโลก เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับภาคขนส่งเพื่อรองรับธุรกิจ E-Commerce ถุงสำหรับแช่แข็งอาหารในตู้เย็น ถุงใส่ผักผลไม้ ถุงสำหรับใส่ครีมตกแต่งหน้าเค้ก ถุงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร และถุงสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ เป็นต้น ซึ่งหลังจากที่บริษัทฯ แนะนำบรรจุภัณฑ์ใหม่ ๆ แก่คู่ค้าพบว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยมีคำสั่งซื้อสินค้าทั้งจากในประเทศและต่างประเทศสำหรับสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น
          ส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภท High Value added ในกลุ่ม Multilayer Film ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ฟิล์มลามิเนต หรือ บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค (Flexible Packaging) ที่ถูกนำไปใช้อุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง มองว่ามีอัตราการขยายตัวโดดเด่น เนื่องจากคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศมีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่า สัดส่วนรายได้ของสินค้ากลุ่ม High Value added ในปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้น บริษัทฯ กำลังอยู่ในระหว่างการขยายกำลังการผลิตกลุ่ม Multilayer Film เพิ่มขึ้นอีก 2,500 ตันต่อปี จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 9,000 ตันต่อปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ และยังได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคอีก 100 ล้านเมตรต่อปี คาดจะแล้วเสร็จและเริ่มเดินเครื่องจักรผลิตสินค้าได้ภายในไตรมาส 2/2561 เพื่อรองกับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร
          "ปีนี้จะเห็น TPBI ปรับรูปแบบสินค้ากลุ่ม General Packaging ให้สอดรับกับเทรนด์ของตลาด โดยพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีผลิตภัณฑ์ถุงขยะและถุงหูหิ้วเป็นหลัก รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าด้วยแนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนต่อไป" นายกมล กล่าว
          สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/60 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,184.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 1,177.9 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 59.6 ล้านบาทลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยมาจากคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทถุงหูหิ้วในตลาดต่างประเทศชะลอตัว ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทฯ อยู่ระหว่างเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับคู่ค้าในออสเตรเลีย ทำให้คำสั่งซื้อชะลอตัวก่อนกลับมาเป็นปกติในไตรมาส 2/60 หลังมีการต่อสัญญาเพื่อผลิตสินค้าให้กับคู่ค้ารายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย
          ส่วนเทรนด์ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกโลกที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น TPBI ได้เตรียมแผนงานรองรับไว้แล้ว ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใหม่ที่บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาเพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่าผลการดำเนินงานไตรมาสแรกที่ลดลงจะเป็นเพียงการชะลอตัวในช่วงสั้นและจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ และจะส่งผลให้ภาพรวมรายได้ทั้งปีจะเติบโตต่อเนื่องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

TPBI ปรับพอร์ตเสริมทัพสินค้ากลุ่ม General Packaging รับเทรนด์โลกเปลี่ยน ชูสินค้ากลุ่ม High Value Added มาแรงหนุนรายได้โตต่อเนื่อง หลังไตรมาส 1/60 ทำรายได้ 1,184.6 ล้านบาท

ข่าวผลประกอบการไตรมาส+กมล บริสุทธนะกุลวันนี้

ไทยยูเนี่ยนปลื้ม GPM ไตรมาสสองทำนิวไฮทะลุ 21.4% พร้อมไฟเขียวจ่ายปันผล 0.40 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.3%

ด้านอัตราส่วน D/E ปรับตัวลดลง ตอกย้ำสถานะการเงินแข็งแกร่ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ในระดับแข็งแกร่ง พร้อมทำอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% สูงกว่ากรอบเป้าหมายปี 2569 และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี 2573 ของบริษัท ขณะที่เงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 14.3% อยู่ที่ 0.40 บาท นับเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ระหว่างกาลที่ 3.4% กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 3.5% เป็น 0.33

ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาด... ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาดมาร์เก็ตแชร์ 13% — ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาดมาร์เก็ตแชร์ 13% ชู Quester MY2026 เคียงข้างผู้ประกอบ...

RT เผยแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2/69 มุ่งสร้างก... RT ตุน Backlog 5.6 พันล้าน เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด — RT เผยแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2/69 มุ่งสร้างการเติบโต บริหารสภาพคล่อง กระแสเงินสด ตุน Backlog ...