นักวิชาการคอมพิวเตอร์ มธ. ชี้ประเทศไทยควรทบทวนความปลอดภัยในธุรกรรมการเงินออนไลน์ หลังพบสถิติโจรกรรมการเงินขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          · นักวิชาการคอมพิวเตอร์ มธ. เผยต่างชาติ ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของข้อมูลมากกว่าไทยหลายขั้น อาทิ การใช้ระบบการยืนยันตนเองสามระดับ (3-Factor Authentication) เพื่อทำธุรกรรมออนไลน์
          นักวิชาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. แนะประเทศไทยควรทบทวนระบบความปลอดภัยการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ หลังพบสถิติการโจรกรรมทางการเงินออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยควรพิจารณาถึงเรื่องความสมดุลระหว่างระบบความปลอดภัยทางการเงินและความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ (Online Banking) ในประเทศไทยใช้ระบบการยืนยันตนเองสองระดับ (2FA - 2-Factor Authentication) โดยใช้ Username และ Password ในการ Logon เข้าสู่ระบบ หลังจากนั้นในการทำธุรกรรมที่สำคัญจะต้องใส่ รหัสที่ใช้ครั้งเดียว (OTP – One Time Password) ที่ส่งผ่านระบบ SMS (Short Message Service) ไปยังโทรศัพท์ของผู้ที่ทำธุรกรรมการเงินนั้นๆ ซึ่งยังมีความเสี่ยงสูงในการสูญเสียบัญชีจากการใช้งานในกรณีที่โทรศัพท์มือถือสูญหายหรือถูกขโมย ในขณะที่ต่างประเทศหลายประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ จะมีการใช้ระบบการยืนยันตนเองสามระดับ (3-Factor Authentication) เริ่มจากการบังคับให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านที่มีความยาวมากขึ้น และในการ Logon เข้าสู่ระบบ ออนไลน์ แต่ละครั้งผู้ใช้ไม่ได้ใส่ค่ารหัสผ่านทั้งหมด แต่ระบบจะมีการสุ่มถามตัวอักษรในตำแหน่งต่างๆ ของรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน นอกจากนี้ผู้ใช้ที่จะทำธุรกรรมการเงินออนไลน์จะต้องมีบัตรสมาร์ทการ์ดหรือชิปการ์ด และทางธนาคารจะแจกการ์ดรีดเดอร์ (Card Reader) เพื่อให้ผู้ใช้ที่ต้องการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ต้องมีบัตรสมาร์ทการ์ดพร้อมใส่ค่าพินของบัตรที่ถูกต้องจึงจะสามารถทำธุรกรรมการเงินที่สำคัญได้ ทั้งนี้เมื่อเทียบสถิติการร้องเรียนกรณีโจรกรรมทางการเงินออนไลน์ของประเทศไทย ในไตรมาสที่ 3 ปี 2558 กับช่วงเดียวกันในปี 2559 นั้น พบว่ามีจำนวนสูงขึ้นถึง 82.47 เปอร์เซ็นต์
          สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-986-9156 หรือติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ศูนย์รังสิต หมายเลขโทรศัพท์ 02-564-4440-59 ต่อ 2010 เว็บไซต์ www.sci.tu.ac.th
          ผศ.ดร.วิลาวรรณ รักผกาวงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. เปิดเผยว่า ภาครัฐ สถาบันการเงิน และประชาชนควรพิจารณาถึงเรื่องความสมดุลระหว่างระบบความปลอดภัยทางการเงินและความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ โดยเห็นได้จากกรณีล่าสุดเรื่องบริการ "พร้อมเพย์" (PromptPay) ที่ประชาชนเริ่มตื่นตัวกับเรื่องความปลอดภัยของระบบดังกล่าวมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการผูกหมายเลขโทรศัพท์หรือบัตรประชาชนเข้ากับบัญชีธนาคาร แม้ว่าในการทำธุรกรรมผ่าน "พร้อมเพย์" จะใช้ในการรับเงินเป็นหลัก กล่าวคือ ถ้าเราเป็นคนรับเงินก็จะบอกหมายเลขโทรศัพท์หรือบัตรประชาชนแทนที่จะบอกเบอร์บัญชีและธนาคาร ซึ่งหมายถึงข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญคือหมายเลขโทรศัพท์หรือหมายเลขบัตรประชาชน รวมถึงชื่อและนามสกุลจะต้องเปิดเผยให้กับผู้ที่จะโอนเงินมาให้ ซึ่งอาจมีมีความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากมิจฉาชีพสามารถสรรหากลโกงต่างๆ เพื่อหลอกลวงหาประโยชน์ในรูปแบบที่คาดเดาได้ยาก เช่น SMS ปลอมเพื่อหลอกว่าได้มีการโอนเข้าบัญชีที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์นั้น หรืออาจโทรศัพท์มาโดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐหรือธนาคาร ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าของบัญชีหลงเชื่อได้ โดยทั่วไปนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงินของประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับเรื่องความสะดวกสบายของผู้ใช้มาเป็นอันดับแรก และจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับรอง โดยไม่ได้คำนึงว่าความสะดวกสบายมักจะแปรผกผันกับเรื่องความปลอดภัย
          หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดกับประเด็นดังกล่าวคือ การให้บริการซื้อตั๋วชมภาพยนต์ผ่านตู้ให้บริการอัตโนมัติ ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ใช้สะดวกมากขึ้นในการชมภาพยนตร์ แต่ไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในกรณีที่มีผู้นำบัตรที่เก็บได้หรือขโมยมาใช้งาน เนื่องจากตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติดังกล่าว ไม่มีขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตนของผู้ถือบัตรก่อนที่จำหน่ายตั๋ว
          นอกจากนี้ประเด็นการใช้งานการกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม ในประเทศไทยนั้นเมื่อทำรายการเสร็จเรียบร้อย ธนบัตรจะออกมาก่อนตัวบัตรเอทีเอ็ม/เครดิต/เดบิตที่ใช้กด และในบางกรณีก่อนที่บัตรจะออกยังมีการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆ อีกหนึ่งขั้น อันทำให้เกิดเหตุการณ์การลืมบัตรฯ ไว้ที่ตู้เอทีเอ็มจำนวนมาก โดยเหตุผลหลักที่เป็นเช่นนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคของไทย ที่นิยมทำหลายธุรกรรม (transaction) ในการใช้ตู้เอทีเอ็มหนึ่งครั้ง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องเสียบบัตรดังกล่าวหลายรอบ ซึ่งในขณะที่การกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มในต่างประเทศหลายประเทศนั้น เมื่อทำรายการ บัตรฯ จะออกมาให้ผู้ใช้รับไปก่อนธนบัตร ซึ่งทำให้โอกาสการลืมบัตรไว้ที่ตู้เอทีเอ็มนั้นน้อยกว่ามาก ผศ.ดร.วิลาวรรณ กล่าวต่อ
          ผศ.ดร.วิลาวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยจะคำนึงถึงความปลอดภัยเมื่อเกิดปัญหาก่อน ดังเช่นปัญหาเรื่องการปลอมแปลงบัตรฯ ที่ใช้แถบแม่เหล็กสามารถถูกคัดลอกข้อมูลได้โดยง่าย สามารถผลิตบัตรฯปลอมได้จำนวนมากโดยใช้ระยะเวลาอันสั้น ซึ่งหลากหลายประเทศในยุโรปได้ยกเลิกบัตรแถบแม่เหล็กมานานแล้วและไปใช้บัตรสมาร์ทการ์ดที่มี "ชิป" โดยบัตรฯ ดังกล่าว ตามหลักวิชาการปัจจุบันนั้น ยังไม่สามารถปลอมแปลงหรือทำซ้ำได้ จึงมีความปลอดภัยกว่าบัตรแบบแถบแม่เหล็ก แต่ในประเทศไทยเพิ่งจะเริ่มให้ความสำคัญหลังจากเกิดปัญหากับลูกค้าจำนวนมากในหลายธนาคาร ทำให้ธนาคารแห่งประเทศสั่งการให้ธนาคารทุกแห่งในประเทศไทยเปลี่ยนการใช้บัตรมาเป็นแบบ" ชิปการ์ด" ภายในปี 2562
          ผศ.ดร.วิลาวรรณ กล่าวเสริมว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่องระบบการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์หรือผ่านโทรศัพท์มือถือ (Online Banking / Mobile Banking) ในประเทศไทยใช้ระบบการยืนยันตนเองสองระดับ (2FA - 2-Factor Authentication) คือ ระดับแรกระบบจะต้องใช้ สิ่งที่ผู้ใช้ทราบ (Something you know) นั่นก็คือ ชื่อบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username and Password)จากนั้นเมื่อมีการทำรายการ ระบบจะทำการตรวจสอบระดับที่สอง คือ สิ่งที่ผู้ใช้มี (Something you have) โดยในประเทศไทยเลือกใช้วิธีการส่ง ชุดรหัสผ่านที่ใช้ครั้งเดียว (OTP – One Time Password) มายังโทรศัพท์มือถือ ที่ลงทะเบียนไว้กับทางสถาบันการเงิน การใช้วิธีดังกล่าวมีช่องโหว่ในเรื่องหากเกิดเหตุโทรศัพท์โดนขโมยหรือตกอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดี ตัวรหัสผ่านครั้งเดียวนี้ก็จะไม่สามารถป้องกันอะไรได้เลย ในขณะที่ประเทศหลายประเทศในยุโรป เช่น ประเทศอังกฤษ จะมีการใช้ระบบการยืนยันตนเองสามระดับ (3-Factor Authentication) เริ่มจากการบังคับให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านที่มีความยาวหรือซับซ้อนมากขึ้น และในการ Logon เข้าสู่ระบบออนไลน์แต่ละครั้งผู้ใช้ไม่ได้ใส่ค่ารหัสผ่านทั้งหมด แต่ระบบจะมีการสุ่มถามตัวอักษรในตำแหน่งต่างๆ ของรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน เช่น ให้ป้อนรหัสผ่านตำแหน่งที่ 5, 2, 4 เป็นต้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าว จะทำให้การส่งข้อมูลทุกครั้งไม่เหมือนเดิม เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอีกระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ผู้ใช้ที่จะทำธุรกรรมการเงินออนไลน์จะต้องมีบัตรสมาร์ทการ์ด และทางธนาคารจะแจกการ์ดรีดเดอร์ (Card Reader) ในการทำธุรกรรมออนไลน์ ผู้ใช้จะต้องใช้บัตรสมาร์คทาร์ดใส่ในการ์ดรีดเดอร์และใส่ค่าพินของบัตรที่ถูกต้องจึงจะสามารถผ่านขั้นตอนเพื่อทำธุรกรรมการเงินที่สำคัญได้ จึงป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานออนไลน์อีกระดับหนึ่ง
          จากตัวอย่างต่างๆ ที่ยกมาข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายการให้บริการทางการเงินของประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ มากกว่าด้านความปลอดภัยของข้อมูลและการใช้บริการ ซึ่งตรงกันข้ามกับต่างประเทศหลากหลายประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับด้านความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเมื่อเทียบสถิติการร้องเรียนกรณีโจรกรรมทางการเงินออนไลน์ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2558 กับช่วงเดียวกันในปี 2559 นั้น พบว่ามีจำนวนสูงขึ้นถึง 82.47 เปอร์เซ็นต์ (ที่มา: ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน) ซึ่งจะต้องหันกลับมาพิจารณาทั้งในส่วนผู้ให้บริการ คือสถาบันการเงินต่างๆ และผู้ใช้บริการ ว่าควรจะปรับตัวอย่างไรกับประเด็นนี้ผศ.ดร.วิลาวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
          สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-986-9156 หรือติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ศูนย์รังสิต หมายเลขโทรศัพท์ 02-564-4440-59 ต่อ 2010 เว็บไซต์ www.sci.tu.ac.th
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ มธ. ชี้ประเทศไทยควรทบทวนความปลอดภัยในธุรกรรมการเงินออนไลน์ หลังพบสถิติโจรกรรมการเงินขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ มธ. ชี้ประเทศไทยควรทบทวนความปลอดภัยในธุรกรรมการเงินออนไลน์ หลังพบสถิติโจรกรรมการเงินขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ มธ. ชี้ประเทศไทยควรทบทวนความปลอดภัยในธุรกรรมการเงินออนไลน์ หลังพบสถิติโจรกรรมการเงินขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ มธ. ชี้ประเทศไทยควรทบทวนความปลอดภัยในธุรกรรมการเงินออนไลน์ หลังพบสถิติโจรกรรมการเงินขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี+วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวันนี้

แนวโน้ม 'ทองคำ' ไปต่อ แต่ผันผวนสูง ชี้ ธปท. ตั้งเพดานซื้อขายออนไลน์ ลดแรงเหวี่ยง 'บาท' ได้ระยะสั้น

นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำไปต่อแต่ผันผวนสูง ชี้มาตรการกำหนดเพดานซื้อขายออนไลน์ของ ธปท. ช่วยลดแรงเหวี่ยง "บาท" ระยะสั้น แต่ไม่ได้ช่วยให้ "บาทอ่อนถาวร" แนะกลไกกำกับต้องยืนบนระบบมากกว่าดุลพินิจ ชงใช้เพดานแบบ "ยืดหยุ่น" แทนการกำหนดเพดานซื้อขายเดียวทุกสถานการณ์ เชื่อคุมแรงกระแทกบาทได้แม่นยำกว่า รศ. ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ อาจารย์ประจำสาขาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ระยะเวลาหลังจากนี้ ราคาทองคำยังมีโอกาสได้

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัด... หอการค้ากระบี่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดโครงการ UTCC TUTOR ติวพิชิตมหาลัยในฝัน 2025 — นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายเอกพงศ์ ...

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราช... มรภ.รำไพพรรณี จันทบุรี จับมือ 'อี เอส วิจัยและพัฒนา' ปั้นบัณฑิตเคมีสู่มืออาชีพ — คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จับมือ บริษัท อี เอ...

สาขาคหกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโล... ราชภัฏรำไพฯ เดินหน้า Creative Koh Mak อบรมอาหารสร้างสรรค์ — สาขาคหกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จัดอบรม 'อาหารสร้างสรรค...

23 พฤษภาคม 2568 ที่ห้อง 40203 อาคารคณะวิท... โครงการยกระดับนักนวัตกรท้องถิ่นสู่สากล ปีที่ 3 — 23 พฤษภาคม 2568 ที่ห้อง 40203 อาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร 40) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิชลัดดา...

ดร.เศรษฐา วีระธรรมานนท์ อาจารย์ประจำสาขาว... มทร.กรุงเทพ หนุนผลิตละครแนวตั้ง ดัน Soft Power ไทยสู่สากล — ดร.เศรษฐา วีระธรรมานนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและภาพยนตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเท...