ซีอีโอ “มาร์ส” เผยภาคธุรกิจต้องปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน เพื่อจัดการกับภัยคุกคามทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          - แกรนท์ รี้ด ซีอีโอบริษัทมาร์ส กล่าวก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติและการประชุม Climate Week เปิดฉากว่า กลไกขับเคลื่อนธุรกิจโลก นั่นคือ ห่วงโซ่อุปทาน กำลังเสียหาย และต้องแก้ไขด้วยความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

          - เขากล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติและความตกลงปารีส จะประสบผลสำเร็จได้เมื่อมีการขยายขอบข่ายความสนใจให้ครอบคลุมผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการดำเนินงานโดยตรง

          - ซีอีโอบริษัทมาร์สแสดงความคิดเห็นเนื่องในโอกาสเปิดตัว "Sustainable in a Generation Plan" โดยทางบริษัทจะทุ่มทุนเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อรับมือกับภัยคุกคามเร่งด่วน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความฝืดเคืองในห่วงโซ่อุปทาน และการขาดแคลนทรัพยากร

          - M&M's หนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลก เชิญชวนให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

          แกรนท์ เอฟ รี้ด ซีอีโอบริษัทมาร์ส กล่าวว่า ภาคธุรกิจต้องเป็นผู้นำในการ "เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" เพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่เร่งด่วนที่สุดที่โลกและมนุษย์กำลังเผชิญ

          คุณรี้ดกล่าวก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติและการประชุม Climate Week จะเปิดฉากในเดือนนี้ที่นิวยอร์กว่า ภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่สุด "หากเราต้องการบรรลุเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้ในความตกลงปารีสและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ เราจำเป็นต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตอนนี้หลายบริษัทกำลังเดินหน้าส่งเสริมความยั่งยืน ทว่าความคืบหน้าที่เกิดขึ้นยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ"

          "มาร์สสืบทอดธุรกิจมานานถึง 4 รุ่น และจะทำต่อไปอีก 4 รุ่น ซึ่งความปรารถนานี้จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเราทำในสิ่งที่แตกต่าง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าโลกของเราจะสมบูรณ์น่าอยู่ และผู้คนทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานจะมีโอกาสเจริญก้าวหน้า เราจำเป็นต้องร่วมมือกัน เพราะกลไกขับเคลื่อนธุรกิจโลก นั่นคือ ห่วงโซ่อุปทาน กำลังเสียหาย และต้องแก้ไขด้วยความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่"

          คุณรี้ดได้ยกประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นมาเป็นตัวอย่างว่า ธุรกิจหลายภาคส่วนซึ่งรวมถึงมาร์ส มีความคืบหน้าอย่างมากในแง่ของผลจากการดำเนินงานโดยตรงของบริษัท แต่ยังคืบหน้าไม่พอในแง่ของห่วงโซ่อุปทานโดยรวม ขณะเดียวกัน ความพยายามจัดการปัญหาความยากจนและสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานโลกถือว่าเป็นเจตนาที่ดี แต่ก็ยังไม่ปรากฏความก้าวหน้าในระดับที่น่าพอใจ

          "ข้อมูลและการเชื่อมต่อช่วยให้เรารับทราบผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจมากขึ้นทุกปี ทุกวันนี้ วิทยาการด้านสภาพภูมิอากาศมีความชัดเจน และเราก็เข้าใจความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในห่วงโซ่อุปทานมากกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งทำให้เราตระหนักว่า เราจำเป็นต้องเข้าไปแก้ปัญหาในเชิงรุกให้มากกว่านี้ ขณะนี้เป็นเวลาอันสมควรแล้วที่ภาคธุรกิจจะต้องหันมาทบทวนบทบาทและหน้าที่ของตนตามหลักฐานที่ได้รับ"

          เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ วันนี้มาร์สได้ประกาศแผน "Sustainable in a Generation Plan" ซึ่งประกอบด้วยเป้าหมายที่จะส่งผลในวงกว้างและมีหลักการทางวิทยาศาสตร์รองรับ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน และเพื่อเร่งบรรลุเป้าหมายดังกล่าว มาร์สจะทุ่มทุนราว 1พันล้านดอลลาร์ในแผน Sustainable in a Generation Plan โดยเน้นไปยังขอบข่ายที่มาร์สสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อปัญหาที่หนักหน่วงที่สุดของโลก ดังที่ระบุไว้ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ทั้งนี้ Sustainable in a Generation Plan ประกอบด้วยเป้าหมายที่เชื่อมโยงถึงกัน 3 ประการ ได้แก่

          โลกน่าอยู่ - มุ่งลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้โลกของเราสมบูรณ์น่าอยู่ โดยเน้นไปที่การจัดการภาวะโลกร้อน ทรัพยากรน้ำ และที่ดิน โดยมาร์สประกาศว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทลง 67% ภายในปี 2593 ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเป้าหมายเดิมในการลดก๊าซเรือนกระจกในสายการผลิตของบริษัท

          คนก้าวหน้า - มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของคน 1 ล้านคนในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท เพื่อเปิดโอกาสให้เจริญก้าวหน้า โดยเน้นไปที่การเพิ่มรายได้ การเคารพในสิทธิมนุษยชน และการเปิดโอกาสให้สตรี โดยมาร์สได้จัดตั้งกองทุน Livelihoods Fund for Family Farming เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและลดปัญหาความยากจนทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งจัดตั้ง Farmer Income Lab ที่มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อขจัดปัญหาความยากจนในกลุ่มเกษตรรายย่อย

          คุณภาพชีวิตดี - มุ่งยกระดับวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการตลาด เพื่อช่วยให้ผู้คนและสัตว์เลี้ยงหลายพันล้านชีวิตมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมาร์สได้เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยของอาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบอาหาร รวมถึงทำการตลาดอย่างมีความรับผิดชอบ

          คุณรี้ดกล่าวเสริมว่า "แผนการนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงมือทำในสิ่งที่จำเป็นด้วย เราทำเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่ดี นอกจากนี้ การมอบประโยชน์ให้กับทุกคนในห่วงโซ่คุณค่าของเราพร้อมกับบรรเทาผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ก็เป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ดี และเราตระหนักดีว่าผู้บริโภคจำนวนมากก็ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ไม่น้อยไปกว่าเราเลย"

          ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ มาร์สเตรียมเปิดเผยแผนการเชิญชวนผู้บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมผ่านทางแบรนด์สินค้ายักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง M&M's โดยแคมเปญใหม่จะเปิดทางให้มาร์สเข้าถึงผู้บริโภคเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและตอกย้ำความจำเป็นในการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ มาร์สได้ซื้อไฟฟ้าพลังงานลมเพื่อนำมาใช้ทดแทนไฟฟ้าในโรงงานผลิต M&M's ทั่วสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ พลังงานหมุนเวียนยังมีบทบาทสำคัญในแผน Sustainable in a Generation Plan โดยตลาดหลักๆของมาร์ส (สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร) ได้หันมาใช้พลังงานหมุนเวียนในสายการผลิตแบบ 100% และจะเดินหน้าขยายไปยังตลาดอื่นๆในปีหน้า

          คุณรี้ดกล่าวว่า "แบรนด์ที่ทั่วโลกชื่นชอบอย่าง M&M's จะช่วยให้เราสามารถทำให้ลูกค้าตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นนี้ และเห็นถึงคุณค่าของพลังงานหมุนเวียน อันเป็นโซลูชั่นสำคัญที่จะช่วยให้เราเอาชนะภัยโลกร้อน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ"

          มาร์สเดินหน้าสนับสนุนความยั่งยืนร่วมกับองค์กรอื่นๆมาโดยตลอด ซึ่งรวมถึงการช่วยจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก โดยเมื่อปีที่แล้ว มาร์สได้เข้าร่วมการประชุมภาคีอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 22 หรือ COP 22 ที่เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก และได้ลงนามในหนังสือเรียกร้องให้ผู้นำประเทศทั่วโลกปฏิบัติตามความตกลงปารีส นอกจากนั้นยังได้เปิดทุ่งกังหันลม Moy ในบริเวณที่ราบสูงของสกอตแลนด์ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้เทียบเท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่บริษัทมาร์สใช้ในสหราชอาณาจักร

          แบร์รี่ พาร์กิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสุขภาพและความยั่งยืนของมาร์ส กล่าวว่า "เราตระหนักดีว่า เราไม่สามารถเติบโตและเจริญก้าวหน้าได้ หากคน ชุมชน และโลกที่เราอาศัยอยู่ปราศจากความเจริญและความสมบูรณ์น่าอยู่"

          "การทำสิ่งที่ถูกต้อง มิใช่เพียงทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม ถือเป็นหัวใจหลักของแผนการใหม่ของเรา เราจะก้าวข้ามขีดจำกัดและขยายขอบเขตความมุ่งมั่นทั่วทั้งซัพพลายเชน เมื่อเราทำเช่นนี้และคนอื่นๆก็ทำร่วมกับเรา ผลที่ได้จะมีประสิทธิภาพสูงสุด"

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sustainable in a Generation Plan ของมาร์สได้ที่ www.SustainableInAGeneration.com

          เกี่ยวกับ มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด
          มาร์ส เป็นธุรกิจครอบครัวที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยเป็นผู้ผลิตสินค้าและนำเสนอบริการอันหลากหลายทั้งสำหรับคนและสัตว์เลี้ยงแสนรัก มาร์สเป็นธุรกิจระดับโลกมียอดขายเกือบ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และเป็นเจ้าของแบรนด์อันเป็นที่โปรดปรานของผู้คนทั่วโลก ได้แก่ M&M's(R), SNICKERS(R), TWIX(R), MILKY WAY(R), DOVE(R), PEDIGREE(R), ROYAL CANIN(R), WHISKAS(R), EXTRA(R), ORBIT(R), 5(TM), SKITTLES(R), UNCLE BEN'S(R), MARS DRINKS และ COCOAVIA(R) ทั้งยังมีบริการเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลสัตว์ BANFIELD(R) บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ย่านแม็คลีนในรัฐเวอร์จิเนีย และดำเนินธุรกิจในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ หลัก 5 ประการของบริษัท ได้แก่ คุณภาพ ความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ ประสิทธิภาพ และอิสระ เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ร่วมงานกว่า 85,000 คนของมาร์ส สร้างสรรค์คุณค่าให้แก่พันธมิตรและผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างภาคภูมิ

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาร์สได้ที่ www.mars.com หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ลิงค์อิน อินสตาแกรม และยูทูบ

          วิดีโอ - http://origin-qps.onstreammedia.com/origin/multivu_archive/PRNA/ENR/GrantReid_SIAG_External.mp4

          รูปภาพ - http://mma.prnewswire.com/media/551384/Mars_Incorporated_Moy_Wind_Farm_Scotland.jpg

          รูปภาพ - http://mma.prnewswire.com/media/551385/Mars_Incorporated_Mesquite_Creek_Wind_Farm_TX.jpg

          โลโก้ - http://mma.prnewswire.com/media/74984/mars__incorporated_logo.jpg

          โลโก้ - http://mma.prnewswire.com/media/551388/Mars_Incorporated_SIG_Logo.jpg


ข่าวการพัฒนาที่ยั่งยืน+และสิ่งแวดล้อมวันนี้

ม.พะเยา จับมือ ม.หนานหัว ไต้หวัน (Nanhua University) ผนึกกำลังเครือข่ายมหาวิทยาลัยโลก จัดประชุมวิชาการนานาชาติ 2026 มุ่งเป้าสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

มหาวิทยาลัยพะเยาเข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติ "2026 International Symposium on Global University Partnership for Promoting Health and Environmental Sustainability" โดยมหาวิทยาลัยหนานหัว (Nanhua University) ร่วมกับสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTC) และภาคีเครือข่ายทางการศึกษา จัดงานเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของมหาวิทยาลัย นับเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speech)

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 นายทวีพงษ์... การเคหะแห่งชาติ รวมพลังชุมชน เดิน-วิ่งสู่เมืองยั่งยืน บางพลี เฟส 2 — เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายใ...

ชูโมเดลธุรกิจสีเขียวที่เติบโตร่วมกับชุมชน... คาเฟ่ อเมซอน โชว์เคส "ห่วงโซ่คุณค่าแห่งโอกาส" ในงาน Sustainable Spark by PTT Group 2026 — ชูโมเดลธุรกิจสีเขียวที่เติบโตร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่ง...

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ... EGCO Group คว้ารางวัลเกียรติคุณสูงสุด "Sustainability Disclosure Award" 7 ปีต่อเนื่อง — บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group รับรางวัลเกียรติคุณ...