นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ Group Lease Holdings Pte. Ltd (GLH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GL ในประเทศสิงคโปร์ ได้ให้เงินกู้ยืมแก่ผู้กู้กลุ่มไซปรัส และได้รับชำระคืนเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยล่วงหน้าก่อนกำหนดตามสัญญาเงินกู้บางฉบับไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุด GLH ได้รับการติดต่อจากผู้กู้กลุ่มไซปรัสเพื่อขอชำระคืนเงินกู้ยืมล่วงหน้าตามสัญญาเงินกู้บางฉบับอีกครั้ง และตัดสินใจอนุมัติให้ผู้กู้ชำระคืนเงินกู้ยืมล่วงหน้า หลังจากที่พิจารณาแล้วว่าจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ เนื่องจากจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น และยังช่วยรักษาสัดส่วนระหว่างเงินกู้ยืมกับหลักประกันให้อยู่ในระดับที่ดี ถึงแม้อาจส่งผลกระทบกับรายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่จะได้รับในอนาคตบ้างก็ตาม
ทั้งนี้ GLH ได้รับการชำระคืนเงินกู้ยืมล่วงหน้าตามสัญญาจำนวน 3 ฉบับจากผู้กู้กลุ่มไซปรัส (Adalene Limited) ซึ่งคำนวณตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2560 ในครั้งนี้ เป็นจำนวนเงิน 13,136,612 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 436,948,675 บาท) และดอกเบี้ยค้างรับอีกจำนวน 489,158 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 16,270,324 บาท) เป็นที่เรียบร้อย ดังนั้น ภายหลังที่ผู้กู้กลุ่มไซปรัสได้คืนเงินกู้ยืมล่วงหน้าเต็มจำนวน GLH จึงได้คืนหุ้นสามัญของ GL จำนวน 11.5 ล้านหุ้นที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินครั้งนี้ให้แก่ผู้กู้เป็นที่เรียบร้อย
ประธานคณะกรรมการบริหาร GL กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับชำระหนี้คืนหนี้เงินกู้ล่วงหน้าบางส่วนแล้ว GLH มียอดหนี้คงค้างที่ปล่อยกู้ให้แก่ผู้กู้ 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้กู้กลุ่มไซปรัสและผู้กู้กลุ่มสิงคโปร์ ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2560 จำนวนรวมทั้งสิ้น 56,108,604 ดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้แบ่งเป็น 1.ผู้กู้กลุ่มไซปรัส มียอดเงินกู้คงค้างที่ยังไม่ครบกำหนดชำระจำนวน 16,461,654 ดอลลาร์สหรัฐ และดอกเบี้ยค้างรับอีกจำนวน 326,202 ดอลลาร์สหรัฐ และ 2.ผู้กู้กลุ่มสิงคโปร์ มียอดเงินกู้คงค้างที่ยังไม่ครบกำหนดชำระจำนวน 39,646,950 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ หลักประกันการกู้ยืมที่ผู้กู้ทั้ง 2 กลุ่มนำมาใช้ค้ำประกันเงินกู้นั้น ปัจจุบันมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 72,470,251 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ายอดหนี้คงค้างคิดเป็น 129.16% และไม่มีการนำหุ้นสามัญของ GL มาใช้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินแล้ว โดยมูลค่าหลักประกันดังกล่าวแบ่งเป็นหลักประกันของผู้กู้กลุ่มไซปรัสมีมูลค่า 23,698,202 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 143.96% ของยอดหนี้คงค้าง และหลักประกันของผู้กู้กลุ่มสิงคโปร์มีมูลค่า 48,772,049 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 123.02% ของยอดหนี้คงค้าง
"การที่ผู้กู้กลุ่มไซปรัสสามารถชำระคืนหนี้ล่วงหน้าเป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการใช้คืนเงินกู้ได้เป็นอย่างดี และจากมูลค่าของหลักประกันคงเหลือที่ยังคงสูงกว่ายอดหนี้คงค้างจึงเป็นการบริหารความเสี่ยงการให้เงินกู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายทัตซึยะ กล่าว
นายทัตซึยะชี้แจงเพิ่มเติมว่า การชำระหนี้คืนก่อนกำหนดถือว่าเป็นประโยชน์โดยตรงกับ GL เนื่องจากเป็นการชำระเงินต้นคืนก่อนกำหนด แต่ดอกเบี้ยค้างรับนั้นมีการชำระคืนจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 โดยขณะนี้ GL ได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศเมียนมาร์ซึ่งมีศักยภาพสูงมากและสามารถปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 40% เทียบกับดอกเบี้ยประมาณ 15% จากผู้กู้กลุ่มไซปรัส โดย GL ได้โยกย้ายเงินทุนก้อนใหม่ไปสนับสนุนการขยายธุรกิจในเมียนมาร์แล้ว
ALT พบนักลงทุน "นครสวรรค์" โชว์วิสัยทัศน์การเติบโต
วาโก้ ชวนสาวๆ อินฟลูเอ็นเซอร์ ร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน จัดเวิร์คช้อปเปลี่ยนขยะจากท้องทะเล "Seaglass"
AI ในวงการโทรคมนาคม - ตัวเร่งปฏิกิริยาในการขยายธุรกิจดิจิทัล
สยาม โคโคเพลลิ ผนึกพันธมิตร เปิดตัว BIG ADVANCE GLOBAL แพลตฟอร์มดิจิทัล หนุน SME ไทยสู่โอกาสใหม่
ศศินทร์จัด Sasin Turbo AI Talk เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง AI จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
depa สสว. ไปรษณีย์ไทย และ Google Thailand ร่วมสนับสนุน Pantip MALL แพลตฟอร์มไทย ให้เป็นทางเลือก Marketplace ไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
สสว. รุกคืบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ Adaptive SME ยกระดับมาตรฐานธุรกิจดิจิทัลทั่วประเทศ
NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม
NTT DATA ประกาศเปิดตัวรายงาน "2026 Global AI Report: A Playbook for AI Leaders"เผยแนวทางที่องค์กรชั้นนำใช้ AI สร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม