ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชน ลดภาษีนำเข้า ดันงานวิจัยไทยสู่สากล เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          งานวิจัย เป็นตัวชี้วัดศักยภาพความสามารถในการแข่งขันของประเทศทางหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปตัวชี้วัดที่สำคัญ ก็คือ "จำนวนเงินที่ประเทศนั้นๆ นำไปใช้ในการวิจัย เมื่อเทียบกับมูลค่าจีดีพีของประเทศ" ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง อเมริกา ยุโรป หรือ ญี่ปุ่น ฯลฯ ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายในการวิจัยจะเกินกว่าร้อยละ 3 ของจีดีพี ในขณะที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนามักจะต่ำกว่าร้อยละ 1 หรือไม่ถึง 0.5 ด้วยซ้ำ ซึ่งประเทศไทยเราลงทุนอยู่ประมาณเพียงประมาณร้อยละ 0.26 เท่านั้นในอดีต ปัจจุบันภาษีในการนำเข้าเครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ ทางภาครัฐมีการปรับอัตราภาษีให้ลดลง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันกับต่างประเทศ ในการก้าวขึ้นสู่ศูนย์กลางของห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยผลิตผลงานวิจัยและพัฒนาให้ทัดเทียบนานาชาติ และได้มาตรฐานในระดับสากล ตลอดจน ส่งเสริมทักษะความสามารถผู้ปฏิบัติงานไทยให้สามารถใช้เครื่องมือแล็บที่ทันสมัยมากขึ้น ตลอดจน สามารถดึงดูดนักวิจัยและบริษัทต่างประเทศ ให้มาลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยความพร้อมด้านเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการฯ ของไทยที่ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งจากภาครัฐและเอกชน 
          ดร.อุดม ชนะสิทธิ์ - นายกสมาคมการค้าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเสริมว่า "เครื่องมือและเทคโนโลยีสำหรับห้องปฏิบัติการ จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้เครื่องมือที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล มีใบรับรอง ISO ที่น่าเชื่อถือ และผู้เลือกใช้สามารถตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือนั้นได้จริง การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์การห้องปฏิบัติการฯที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน จำเป็นที่ต้องใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางห้องปฏิบิตการ ฯ ที่ทันสมัย ปัจจุบันสัดส่วนของ R&D ทั้งในเอกชนและรัฐบาลมีการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันประมาณ 0.75% ของ GDP หรือคิดเป็นมูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาท นับเป็นทิศทางที่ดีที่ภาคเอกชนและภาครัฐจะร่วมมือกันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยสู่ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ มูลค่าตลาดเครืองมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยรวมกว่า 60,000 ล้านบาท จะเป็นตัวชี้วัดความสามารถด้านงานวิจัยและการพัฒนาของประเทศทั้งในภาครัฐบาลและเอกชน และระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานงานวิจัยของประเทศได้เป็นอย่างดี
          นายธีรยุทธ์ ลีลาขจรกิจ ผู้อำนวนการสายงานธุรกิจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ในฐานะผู้จัดงานไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล คาดการณ์ถึงภาพรวมการเติบโตของตลาดเครื่องมือและเทคโนโลยีทางแล็บ จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยกลุ่มเครื่องมือวิเคราะห์และทดสอบ น่าจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง จากแนวโน้มการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) และ กฏระเบียบการจัดการด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อมที่มีมากขึ้น ส่วนกลุ่มเครื่องมือวิจัยทางคลินิกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยขั้นสูงที่ตอบสนองการใช้งานเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยโครงสร้างตลาดผู้ซื้อเครื่องมือแล็บปัจจุบันพบว่า ภาคอุตสาหกรรมเริ่มเข้ามาลงทุนซื้อหาเครื่องมือแล็บมากขึ้น นอกเหนือจาก รัฐบาล หน่วยงานวิจัย การศึกษาและมหาวิทยาลัย กลุ่มโรงพยาบาลและสาธารณสุข นอกจากนี้ ในกลุ่ม SME ที่ต้องการสร้างมาตรฐานและพัฒนาคุณภาพสินค้า ก็เริ่มให้ความสนใจกับการซื้อเครื่องมือแล็บบ้างแล้ว โดยในงานไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล ปีนี้ ที่จัดระหว่าง 6-8 กันยายนนี้ ที่ ไบเทค กรุงเทพฯ จะเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้ผลิตและผู้จำหน่าย เครื่องมือและเทคโนโลยีทางแล็บ จาก 330 บริษัท จาก 30 ประเทศ และวิทยากรกว่า 160 คน จากทั่วโลกที่พร้อมเปิดงานประชุมนานาชาติกว่า 200 หัวข้องานประชุม โดยคาดว่า จะมีนักลงทุน ผู้ซื้อ และผู้ใช้เครื่องมือแล็บจากทั่วเอเชีย มาร่วมงาน กว่า 10,000 คน โดยจัดให้มีกิจกรรม ผู้ซื้อพบผู้ผลิต เพื่อสร้างฐานให้ไทยเป็นตลาดการค้าเครื่องมือวิทยาศาสตร์แห่งใหม่ของอาซียน นอกจากนี้ภายในงานจะมีการประชุมและเผยแพร่ข้อมูล ด้านมาตรฐานห้องเล็บประเภทต่างๆ การประชุมนานาชาติด้านไบโอเทค การประชุมความร่วมมือด้านพัฒนายา ชีววัตถุ และวัคซีน เพื่อลดการนำเข้า การให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือทางห้องแล็บล่าสุดโดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ฯลฯ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนชมงานและสัมมนาล่วงหน้าได้ที่ www.thailandlab.com ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับสิทธิพิเศษในการลุ้นรับรางวัลสร้อยคอทองคำที่หน้างาน

ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชน ลดภาษีนำเข้า ดันงานวิจัยไทยสู่สากล เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก

ข่าวและเทคโนโลยี+กลุ่มประเทศวันนี้

TEKA ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร จัดอบรม "AI Agent for Manager" ต่อยอดการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารองค์กร

บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ TEKA ตอกย้ำวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดอบรมหลักสูตร "AI Agent for Manager รุ่นที่ 1" เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหาร ผู้จัดการ และหัวหน้างาน สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์รัตนชัย ฐาปนะพงศ์ (อ.เบนซ์) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และการพัฒนาองค์กร

ชี้ "ผู้ชนะ" คือผู้พัฒนา AI ที่ช่วยองค์กร... การ์ทเนอร์คาดตลาดโมเดลและแพลตฟอร์ม AI ทั่วโลกปีนี้โตพุ่ง 63% — ชี้ "ผู้ชนะ" คือผู้พัฒนา AI ที่ช่วยองค์กรสามารถคุมต้นทุนได้อยู่หมัดและใช้งานถูกจุด การ์ทเนอ...

บนเวทีประชุมวิชาการ วทร. ครั้งที่ 25 ขับเ... สพฐ. - สสวท. เชิดชู 40 ต้นแบบระดับชาติ! มอบรางวัล CODING Achievement Awards 2569 — บนเวทีประชุมวิชาการ วทร. ครั้งที่ 25 ขับเคลื่อน Coding และ AI สู่การศึก...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. หารือ "ปุ๋ยสั่งตัด" กับ OCP สิงคโปร์ ลดต้นทุนเกษตรกร-ฟื้นฟูดินยั่งยืน — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.รจนา ตั้งกุลบร...