ปภ.วางระบบการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยตามหลักการพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back Better and Safer) มุ่งสร้างประเทศไทยปลอดภัยยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มประสิทธิภาพ การฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด "การพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back Bette and Safer)" โดยให้ผู้ประสบภัยมีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟู คืนสภาพ และสร้างใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ด้วยการพัฒนาระบบการประเมินความต้องการหลังเกิดสาธารณภัย เพื่อนำไปเป็นกรอบแนวทางในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย พัฒนาระบบปฏิบัติการและบริหารจัดการด้านการฟื้นฟูสภาพร่างกายและสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยให้กลับมาประกอบอาชีพและดำรงชีพได้ตามปกติ เสริมสร้างแนวทางการฟื้นฟูที่ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม โดยประยุกต์ใช้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการวางแผนการฟื้นฟู เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยพิบัติขึ้นซ้ำในอนาคต ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประเทศไทยให้ "รู้รับ ปรับตัว ฟื้นเร็วทั่ว อย่างยั่งยืน"
          นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยถือเป็นกระบวนการสำคัญภายหลังจากที่ภัยพิบัติสิ้นสุด เพื่อปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้ใช้งานได้ตามเดิม และปรับสภาพแวดล้อมของชุมชนให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางระบบและเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด "การพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back Better and Safer)" ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 โดยให้ผู้ประสบภัยมีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟู คืนสภาพ และสร้างใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ซึ่งมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ 1.พัฒนาระบบการประเมินความต้องการหลังเกิดสาธารณภัย โดยประเมินสภาพความเสียหายของพื้นที่ประสบภัยในมิติต่างๆ ทั้งด้านชีวิต ทรัพย์สิน ระบบสาธารณูปโภค ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมในเชิงกายภาพ ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ รวมถึงการประเมินความต้องการในการฟื้นฟูของชุมชน เพื่อนำไป เป็นกรอบแนวทางในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติหรือให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม 2.พัฒนาระบบปฏิบัติการและบริหารจัดการด้านการฟื้นฟู โดยวางแนวทางปฏิบัติในการฟื้นฟูสภาพร่างกายและสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย การเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ประสบภัยกลับมาประกอบอาชีพและดำรงชีพได้ตามปกติ การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ โดยให้การช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประสบภัย การจัดตั้งกองทุนเงินกู้ยืม การลดหย่อนภาษี การปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพและการลงทุน รวมถึงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและทรัพยากรทางธรรมชาติของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย 3. เสริมสร้างแนวทางการฟื้นฟูที่ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิมโดยมุ่งให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเตรียมพร้อมรับมือและฟื้นกลับอย่างรวดเร็ว รวมถึงการประยุกต์ใช้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการวางแผนการฟื้นฟู เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยพิบัติขึ้นซ้ำในอนาคต เตรียมความพร้อมในการให้บริการด้านสุขภาพอนามัย ครอบคลุมถึงการสาธารณสุข สุขภาพจิต และการบริการทางการแพทย์ ซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย หรือพัฒนาให้เป็นที่อยู่อาศัยแบบถาวร สำหรับเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของผู้ประสบภัย เพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบการสื่อสาร ระบบการขนส่ง และการสุขาภิบาลให้สามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว และให้บริการประชาชนได้ตามปกติ บูรณะและปฏิสังขรณ์โบราณสถาน และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน พึ่งพาตนเองได้ มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวในช่วงที่ประสบภัย ทั้งนี้ ปภ. มุ่งดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยให้สามารถช่วยเหลือตนเองและดำเนินชีวิตได้ตามปกติในช่วงที่เกิดภัย รวมถึงพัฒนาระบบป้องกันภัยให้ดีขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ภายใต้การมีส่วนร่วมของผู้ประสบภัยในกระบวนการฟื้นฟู การคืนสภาพ และการสร้างใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเสียหายและความต้องการของผู้ประสบภัย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประเทศไทยให้ "รู้รับ ปรับตัว ฟื้นเร็วทั่ว อย่างยั่งยืน"
 
 

ข่าวกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย+ประเทศไทยปลอดภัยวันนี้

LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ

LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร (ที่สามจากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการแจ้งเตือนภัยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ผนึก 5 หน่วยงานภาครัฐ นำโดย นายไชยชนก ชิดชอบ (กลาง) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน กสทช. กรมควบคุมมลพิษ และกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมยกระดับการให้บริการฟีเจอร์ LINE Safety Check บนแอปพลิเคชัน LINE

นางสาววรนุช สวยค้าข้าว รองผู้อำนวยการสำนั... กทม. ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันรับมือฝุ่น PM2.5 เข้มตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน — นางสาววรนุช สวยค้าข้าว รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (ส...

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หร... NT หนุนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ "T-Alert" ยกระดับความปลอดภัยประชาชนทั่วประเทศ — บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เดินหน้าสนับสนุนการยกร...

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติ... เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา — สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศพบว่า จะ...

ทรู ร่วม ปภ. พร้อมทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย C... ชาวเชียงใหม่ อยุธยา อุดรฯ นครศรีฯ และกรุงเทพฯ เตรียมตัวให้พร้อม! — ทรู ร่วม ปภ. พร้อมทดสอบระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast ระดับจังหวัด 13 พ.ค. นี้ พร้อมย้...