สำหรับผลประกอบการไตรมาสสองตามรอบปีบัญชีของบริษัทฯ* (ม.ค.-มี.ค.2560) มีรายได้รวม 3,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากงวดก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่ม 1,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และจากธุรกิจอาหาร 1,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ในส่วนกำไรสุทธิในไตรมาสสองตามรอบปีบัญชีของบริษัทฯ*เท่ากับ 417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นกำไรจากธุรกิจเครื่องดื่ม 368 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และกำไรจากธุรกิจอาหาร 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "ในส่วนธุรกิจเครื่องดื่ม สถานการณ์ตลาดชาพร้อมดื่มในไตรมาสสองของปีนี้* (ม.ค.-มี.ค.60) ติดลบเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าตลาดลดลงจาก 3,650 ล้านบาทในไตรมาสสองของปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 3,187 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ หรือติดลบ 12.7% ในแง่มูลค่า ส่วนในแง่ปริมาณ ลดลงจาก 111 ล้านลิตร เหลือ 95 ล้านลิตร หรือติดลบ 14.3% (ข้อมูลจาก : Nielsen ณ สิ้น มี.ค.60) สาเหตุหลักมาจากกำลังการซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่ด้วยการกำหนดกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำของโออิชิ ทั้ง (1) การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อินโนเวชั่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฟรุ้ตทีอย่างโออิชิองุ่น เคียวโฮ ที่ขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์ดาวรุ่ง ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ยอดขายและภาพลักษณ์ (2) การทำการตลาดและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ผ่านช่องทางที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นวัยรุ่น รวมทั้ง (3) การขยายกำลังการผลิต การบริหารจัดการอย่างเหมาะสมและแม่นยำ สามารถรองรับการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของโออิชิในไตรมาสสองของปีนี้ตามรอบปีบัญชีของ บมจ.โออิชิ กรุ๊ป* เพิ่มขึ้น จาก 43.1% (ม.ค.-มี.ค.59) เป็น 46.2% (ม.ค.-มี.ค.60) (ข้อมูลจาก : Nielsen ณ สิ้น มี.ค.60) ครองความเป็นอันดับหนึ่งในตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทย"
ส่วนธุรกิจอาหาร ก็ต้องมีการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด "ความท้าทายในการทำตลาดธุรกิจอาหารไม่ได้มีแค่การแข่งขันที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังมีการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เป็นความท้าทายสำคัญ เร่งให้เราต้องรีบปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ที่เกิดขึ้น มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค พร้อมเสริมแนวคิด Premiumisation เข้าไปในการพัฒนาแบรนด์ร้านอาหาร ที่ไม่ได้เน้นแค่ Functional เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความประทับใจด้วย อย่างเช่น OISHI EATERIUM ที่เปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่นแนวใหม่ ซึ่งแตกต่างจากบุฟเฟ่ต์ที่คุ้นเคย โดยพัฒนาเมนูใหม่ๆ ให้มีความพิเศษมากขึ้น พร้อเนรมิตบรรยากาศภายในร้านให้ดูสดใสมีชีวิตชีวา ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปย่านร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับดีเกินคาดตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ขณะนี้เราขยายไปแล้ว 2 สาขา ส่วนแบรนด์ร้านอาหารอื่นๆ เรากำลังพัฒนาและปรับภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ยุคใหม่ และโดนใจกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น" นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กล่าวปิดท้าย
* รอบปีบัญชีของ บมจ.โออิชิ กรุ๊ป คือ วันที่ 1 ตุลาคม ถึง วันที่ 30 กันยายน ของทุกปี
PwC คาดรายได้อุตสาหกรรมความบันเทิงและสื่อไทยปี 2569 แตะเกือบ 5.5 แสนล้านบาท แม้เศรษฐกิจชะลอตัว จากแรงหนุนโฆษณาดิจิทัลและ AI
EXIM BANK ขานรับนโยบาย ธปท. ออกมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" วงเงิน 10,000 ล้านบาท เติมทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน
ASIMAR กางแผนปี 69 ปักธงรายได้โต 10% ชูงานต่อเรือภาครัฐหนุน Backlog แข็งแกร่ง
TBN กางยุทธศาสตร์ปี 69 รุกโมเดล Business Solution ชูเรือธง "End-to-End Lending" ผสาน AI สร้างการเติบโตยั่งยืน โชว์แบ็คล็อกแกร่ง 284 ลบ.
ธนาคารไทยเครดิต ขานรับมาตรการ SMEs Secure+ ของ ธปท. เปิดตัว "สินเชื่อ SME กล้าช่วย" STANDBY รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ ใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน
L&E กางแผนปรับกลยุทธ์เพิ่มรายได้ รุกงานนวัตกรรมลุยเจาะตลาดราชการ สู้ศึกสินค้าจีน ชูกลยุทธ์ QISSS Way และมาตรฐาน MiT สกัดสินค้ากลุ่มนำเข้า วางเป้ารายได้โต 15 - 20% ตุน Backlog แกร่ง 1,300 ล้านบาท
MAGURO Group ปรับกลยุทธ์ รุกตลาด Trendy Mass คนเมืองและ GEN Z ทุกแบรนด์ออกเมนูใหม่ "คุ้มค่า เข้าถึงง่าย" เริ่มต้นเพียง 129 บาท ตอบโจทย์ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
"กรุงไทย" เติบโตอย่างยั่งยืน กำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/2569 จำนวน 12,437 ล้านบาท ดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ