ที่ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ กรุงเทพฯ เสริ์ฟเมนูเรียกน้ำย่อยเพื่อความเผ็ดร้อนกระตุ้นความรัก ด้วย "ลาบปลาสาก" โดยใช้ปลาสากจากอ่าวไทยและพืชผักสดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ซุปสูตรพิเศษ "ซุปรังนก แปะก๊วย โสมตังกุย และเนื้อปู" โดยใช้โสมตังกุยจากดอยอ่างขาง อันเป็นที่รู้กันว่ามีสรรพคุณที่ดีต่อสาวๆทุกคน ในส่วนของเมนูจากหลัก พบเมนูกระตุ้นความเย้ายวนของความรัก เช่น "กุ้งเมารัก" กุ้งแม่น้ำสดใหม่ ปรุงรสในวิสกี้ และเติมรสจัดจ้านด้วยพริกขี้หนูและกระชายดำเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้แก่ท่านชาย นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษอื่นๆอย่างเช่น ปลาหิมะทอดขมิ้น และข้าวธัญพืชเบญจรงค์อีกด้วย
ในขณะที่ ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต มีเมนูเผ็ดร้อนตำรับทางใต้ อย่าง "คั่วกลิ้งปลาสากกับอาโป้ง" ใช้ปลาสากสดใหม่จากอ่าวไทยผัดเผ็ดร้อนฉบับคั่วกลิ้งและเสิร์ฟพร้อม อาโป้ง ขนมพื้นเมืองเลื่องชื่อของจังหวัดภูเก็ต เหมาะยิ่งสำหรับเรียกน้ำย่อย ในส่วนเมนูจานหลักก็มีเมนูอย่าง "หมูสามชั้นตุ๋นเบียร์กับคะน้าสมุนไพร" หมูสามชั้นตุ๋นจนเข้าเนื้อในเบียร์แอบบี้เลฟจากเบลเยี่ยม (Belgian Abbey Leffe Brown Beer) และคะน้าผัดน้ำมันหอยสมุนไพรสูตรพิเศษ ทั้งยังมี เมนูอาหารยอดนิยมตลอดกาลอย่าง "ข้าวอบสัปปะรด" อีกด้วย
"Once in a Lifetime" Dinner - มื้อค่ำแห่งประวัติศาสตร์จากการรังสรรค์ร่วมกันของสองตำนานอาหารไทย Blue Elephant และ basil
บลู เอเลเฟ่นท์ เปิดตัว "Aroi Thai Vegetarian Set" รังสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพสุดประณีต ถ่ายทอดรสชาติไทยแท้อย่างยั่งยืน
บลู เอเลเฟ่นท์ นำอาหารไทยสู่เวทีโลก กับดินเนอร์หรู ณ เมืองอิซเมียร์ ประเทศตุรกี
Krung Thep Creative Streets เปิดตัวทัวร์แลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ และสตรีทอาร์ต เริ่มต้นที่ บลู เอเลเฟ่นท์ สาทร
ชวนชิมเมนูใหม่
บลู เอเลเฟ่นท์ ร่วมโชว์พลังอาหารไทย ในงาน THACCA SPLASH - Soft Power Forum 2025
บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปี ยืนหยัดอนุรักษ์อาหารไทย พร้อมส่งออกเครื่องแกงไทยสู่ 45 ประเทศทั่วโลก