พล.อ.อ.ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐใช้ข้อมูลผลสำรวจระดับ ความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ขับเคลื่อนองค์กรยกระดับการพัฒนาสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ด้านรมว.กระทรวงดิจิทัลฯ เผยภาครัฐมีความพร้อมด้านระบบบริหารจัดการภายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มากสุด แต่ด้านบริการภาครัฐที่สะดวกเข้าถึงง่ายยังต้องพัฒนา โดยจะใช้ผลสำรวจฯ เป็นฐาน ผลักดันหน่วยงานรัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างแท้จริงต่อไป
พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานสัมมนา "สถานภาพความพร้อมด้านดิจิทัลของภาครัฐ ประจำปี 2560" ที่ผ่านมา ว่า จากการเล็งเห็นความสำคัญของการมีข้อมูลกลางเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบของรัฐบาลดิจิทัล การบริการอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ และสภาพแวดล้อมในการส่งเสริมให้เกิดรัฐบาลดิจิทัล เพื่อสะท้อนสถานภาพการพัฒนาด้านรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ และใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนกำหนดนโยบาย ตลอดจนการดำเนินโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐสามารถนำข้อมูลไปพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลภายในหน่วยงาน เพื่อรองรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงแผนพัฒนา รัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2559-2561) คณะรัฐมนตรีจึงมีความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559 โดยมอบหมายให้สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. หน่วยงานภายใต้กำกับของกระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินโครงการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งได้พัฒนากรอบการสำรวจและเกณฑ์การประเมิน ตั้งแต่ในระดับกรมจนถึงระดับจังหวัดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยหน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ผลการสำรวจเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนและนโยบายในการยกระดับการพัฒนาหน่วยงานภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลได้ทั้งในระดับหน่วยงานและระดับประเทศต่อไป
ด้าน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะที่กำกับดูแล สรอ. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สรอ. ได้จัดทำโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2560 ได้มีการพัฒนากรอบการสำรวจและเกณฑ์การประเมินระดับความพร้อม รัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งระดับกรมและระดับจังหวัดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง (ระดับกรมหรือเทียบเท่า) จำนวน 302 หน่วยงาน และหน่วยงานภาครัฐส่วนภูมิภาค (ระดับจังหวัด) จำนวน 1,444 หน่วยงาน ครอบคลุมทั้งหมด 76 จังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพฯ และพัทยา) ซึ่งขณะนี้ สรอ. ได้ดำเนินการสำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้จัดงานสัมมนาฯ ขึ้น เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐรับทราบผลการสำรวจ และนำผลสำรวจครั้งนี้เป็นข้อมูลสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนหน่วยงาน สู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลต่อไป
อย่างไรก็ดี สรอ. ได้นำแผนนโยบายระดับชาติที่เกี่ยวข้อง เช่น ยุทธศาสตร์ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2559-2561) และ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564 รวมถึงได้มีการศึกษาทบทวนการจัดอันดับของหน่วยงานต่างประเทศ เช่น UN, Waseda, WJP, OKI และ World Wide Web Foundation มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากรอบการสำรวจฯ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
โดยจากการสำรวจพบว่า หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 274 หน่วยงาน หรือ 91 % มีคะแนนระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในภาพรวม 57.8 คะแนน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ มีระดับความพร้อมมากที่สุด 67.0 คะแนน รองลงมา คือ ด้านศักยภาพของเจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านดิจิทัล 66.0 คะแนน ด้านนโยบายและแนวปฏิบัติ 57.9 คะแนน ด้านบริการภาครัฐที่สะดวกเข้าถึงง่าย 50.3 คะแนน ด้านระบบบริหารจัดการภายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ 49.4 คะแนน และด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะและการนำมาใช้ มีคะแนนน้อยที่สุด 47.0 คะแนน จะเห็นได้ว่ามาตรฐานทางด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับกรมให้ผลสำรวจในระดับน่าพึงพอใจ แม้ว่าการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการใช้งานระดับอัจฉริยะหน่วยงานระดับกรมจะได้ผลคะแนนไม่สูงนัก เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ยังไม่นิ่งพอให้หน่วยงานรัฐได้ปรับตัว และเทคโนโลยีเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับการสำรวจหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพฯ และพัทยา) โดยเลือกสำรวจจังหวัดละ 19 หน่วยงาน ซึ่งในการสำรวจนี้ยังไม่มีการสำรวจด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะและการนำมาใช้ พบว่า หน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดที่ตอบแบบสำรวจ 1,179 หน่วยงาน หรือ 82 % มีคะแนนระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล ในภาพรวม 34.4 คะแนน โดยมีรายละเอียดดังนี้ มิติด้านระบบบริหารจัดการภายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ มีระดับความพร้อมมากที่สุด 41.6 คะแนน รองลงมาคือ ด้านศักยภาพของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ด้านดิจิทัล 36.5 ด้านนโยบายและแนวปฏิบัติ 34.2 คะแนน ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 32.8 คะแนน และด้านบริการภาครัฐที่สะดวกเข้าถึงง่าย มีคะแนนน้อยที่สุด 31.0 คะแนน
วว. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาส/คุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับคนพิการ @มหกรรม UD เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี
การเคหะแห่งชาติรับมอบเกียรติบัตรองค์กรต้นแบบขับเคลื่อน Universal Design เพื่อคนทั้งมวล
ลาวและฮ่องกงประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ เชื่อมโยงภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระดับนานาชาติ
ผู้ยื่นไทย-ต่างชาติเดินหน้าจดทะเบียนรับความคุ้มครอง IP ในไทยต่อเนื่อง กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผย ครึ่งปีแรก 2569 คำขอจดทะเบียนทะลุ 3.8 หมื่น
มอบรางวัลสุดยอดเยาวชนผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น "เสียงคนรุ่นใหม่คือพลังขับเคลื่อนอนาคตประเทศ" พร้อมใจร่วมเป็นเจ้าภาพ 2026 IMF-WBG Annual Meetings
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
กรมทรัพย์สินทางปัญญา พา "7 ผลไม้ GI ไทย" บุกศูนย์การค้า ICS ในเครือ ICONSIAM โชว์อัตลักษณ์ผลไม้ไทย
กรมทรัพย์สินทางปัญญา พา "7 ผลไม้ GI ไทย" บุกศูนย์การค้า ICS ในเครือ ICONSIAM
STI ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสำนักงานและที่พักอาศัยกรมสรรพากร เดินหน้าบริหารงานก่อสร้าง มุ่งสู่มาตรฐานอาคารเขียว