กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นในประเทศไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดี ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนดังกล่าว ช่วยรักษาระดับความสม่ำเสมอของผลตอบแทน และเพิ่มศักยภาพการเติบโตของผลตอบแทน จากการลงทุนในหุ้นสูงสุดไม่เกิน 25% โดยไม่มีข้อจำกัดถึงขนาดและประเภทหุ้นที่สามารถลงทุนได้ เพื่อมุ่งเน้นเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนที่ดี กองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง ต้องการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่าย 2 กองทุนตราสารหนี้ ทั้งในและต่างประเทศ ให้กับนักลงทุนได้เลือกลงทุน ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 179 ( KTFF179 ) เสนอขายตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2560 อายุ 6 เดือน เน้นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งประกอบไปด้วย เงินฝากประจำ Bank of china , Agricultural Bank of China , Abu Dhabi Commercial Bank PJSC บัตรเงินฝาก China Construction Bank , Bank of Communications และ Industrial and Commercial Bank of China Ltd. ในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 19% ยกเว้น Abu Dhabi Commercial Bank PJSC ในสัดส่วน5 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับจากการลงทุนประมาณ 1.35% ต่อปี
ส่วนกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ทอินเวส 6 เดือน3 (KTSIV6M3) เป็นกองทุนประเภท Roll Over vkp6 6 เดือน เสนอขายถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2560 อายุ 6 เดือน เน้นลงทุนตราสารหนี้ในประเทศ ประกอบด้วย ตั๋วแลกเงิน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด เงินฝากประจำ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 18% ตั๋วแลกเงิน บริษัทราชธานีลิสชิ่ง จำกัด (มหาชน) 15% และพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย 49% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ1.15%ต่อปี ซึ่งทั้ง 2 กองทุนนี้ บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศมีการปรับตัวขึ้นลงในช่วงแคบ จากปริมาณการซื้อขายที่เบาบางและขาดปัจจัยใหม่ๆในตลาด นักลงทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นยอดขายสุทธิจำนวน 572 ล้านบาท ส่วน อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกช่วงอายุตามแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับขึ้น Fed Fund Rate ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีโดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงาน การผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา และการผ่านร่างกฏหมายงบประมาณชั่วคราวของสภาคองเกรส อย่างไรก็ตาม เริ่มมีความเสี่ยงทางการเมืองเพิ่มขึ้นทั้งในสหรัฐอเมริกาและสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ กรณีทรัมป์รับรองเยรูซาเร็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล โดยอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 1.79% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 2.14% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี อยู่ที่ 2.39% ต่อปี
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ