นพ.อุเทน บุญอรณะ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลหัวเฉียวกล่าวว่า อาการปวดหัวบางอย่างที่หากเกิดปุ๊ปไม่ควรนิ่งนอนใจไม่ควรซื้อยามารับประทานเองควรจะรีบมาโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการทันที อาการแบบนี้ในศัพท์แพทย์เราจะเรียกว่า reg flag sign หรืออาการปวดหัวแบบติดธงแดงวันนี้ผมจะนำเสนออาการปวดหัวกลุ่มดังกล่าวว่าอาการปวดหัวแบบไหนบ้างที่เราไม่ควรนิ่งนอนใจครับ
ปวดหัวชนิดที่ไม่เหมือนเดิม : ร่างกายของเรามักจะมีนิสัยปวดหัวแบบเดิมๆ เช่น ส่วนมากปวดหัวข้างเดียวแถวๆขมับ มักจะเป็นในวันที่นอนน้อย หรืออากาศร้อน ปวดแล้วพอได้อาบน้ำสระผม หรือนอนสักหน่อยก็จะหาย นี่แหละครับ ที่พูดมาเนี่ยเรียกว่า คาแรกเตอร์ของการปวดหัว คนเรามักจะมีคาแรกเตอร์ของการปวดหัวแบบเดิมๆ แต่หากวันไหน อาการปวดหัวแสดงคาแรกเตอร์แบบแปลกๆ แบบที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน จากปวดข้างเดียวเป็นปวดสองข้าง จากปวดแถวขมับเปลี่ยนเป็นกลางหน้าผาก แบบนี้ควรมาพบแพทย์นะครับ
ปวดหัวชนิดที่ปลุกให้ตื่นกลางดึก : ปกติเวลาคนเรานอน ประสาทสัมผัสจะทื่อลงครับ ดังนั้นเราจะไม่ค่อยรู้สึกถึงอาการปวดหัว แต่ถ้านอนหลับไปแล้วต้องตื่นมากลางดึกเพราะปวดหัวจนปลุกเราได้เนี่ย แสดงว่าอาการปวดหัวนั้นไม่ธรรมดาครับ อันนี้ต้องรีบมาหาหมอเลย ไม่ต้องรอจนเช้าด้วยนะครับ
ปวดหัวชนิดที่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยโดยเฉพาะอาการแขนขาอ่อนแรงขยับไม่ได้ หรือหน้าเบี้ยว : ปกติแล้วอาการปวดหัว มักจะเกิดจากสาเหตุนอกสมองนะครับ แต่อาการปวดหัวที่มีอาการผิดปกติทางสมองร่วมด้วย เช่น เห็นภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน แขนขาขยับไม่ได้ สลบหมดสติ หน้าเบี้ยวแบบนี้ เป็นอาการบ่งชี้ว่าอาการปวดนั้นน่าจะมาจากในสมอง แบบนี้ต้องรีบมาพบแพทย์ทันทีเช่นกันครับ
อาการปวดหัวที่มีมานาน และ มีแนวโน้มจะปวดมากขึ้น หรือถี่ขึ้น : อันนี้แม้ว่าเราจะปวดหัวด้วยคาแรกเตอร์แบบเดิมๆ แต่ถ้าจากเมื่อก่อน เดือนปวดครั้ง หรือ สองเดือนครั้ง แต่ช่วงนี้ปวดถี่เลย วันละครั้ง หรือวันละหลายๆ ครั้ง แถมปวดแล้วปวดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ท่าทางจะไม่ธรรมดา อาจจะต้องมีการตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม แบบนี้ก็ต้องมาพบแพทย์ทันทีเช่นกันครับ
อาการปวดหัวที่ไม่ตอบสนองต่อยาแบบเดิมๆ : อันนี้ก็ตรงตัวนะครับ นอกจากเราจะมีคาแรกเตอร์การปวดหัวแบบประจำอยู่แล้ว หลายๆ คนจะมียาที่ใช้เป็นประจำด้วย และทุกครั้งที่ใช้ก็มักจะตอบสนองดี ทีนี้ถ้าเกิดว่าเราใช้ยาแล้ว เอ๊ะ... ไม่หายสักที ทั้งๆ ที่เดิมใช้ยานี้ทีสองทีก็หายแล้ว แบบนี้มีแนวโน้มว่าอาการปวดหัวครั้งนี้จะไม่ใช่โรคปวดหัวแบบเดิมๆ ครับ แบบนี้ก็ควรมาพบแพทย์โดยเร็วเช่นกัน
ที่จริงอาการปวดหัวแบบที่มีธงแดง (red flag sign) ยังมีอีกหลายแบบนะครับ แต่ 5 อย่างที่กล่าวมานี่ถือว่าสำคัญ และสามารถสังเกตอาการด้วยตัวเองได้ครับ ท่านใดที่อ่านแล้วเข้าข่าย แนะนำว่าอย่ามัวแต่วางใจซื้อยาแก้ปวดมากินต่อไปเองเรื่อยๆ นะครับ ให้รีบมาปรึกษาแพทย์ใกล้บ้านจะดีที่สุดครับ
โรงพยาบาลหัวเฉียว ชวนฟื้นฟูความสบายให้ดวงตาด้วยโปรแกรม "Eyelid Spa Treatment"
โรงพยาบาลหัวเฉียว ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Thailand Healthcare 2026 หนุนคนไทย "อยู่ดี แฮปปี้นาน"
รู้ทัน "โรคหลอดเลือดสมอง" ตรวจคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
88 ปี โรงพยาบาลหัวเฉียว
รพ.หัวเฉียว ชวนปรับ "วิธีคิด" ผู้นำยุคใหม่
รพ.หัวเฉียว ร่วมดูแลสุขภาพนักวิ่งในกิจกรรม "ชมพูฟ้ารันนิ่ง 2569"
วัคซีนมือ เท้า ปาก
รู้ผลเร็ว วางแผนรักษาได้ไว กับโปรแกรมตรวจไทรอยด์
หยุดความเสี่ยงโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ด้วยเทคโนโลยี CT Calcium Score @รพ.หัวเฉียว