นายฮิโรยูกิ ซูซูกิ (Mr.Hiroyuki Suzuki) ประธานบริษัท โตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำ รวมถึงอุปกรณ์ในห้องน้ำที่มีความล้ำสมัยทั้งด้านการดีไซน์รูปลักษณ์และเทคโนโลยีระดับโลก ภายใต้แบรนด์ "โตโต้" (TOTO) เปิดเผยว่า โตโต้เป็นผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสุขภัณฑ์มายาวนานกว่า 100 ปี และให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยจากผลสำรวจของบริษัทสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก Euromonitor International Ltd. พบว่า ในปี 2559 โตโต้มียอดขายผลิตภัณฑ์ฝารองนั่ง (WASHLETTM) เป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการจำหน่ายสินค้านวัตกรรมของโตโต้ได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณ 1,073 ล้านบาท ในการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ในประเทศไทยเพื่อผลิต WASHLETTM โดยเฉพาะ เนื่องจากเล็งเห็นถึงความต้องการ WASHLETTM ที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกทั้งในภูมิภาคเอเชียและสหรัฐอเมริกา โดยโรงงานดังกล่าวนอกจากการพัฒนากำลังการผลิตด้วยการนำเครื่องจักรแบบใหม่ล่าสุดมาใช้แล้ว ยังมีการนำเครื่องมือที่มีคุณภาพสูงเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการผลิต เช่น ระบบไฟ LED และติดตั้งเครื่องปรับอากาศในบริเวณพื้นที่หล่อรูปเรซิ่น อีกทั้งยังให้ความสำคัญและใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ การใช้อุโมงค์เตาเผาแบบใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น สามารถผลิตสินค้าได้ในปริมาณมาก ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นไปตามวิสัยทัศน์ในการดูแลสิ่งแวดล้อมโลกของโตโต้ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2557 โดยโรงงานแห่งที่ 3 นี้จะมีกำลังการผลิตประมาณ 450,000 ชิ้นต่อปี
นายฮิโรยูกิ กล่าวว่า โรงงานแห่งใหม่เริ่มก่อสร้างในเดือนพฤษภาคมปี 2561 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเริ่มผลิตได้จริงในเดือนเมษายนปี 2563 โดยโรงงานผลิต WASHLETTM ของ TOTO GROUP มีทั้งในประเทศญี่ปุ่นและในต่างประเทศ สำหรับโรงงานภายในประเทศไทยถือเป็นโรงงานลำดับที่ 5 แต่ถ้าหากนับเพียงแค่โรงงานผลิต WASHLETTM ที่ก่อตั้งในต่างประเทศก็จะนับว่าเป็นโรงงานลำดับที่ 3 การลงทุนก่อสร้างโรงงานดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ของ TOTO GROUP ที่จะขยายตลาดในต่างประเทศ โดยมี WASHLETTM เป็นสินค้าหลัก เริ่มตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งหวังที่จะให้ผลิตภัณฑ์ของโตโต้เป็นที่ยอมรับทั้งคุณภาพและมาตรฐานในทุกระดับชั้น ทั้งยังต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับโลกและมาตรฐานของโตโต้ ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของโตโต้จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากตลาดประเทศไทย
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวฝารองนั่งอัตโนมัติ "WASHLETTM+" ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นทั้งในเรื่องของการดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยการออกแบบให้ท่อน้ำและสายต่างๆ ของ WASHLETTM+ ถูกซ่อนไว้ภายใต้รูปทรงที่หรูหรา ด้านในของโถสุขภัณฑ์ถูกปรับให้มีความโค้งมนมากยิ่งขึ้นเพื่อให้สิ่งสกปรกเกาะติดได้ยาก ควบคู่ไปกับระบบเทคโนโลยีด้านความสะอาดที่มีประสิทธิภาพในการชำระล้างที่เหนือกว่า ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่าง 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ ระบบชำระล้างแบบทอร์นาโด (TORNADO FLUSH) ที่เป็นการปล่อยน้ำจากหัวฉีดแรงดันสูง สามารถชำระล้างสิ่งสกปรกที่เกาะติดบนพื้นผิวของสุขภัณฑ์ได้รอบทิศทาง พร้อมด้วยสารเคลือบ CEFIONTECT ซึ่งเป็นการเคลือบพื้นผิวแบบพิเศษเพื่อให้สุขภัณฑ์มีความเรียบลื่น เงางาม ลดการเกาะติดของคราบสกปรกและการก่อตัวของเชื้อแบคทีเรีย และระบบ EWATER+ ที่สามารถขจัดคราบสิ่งสกปรก ฆ่าเชื้อ รวมถึงป้องกันแบคทีเรียที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นอกจากเทคโนโลยีที่ใส่ใจด้านความสะอาดและสุขอนามัยแล้ว WASHLETTM+ยังเพรียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งาน เงียบสงบ และประหยัดน้ำ ปัจจุบัน บริษัท โตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้วางรากฐานสำคัญในการสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีมูลค่า (High Value Added Products) และเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของโตโต้ไปยังโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้เปิดให้บริการ TOTO Technical Center Bangkok ขึ้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโชว์รูมที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีความเชี่ยวชาญในวงการอสังหาริมทรัพย์ อาทิ ดีเวลลอปเปอร์ ดีไซเนอร์ และผู้รับเหมาที่รับผิดชอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ไม่ใช่เพียงแค่ภายประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรองรับกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ "โตโต้" สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok โทรศัพท์ 02 117 9520 อาคาร จี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ th.toto.com
Amata VN Announces Q1 Revenue of Baht 688 Million, Launches New Project Amata City Phu Tho, and Highlights Vietnam's Robust Economic Growth
กลุ่มดุสิตธานี เผยไตรมาสแรก ปี 69 ธุรกิจโรงแรม-โครงการที่พักอาศัย ดันรายได้เพิ่ม 37.3% EBITDA แตะ 860 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 249 ล้านบาท
CH เผยงบ Q1/69 รายได้ 438.30 ลบ. ธุรกิจทยอยฟื้น เดินหน้าคุมต้นทุน-ขยายตลาดใหม่
4 ปัจจัยสำคัญเตรียมความพร้อมด้าน AI ยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
4 Key Factors for AI Readiness to Drive Sustainable Business Growth
เวิลด์แก๊สจัดงานเทศกาลอาหาร The Best Thai Street Food by Worldgas 2026
เบทาโกร จับมือศิริราชวิทยวิจัย ร่วมเปิดตัว 'INSPIRED care' รุกตลาดอาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะทาง ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่ม NCDs
"มองต์เฟลอ" ผู้ขับเคลื่อนหลัก "TR?S CHERIE" คอลเลกชันล่าสุดจาก POEM x CHERRY KHEMUPSORN
WHO เตือนผู้ป่วยสายตาสั้นทั่วโลกพุ่งต่อเนื่อง Bangkok Eye Hospital รับกระแส เปิดแคมเปญกระตุ้นตรวจตาเชิงป้องกัน