และ/หรือ ผสานเอาชีวิตส่วนตัวรวมเข้ากับการทำงาน
อย่างที่ทราบกันดีว่า รูปแบบการทำงานในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนมาก บางคนอาจสัมผัสได้ว่า ขณะที่ดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เราแทบจะไม่มีเส้นแบ่งระหว่างเวลางานและเวลาส่วนตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเติบโตของเทคโนโลยีที่ทำให้คนสามารถติดต่อระหว่างกันได้ 24/7 รวมทั้งแนวคิดการทำงานที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย เห็นได้ชัดว่า ขณะนี้คุณสามารถทำงานได้ตลอดเวลา จากทุกๆ ที่ ส่งผลให้ระยะเวลาในการทำงานตามปกติถูกลดบทบาทลง แต่กรอบเวลาในการทำงานที่มีความยืดหยุ่นกลับถูกสร้างขึ้นและกลายเป็นที่ต้องการของคนทำงานยุคนี้ เพราะสามารถปรับรูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ เมื่อเป็นเช่นนี้ บริษัทต่างๆ ต้องปรับตัวเพื่อรองรับรูปแบบดังกล่าว และควรหันมาวางนโยบายหรือกำหนดแผนสวัสดิการที่ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานลักษณะนี้ให้มากขึ้น
แต่เมื่อมองย้อนกลับไปเรื่องความสมดุล กลับพบว่า พนักงานแต่ละคนต่างมีความคิดที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะอยากมีเวลาดูแลความรับผิดชอบทั้งที่ทำงานและที่บ้านให้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง บางคนอาจจะแค่อยากมีสุขภาพที่ดีขึ้นหรือมีเวลาไปทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจที่ตัวเองชอบบ้าง หรืออาจมีพนักงานบางคนที่ต้องการใช้โอกาสในการทำงานเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองโดยไม่จำกัดวิธีการทำงานและกรอบเวลา แต่ไม่ว่าจะมีความต้องการแบบไหน พนักงานทุกคนมักจะมีจุดเหมือนร่วมกันตรงที่ทุกคนต่างก็อยากทำงานในองค์กรที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของพนักงาน ดังนั้นการมีนโยบายที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตส่วนตัวของพนักงานนั้นมีผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อองค์กรแน่นอน ลองมาดูนโยบายต่าง ๆ ที่บริษัทในต่างประเทศนิยมใช้กันเพื่อแก้โจทย์ปัญหาสมดุลชีวิตส่วนตัวและงาน ดังนี้
จากปกติที่ทุกคนต้องเข้าทำงาน 8 โมงเช้าเลิก 5 โมงเย็น บางที่ทำงานอาจเปิดโอกาสให้พนักงานได้เลือกเวลามาทำงานได้อย่างอิสระมากขึ้น เช่น สามารถเข้างาน 7 โมงเช้ากลับ 4 โมงเย็น หรือ เข้างาน 9 โมงเช้ากลับ 6 โมงเย็นได้เป็นต้น บางที่ทำงานอาจมีอิสระมากขึ้นไปอีกด้วยการกำหนดให้พนักงานสามารถมาทำงานได้ไม่เกิน 10 – 11 โมงเช้า และจะต้องอยู่ให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อวันหรือไม่ขึ้นอยู่กับเนื้องาน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจของบริษัทด้วยว่ามีความจำเป็นต้องมีพนักงานอยู่ประจำที่สำนักงานตามเวลาทำการมากน้อยแค่ไหน
หมดยุคการทำงานแต่ในที่ทำงานแล้ว ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน หลาย ๆ บริษัทมีคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือสมาร์ทโฟนให้พนักงานสามารถทำงานจากนอกสถานที่ได้ บางครั้งพนักงานอาจต้องการกลับบ้านเร็วเพื่อไปรับลูกจากโรงเรียน แต่ก็ยังสามารถกลับไปเช็คและทำงานจากอุปกรณ์เหล่านี้ในเวลาดึกหลังส่งลูกเข้านอนจากที่บ้านได้ นอกจากนี้บางครั้งพนักงานอาจมีความจำเป็นต้องทำกิจธุระส่วนตัวในเวลางานบ้าง ทางบริษัทเองอาจมีความยืดหยุ่นให้พนักงานได้ตามความเหมาะสมตราบใดที่พนักงานยังสามารถทำงานได้อย่างไม่บกพร่อง โดยไม่จำกัดว่าห้ามเอาเรื่องส่วนตัวเข้ามาในที่ทำงานโดยเด็ดขาด
จากรูปแบบการลาแบบเดิมที่แบ่งเป็นการลากิจ ลาป่วย ลาพักร้อน สามารถยุบรวมเป็นการลาแบบไม่หักค่าจ้างได้ทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลการลาหยุดกับเจ้านาย แต่ก็ยังคงต้องมีจำนวนวันมากที่สุดที่ลาได้ตามที่บริษัทกำหนด นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้พนักงานสามารถลาหยุดไปทำธุระส่วนตัวโดยไม่ต้องกังวลว่าจะใช้วันลารูปแบบไหน หรือจะโดนหักค่าจ้างหรือไม่ในกรณีที่ลาไปทำธุระอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ตามนโยบายบริษัท และยังสามารถรักษาความเป็นส่วนตัวให้พนักงานได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามอย่าลืมกำหนดนโยบายโดยอิงไม่ให้น้อยกว่าวันลาขั้นต่ำตามกฏหมายที่พนักงานมีสิทธิด้วยนะคะ
วันลาแบบไม่ได้รับค่าจ้าง (unpaid leave)
หลากหลายนโยบายที่บริษัทสามารถทำเพื่อเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่พนักงานนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ละองค์กรควรรู้ก่อนว่าประชากรในบริษัทเป็นอย่างไร มีความต้องการด้านใดเป็นพิเศษ เพื่อที่จะรับหรือสร้างนโบายที่เหมาะสมไปใช้แล้วเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ที่สำคัญ หากนโยบายมีแต่คนไม่กล้าใช้ อาจจะเพราะเจ้านายไม่เคยอนุมัติให้ใช้ได้จริง ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้นผู้บริหารที่เลือกจะส่งเสริมด้านนี้แล้วจะต้องเปิดใจและปฏิบัติให้ได้จริงตามที่วางแผนนโยบายไว้ด้วย
พรอมิส จับมือ "ดึ๊บ ดึ๊บ" ครีเอเตอร์ชื่อดัง เปิดตัว LINE Stickers ชุดพิเศษ "พรอมิส x ดึ๊บ ดึ๊บ" แจกฟรี!
ไฮเออร์ ปลดล็อกอนาคตสมาร์ทลิฟวิ่งในงาน AWE 2026 ชู "AI Vision 2.0 - หุ่นยนต์อัจฉริยะ" พร้อมปูทางสู่ยุค "Zero-Labor Home" นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยอัจฉริยะ
G-Able ขยายความร่วมมือ AWS เร่งองค์กรไทยใช้ AI-Data-Cloud ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
SCBX ผนึก SCG ลงนามความร่วมมือด้าน AI และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
อ่าน Social Signals ให้เป็น คือกุญแจใหม่ของการตลาดยุคครีเอเตอร์ 'เทลสกอร์' เปิดตัว Content Score(R) แปลงข้อมูลคอนเทนต์เป็นกลยุทธ์ ดึง TikTok-แบรนด์ชั้นนำร่วมถอดรหัส Signals บนโซเชียล
Decoding Social Signals: The New Key to Marketing in the Creator Economy Tellscore Launches Content Score(R) to Transform Content Data into Strategic Insights, Partnering with TikTok and Leading Brands to Decode Social Signals
Bitkub Exchange and Bitkub Academy Announce Collaboration with 0G to Elevate AI On-chain Knowledge and Drive Innovation in Thailand
โรงแรมเซ็นทารา วอเตอร์เกต พาวิเลียน กรุงเทพฯ ได้รับรางวัล "โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระดับทอง (ดีเยี่ยม)" อย่างภาคภูมิใจ
กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัทเครื่องดื่มสัญชาติไทยรายแรก