ด้าน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มสินค้าเกษตรไทยส่งออกไปตลาดอาเซียนในปี 2560 ที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) กลุ่มน้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล มีมูลค่าส่งออก 60,350 ล้านบาท (2) กลุ่มเครื่องดื่ม มีมูลค่าส่งออก 46,900 ล้านบาท (3) กลุ่มผลไม้ (ลำไย ทุเรียน และมังคุด) มีมูลค่าส่งออก 40,948 ล้านบาท (4) กลุ่มยางพาราธรรมชาติ มีมูลค่าส่งออก 32,398 ล้านบาท และ (5) กลุ่มข้าวและธัญพืช มีมูลค่าส่งออก20,128 ล้านบาท
ในขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่ไทยนำเข้าจากอาเซียนในปี 2560 ที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) กลุ่มปลาและสัตว์น้ำ เช่น ปลาทูน่า เนื้อปลาซูริมิ ปลาทะเลต่างๆ ปลาหมึกกล้วยแห้งหรือดองเกลือ และปลาในวงศ์แคทฟิชมีมูลค่านำเข้า 19,614 ล้านบาท (2) กลุ่มพืชผักที่บริโภคได้ เช่น มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ กะหล่ำปลี ถั่วเขียวผิวดำ มันเทศ และหอมหัวเล็ก มูลค่า 14,656 ล้านบาท (3) กลุ่มของปรุงแต่งเบ็ดเตล็ดที่บริโภคได้ เช่น ของผสมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับกระบวนการผลิตอาหาร กาแฟผง กะทิสำเร็จรูป อาหารปรุงแต่งต่างๆ และอาหารเสริมต่างๆ มูลค่า 12,314 ล้านบาท (4) กลุ่มของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้ง สตาร์ช หรือ นม เช่น อาหารปรุงแต่งที่ทำจากผลิตภัณฑ์นมสำหรับใช้เลี้ยงทารก แวฟเฟิลและเวเฟอร์ อาหารปรุงแต่งสำหรับใช้เลี้ยงทารก และผลิตภัณฑ์ขนมต่างๆ มูลค่า 11,909 ล้านบาท และ (5) กลุ่มผลไม้และลูกนัตที่บริโภคได้ เช่น มะพร้าว เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ แก้วมังกร เนื้อมะพร้าวแห้ง และมะขาม มูลค่า 9,694 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2553 หลังจากที่มีการเปิดตลาดการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่อาเซียนได้รวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าสินค้าเกษตรอาเซียนมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ทิศทางการได้เปรียบดุลการค้า พบว่า มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากไทยมีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากอาเซียนเพิ่มมากขึ้นเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป ในขณะที่สินค้าเกษตรส่งออกของไทย เช่น ผลไม้ ยางพารา และข้าว ที่ยังมีความผันผวนของตลาด และมีการแข่งขันด้านราคาจากอาเซียนด้วยกันเอง ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำการผลิตให้ได้คุณภาพ ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างจุดแข็งและความเชื่อมั่นให้กับสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560–2564) ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า ซึ่งมีแผนงานสำคัญ ได้แก่ (1) พัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร(GAP/GMP/Q) (2) บริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน (เช่น แผนข้าวครบวงจร) (3) ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (4) ส่งเสริม การใช้เครื่องจักรกลการเกษตร (5) สร้างมูลค้าเพิ่มสินค้าเกษตร (6) ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ และ (7) ธนาคารสินค้าเกษตร เป็นต้น
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมงาน "Thailand: The Land of Tropical Fruits" สนับสนุนเกษตรกรไทย เชื่อมโยงผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
มกอช. ติวเข้มมาตรฐานทุเรียนอีสาน ยกระดับคุณภาพส่งออก คุมเข้มทุเรียนอ่อน สร้างเชื่อมั่นตลาดโลก
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์