โดยทั่วไปแล้วภาวะสารพิษในร่างกายแบ่งเป็น 3 ประเภทจากระยะเวลาที่ได้รับสารพิษเข้าไปและ ระยะเวลาที่ร่างกายจะเกิดอาการ คือ acute toxicity, sub-chronic toxicity and chronic toxicity.
Acute toxicity นั้นใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษในระยะสั้น ในทางกลับกัน chronic toxicity ใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษเป็นเวลานานติดต่อกัน หรือหลายๆครั้ง โดยที่มีผลกระทบกับร่างกายในระยะยาวตลอดชีวิต ในขณะที่ sub-chronic toxicity ใช้กล่าวถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษเป็นเวลามากกว่าหนึ่งปี และมีผลกระทบต่อร่างกายไม่ตลอดชีวิต
โดยส่วนใหญ่แล้วผลกระทบจากสารพิษนั้นไม่ถาวรและรักษาได้ แต่จะใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม มีสารพิษบางประเภทที่เมื่อได้รับแล้วมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างถาวร และผลกระทบของสารพิษต่อร่างกายนั้นสามารถเกิดขึ้นในอวัยวะหรือระบบร่างกายเดียว หรือหลายอย่างรวมกันก็ได้
ภาวะสารพิษในร่างกายไม่มีอาการบ่งชี้ได้อย่างแน่นอน โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยที่มีอาการเช่นปวดหัวตลอดเวลาหาสาเหตุไม่ได้ ภูมิแพ้ผื่นขึ้นตามผิวหนัง แพ้อาหาร จะไม่ตระหนักว่าอาการเหล่านั้นอาจจะเกิดจากภาวะสารพิษในร่างกายและจะทำการปรึกษาแพทย์และรักษาตามอาการโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงระดับสารพิษในร่างกายที่สามารถจะก่อให้เกิดอาการป่วยนั้นๆได้ จึงไม่สามารถจะรักษาอาการดังกล่าวให้หายขาดได้
ตัวอย่างของอาการป่วยที่สามารถเกิดจากภาวะสารพิษในร่างกายได้ มีดังนี้
- ปัญหาทางผิวหนัง เช่นสิว หรือผื่นขึ้นตลอดเวลา
- มีกลิ่นตัวแปลกและมากกว่าปกติ
- ขาดพลังงานในการทำกิจกรรมปกติทั่วไป
- ปวดและอักเสบตามร่างกาย
- ขาดสมาธิ หมดอารมณ์ในกิจกรรมทางเพศ หรือภาวะร่างกายเหนื่อยล้า
- ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียนอย่างไม่มีสาเหตุ
- ภูมิแพ้และอาการแพ้อาหาร
การรักษาภาวะสารพิษในร่างกายทำได้โดยการตรวจหาสารพิษในร่างกายมีมากกว่าปกติและตรวจเช็คสภาพร่างกายว่ามีความสามารถที่จะกำจัดสารพิษนั้นๆได้มากแค่ไหน ภาวะสารพิษในร่างกายไม่มีอาการบ่งชี้ที่แนอนและไม่มียารักษาโดยตรง การบำบัดทำได้โดยกระบวนการกำจัดสารพิษต่างๆและการสร้างสมดุลเฉพาะบุคคลเพื่อช่วยให้ร่างกายกำจัดสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพที่มากขึ้น
ตับ พระเอกในการต่อสู้กับสารพิษในร่างกาย
ตับเป็นอวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ในบริเวณด้านบนขวาของช่องท้อง ตับมีหน้าที่ต่างๆมากมายที่มีความจำเป็นของการมีชีวิตอยู่ต่อไปของคนเรา เช่นผลิตโปรตีนต่างๆ และจัดเก็บสารอาหารและวิตามินเช่น วิตามิน เอ ดี เค บี12 กรดโฟลิก และธาติเหล็ก นอกจากนั้นแล้วตับยังมีหน้าที่ผลิตคลอเรสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และน้ำดี รวมทั้งควบคุมปริมาณองค์ประกอบของเลือดและสารอาหารที่ผ่านเข้าสู่กระแสเลือดอีกด้วย
ตับเป็นพระเอกในกระบวนการกำจัดสารพิษในร่างกายรวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาที่เรารับประทานเข้าไปด้วย โดยที่สารต่างๆจะเจือปนมาในกระแสเลือดที่ส่งไปที่ตับและน้ำย่อยในตับจะทำการสลาย หรือเปลี่ยนแปลงโมเลกุลของการปนเปื้อนต่างๆ ทำให้เป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกายน้อยลง โดยที่สารพิษเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปกำจัดออกที่ไตหรือส่วนอื่นๆของร่างกายในรูปแบบของ อุจาระ ปัสสาวะ และเหงื่อนั่นเอง
คุณหมอนาวินของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์แนะนำว่า ควรตรวจสุขภาพการทำงานของตับอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยที่เป็นการตรวจที่ละเอียดมากกว่าค่าการทำงานของตับซึ่งบอกได้แค่ว่าตับเราเสียไปแค่ไหนแล้ว นอกจากนี้ด้านเวชศาสตร์การชะลอวัยเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน ยังสามารถปรับสมดุลตามบุคคลที่จะช่วยให้ตับทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย
สารพิษ ร้ายแรงในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า
ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำมีสารพิษมากถึง 8 หมื่นชนิด และราต้องเจอกับสารพิษและมลภาวะมากมายตลอดเวลา เช่นจาก ยาฆ่าแมลง อาหารที่ขาดคุณภาพที่ดี และแม้กระทั้งน้ำหรืออากาศ เด็กและทารกจะมีความเสี่ยงต่อผลกระทบจากสารพิษอย่างมากเป็นพิเศษหากไม่ระวัง เพราะร่ายกายยังมีขนาดเล็ก และอวัยวะต่างๆยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ ทำให้ระบบกำจัดสารพิษออกจากร่างกายยังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
สารพิษต่างๆมีโทษต่อร่างกายมากมายและยังสามารถก่อให้เกิดโรคร้ายแรงได้ โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาสมองของเด็กและทารก มีการวิจัยต่างๆออกมามากมายที่สรุปไว้ว่า เด็กและทารกที่ต้องเจอกับสารพิษต่างๆเป็นปริมาณมากส่งผลให้มีสมาธิสั้น พัฒนาช้า และส่งผลให้ผลการเรียนไม่ดี รวมถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความผิดปกติของการสื่อสารและอารมณ์(autism) อีกด้วย
ตัวอย่างสารพิษที่เราใช้อยู่เป็นประจำในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักคือ BPA ซึ่งเป็นสารที่พบได้มากในภาชนะพลาสติกทั่วไป และ phthalate ที่พบได้ในเครื่องสำอางค์และของเล่นเด็ก โดยที่ BPA จะไปรบกวนระบบต่อมไร้ท่อ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของระบบประสาท ในขณะที่ phthalate ส่งผลให้สมาธิสั้น ทำให้ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไปในระดับที่ปกติได้
สารพิษสามารถส่งผลต่อสมองอย่างถาวรในเด็กและทารกถึงแม้ว่าจะได้รับในปริมาณที่ไม่มากและอาจจะไม่มีผลกระทบร้ายแรงใดๆในผู้ใหญ่เลยก็ตาม
อาการต่อไปนี้สามารถบ่งชี้ได้ว่า เด็กๆกำลังประสบอยู่กับภาวะสารพิษในร่างกายอยู่ เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ เป็นผื่นตามผิวหนัง เหงื่อออกตลอดเวลา ปวดหัวไม่ทราบสาเหตุ หายใจติดขัด และปวดเมื่อยตามตัว ผู้ปกครองควรพาไปพบแพทย์ทันที
ภาวะสารพิษในร่างกายกับการตั้งครรภ์
ภาวะสารพิษในระบบสืบพันธุ์ ใช้อ้างอิงถึงผลกระทบร้ายจากสารเคมีต่อระบบการสืบพันธุ์และสมรรถภาพทางเพศทั้งต่อผู้หญิงและผู้ชาย โดยครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงโครงสร้างและการทำงานของระบบสืบพันธุ์หรือระบบอื่นๆในร่างกายที่เกี่ยวเนื่องกับระบบสืบพันธุ์ และการเริ่มต้นของภาวะสารพิษในร่างกายของทารกในครรภ์อีกด้วย
การค้นคว้าและวิจัยส่วนใหญ่จะเพ่งความสนใจไปที่ความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมีอันเกิดจากวิชาชีพและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ด้วย สารเคมีที่ใช้กันในหมู่แพร่หลายและคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ตัวคือ BPA หรือ Bisphenol A ที่ใช้ในการผลิตพลาสติกต่างๆนั่นเอง โดยที่ BPA นี้เป็นสารที่ไปขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อซึ่งมีผลกระทบร้ายแรงต่อระบบการสืบพันธุ์อย่างมากมาย การที่ร่างกายต้องรับสาร BPA มากๆนั้นอาจจะส่งผลให้เกิดมะเร็งมดลูกในผู้หญิง ลดคุณภาพของสเปิร์มและสมรรถภาพทางเพศถดถอยลงในผู้ชายได้
สารเคมีต่างๆที่เราสะสมไว้ หรือว่าได้รับในขณะตังครรภ์ยังมีผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์อีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้ได้มีผลการวิจัยออกมาว่าสายสะดือของเด็กแรกคลอด มีสารพิษสะสมอยู่มากกว่า 200 ชนิดทีเดียว โดยที่สารพิษเหล่านี้มีผลร้ายแรงต่อพัฒนาการต่อเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กเป็นอย่างมาก
ตัวอย่างของสารเคมีที่เชื่อว่ามีผลกระทบร้ายแรงต่อการพัฒนาระบบประสาทในเด็กมีดังนี้
- Chlorpyrifos และ DDT (หมู่ยาฆ่าแมลง) ถึงแม้ว่ายาฆ่าแมลงจะถูกห้ามใช้ในหลายๆประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็ยังพบสารตกค้างในดินหรือน้ำจนถึงทุกวันนี้ DDT ก่อให้เกิดการพัฒนาสมองที่ไม่ปกติและยังเกี่ยวโยงถึงอัลไซม์เมอร์อีกด้วย
- ตะกั่ว ส่งผลให้การพัฒนาระบบประสาทด้อยลงไปมาก รวมถึงส่งผลให้เด็กมีไอคิวต่ำอย่างถาวรอีกด้วย
- ปรอท องค์กรอนามัยโลกได้กล่าวไว้ว่า ปรอทมีผลต่อพัฒนาการของระบบประสาทในทารกและเกิดจากการที่แม่รับประทานปลาที่มีปรอทเป็นสารเจือปน
- Polychlorinated biphenyls (PCBs) พบได้มากในปลาและสามารถผ่านไปยังเด็กแรกเกิดได้ผ่านทางน้ำนมแม่ มีความเกี่ยวโยงกับระบบความจำของเด็ก
เพื่อความเป็นอยู่และพัฒนาการที่ดีของเด็ก คุณหมอนาวินแห่งของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์แนะนำว่า ผู้หญิงที่วางแผนว่ากำลังจะมีบุตร ควรตรวจหาและกำจัดสารพิษ รวมทั้งรับคำปรึกษาในเรื่องของการปรับสมดุลส่วนบุคคลและการหลีกเลี่ยงสารพิษต่างๆ อย่างน้อย 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์
ติดตามข้อมูลสุขภาพได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือรพ.บำรุงราษฎร์https://www.vitallifeintegratedhealth.com โทร: 66(0)2066 8899
เกี่ยวกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (Vitallife Wellness Center) ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพระดับสากล ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2544 ดำเนินงานตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่ผ่านการอบรมจากอเมริกันบอร์ด ภายใต้แนวคิดการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต อันประกอบด้วยเวชศาสตร์คาดการณ์และป้องกันโรคเวชศาสตร์การฟื้นฟูสุขภาพและพลังชีวิต ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับการรับรองจาก World Council for Clinical Accreditation เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 และเป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากดีเอ็นวี. จีแอล เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลเพื่อผู้ป่วยนอกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องมาตรฐานคุณภาพระดับสากล มีความโดดเด่นในด้านการพัฒนาและบริหารความเสี่ยงที่ถอดแบบมาจากธุรกิจเฮลแคร์และธุรกิจอื่นๆที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก และได้รับการยอมรับจากสถานพยาบาลและโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
บำรุงราษฎร์ เปิด 'ศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร' ผนึกความร่วมมือกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร
ศิริราชยกระดับการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารแห่งแรกในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์การแพทย์สมัยใหม่ มุ่งสู่การรักษาที่แม่นยำเพื่อผู้ป่วย
HANN ผู้นำโรงพยาบาลลุ่มน้ำโขง รุกธุรกิจ ลงทุนสร้างอาคารใหม่ ที่ยโสธร ขยายห้องผ่าตัด รองรับ ผู้ป่วยมะเร็ง นิ่วและ ระบบทางเดินอาหาร
Happy Chemo Club by Nutrepreme ร่วมกับ Art for Cancer by Ireal จัดกิจกรรม "The Gentle Gut Balance Experience"
แพทย์วิมุต เตือนวัยทำงานอย่ามองข้าม "กรดไหลย้อน-โรคกระเพาะ"
BDMS เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน เปิดตัวโปรแกรมตรวจคัดกรองระบบทางเดินอาหาร "BDMS Gastro & Colonoscopy Package"
อินโนบิก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ "แมกนีเซียม บิส พลัส" ในงานประชุมใหญ่สมาคมร้านยารวมใจไทย 2569