ส่วนการรักษาสิวนั้นแพทย์จะรักษาจากสาเหตุการเกิดสิว โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ใหญ่ๆ ดังนี้ครับ
1. การทายาเฉพาะที่ โดยยาที่ใช้จะเป็นยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและยาที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหนังให้ดีขึ้น
2. การรับประทานยา โดยยาที่ให้รับประทานมีตั้งแต่ยาปฏิชีวนะ ยาคุมกำเนิดในกลุ่มไอโซเตรทติโนอิน
3. ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ ซึ่งจะพิจารณาเลือกใช้เมื่อผู้ป่วยมีอาการดื้อต่อยาทาหรือยารับประทาน มีรอยแผลเป็นอยู่บนใบหน้า มีหลุมสิวเกิดขึ้น หรือผู้ที่ต้องการจะให้สิวยุบตัวเร็วที่สุด
ปัจจุบันการรักษาสิวด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งเทคโนโลยีเลเซอร์นี้จะอาศัยหลักการความร้อนทำให้แบคทีเรียตาย ช่วยให้การหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังดีขึ้น ทั้งยังช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดความคับคั่งของไขมันให้น้อยลงและส่งผลให้เกิดการอุดตันของไขมันน้อยลงตามลงไปด้วยนะครับ
ส่วนในแง่การรักษาแผลเป็นหลังจากการเกิดสิว การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้แผลเป็นหรือหลุ่มสิวตื้นขึ้น โดยที่การรักษาแต่ละครั้งจะใช้เวลา 15-20 นาที และทิ้งระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ จึงจะทำการรักษาอีกครั้ง โดยจะเห็นผลการรักษาในครั้งที่ 4 เป็นต้นไปครับ
การรักษาสิวด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์นั้น ต้องอยู่ในการควบคุมดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการวินิจฉัยชนิดสิวและการปรับใช้เลเซอร์ตามระดับความลึกของสิวต้องใช้ความชำนาญและความถูกต้อง ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าควรใช้เทคโนโลยีเลเซอร์แบบใดจัดการสิวที่เกิดขึ้นนั่นเองครับ
สภากาชาดไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลรามคำแหง เชิญร่วมบริจาคโลหิต ครั้งที่ 58
ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 7-9 เดือน เข้าร่วมอบรม "ครรภ์คุณภาพ 2026 Healthy Moms and Babies"
แผนกกุมารเวชและแผนกเด็กสุขภาพดี โรงพยาบาลรามคำแหง ชวนร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ 2569
สภากาชาดไทย ร่วมกับโรงพยาบาลรามคำแหง เชิญร่วมบริจาคโลหิต ครั้งที่ 57
เครื่อง ECMO พยุงชีพ "เอคโม่ หัวใจและปอดเทียม"
โรงพยาบาลรามคำแหง ขอเชิญร่วมกิจกรรม "วันเบาหวานโลก" (World Diabetes Day)
นวัตกรรมส่องกล้องรักษา "นิ่วในถุงน้ำดี"แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ที่โรงพยาบาลรามคำแหง
ศูนย์สมองและระบบประสาทโรงพยาบาลรามคำแหง เชิญร่วมกิจกรรม เนื่องในวันโรคหลอดเลือดสมองโลก