นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษก
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนกันยายน 2561 โดยมีรายละเอียด สรุปได้ดังนี้
สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (
สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ที่กระทรวงการคลังเปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เป็นต้นมา จนถึง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตทั้งสิ้น 651 ราย ใน 69 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 60 ราย กรุงเทพมหานคร 53 ราย และร้อยเอ็ด 37 ราย ทั้งนี้ มีจำนวนที่คืนคำขออนุญาตทั้งสิ้น 93 ราย ใน 45 จังหวัด จึงมีนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตสุทธิ 558 ราย ใน 68 จังหวัด และมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 394 ราย ใน 64 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้ ได้เปิดดำเนินการแล้ว 329 ราย ใน 63 จังหวัด และมีผู้ประกอบการที่ปล่อยสินเชื่อแล้ว 309 ราย ใน 62 จังหวัด โดยผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตสามารถปล่อยสินเชื่อได้ภายในเขตจังหวัดให้แก่ผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในจังหวัดนั้น ๆ วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี (Effective Rate)
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2561 มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสม 35,731 บัญชี รวมเป็นเงิน 952.19 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย 26,648.82 บาทต่อบัญชี ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกัน 19,067 บัญชี เป็นเงิน 572.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 60.10 ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 16,664 บัญชี เป็นเงิน 379.90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 39.90 ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างรวมมีทั้งสิ้น 16,110 บัญชี คิดเป็นเงิน 418.05 ล้านบาท สำหรับสินเชื่อที่ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน มีจำนวน 1,124 บัญชี คิดเป็นเงิน 37.69 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.02 ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม และมีสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน (NPL) จำนวน 329 บัญชี คิดเป็นเงิน 10.78 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.58 ของสินเชื่อคงค้างรวม