เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ลงพื้นที่ดูการบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชุมชนป่าภูถ้ำ ภูกระแต ตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) ดำเนินการ เพื่อพัฒนาเป็น "ต้นแบบความสำเร็จ" ของการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชนตลอดจนเกษตรกรและชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำ ใช้ในการแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม รวมไปถึงพัฒนาคนบนพื้นฐานการพึ่งตนเอง ให้สามารถประสานการทำงานร่วมกับ ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชนสามารถใช้แผนที่และข้อมูลสารสนเทศในการวางแผนและบริหาร จัดการน้ำให้มีน้ำพอใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค และการเกษตรสามารถบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ของชุมชน
ดร.สุวิทย์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ พบว่าเดิม ชุมชนป่าภูถ้ำ ภูกระแตประสบกับปัญหาน้ำแล้งน้ำหลากซ้ำซากรวมทั้งแหล่งน้ำสาธารณะขาดการดูแลและไม่มีระบบบริหารจัดการมานานมากกว่า 50 ปี กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สสนก.ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ร่วมกับการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามาบริหารจัดการในปี 2554 ร่วมกับชุมชน ดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ 1.จัดทำข้อมูลพื้นฐานเพื่อบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า จัดทำแผนที่ ผังน้ำ สมดุลน้ำในพื้นที่ จัดทำข้อมูลค่าระดับของพื้นที่ 2.จัดทำระบบน้ำเพื่ออุปโภคและการเกษตร ทำระบบคลองดักน้ำหลากและสระแก้มลิง ปรับปรุงและสร้างฝายกักเก็บน้ำเชื่อมต่อถังพักน้ำเพื่อการเกษตรอุปโภค จัดทำระบบกระจายน้ำสู่พื้นที่เกษตรตามแรงโน้มถ่วง 3.ปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูก เกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ และ 4.ติดตั้งระบบติดตามสถานการณ์น้ำและอากาศ ติดตั้งระบบโทรมาตรตรวจวัดสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนอัตโนมัติ
"การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามาบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบนสภาพพื้นที่สูงลอนคลื่นของชุมชนป่าภูถ้ำ ภูกระแต สามารถกักเก็บ สำรองน้ำ และบรรเทาน้ำหลาก เกิดเป็นกองทุนสระแก้มลิงจากการขุดลอกคลองดักน้ำหลากและคลองซอยกระจายน้ำเข้าสู่สระแก้มลิง ชุมชนสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองในด้านการบริหารจัดการน้ำ วางแผนขุดลอกคลองดักน้ำหลากและคลองซอยเชื่อมต่อคลองส่งน้ำเดิมในพื้นที่ ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 417,493 ลูกบาศก์เมตร และมีการดำเนินงานตัวอย่างทฤษฏีใหม่ ใน 67 ครัวเรือนนำร่อง สามารถสร้างรายได้เพิ่มกว่า 3.22 ล้านบาทต่อปี ก่อนขยายกลายเป็น 13 หมู่บ้าน ของทั้งตำบลแวงน้อย พัฒนาเป็นศูนย์เครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำชี 7 ตำบลข้างเคียง ในจังหวัดขอนแก่น และ 10 จังหวัดลุ่มน้ำชี ณ ปัจจุบัน ที่มีความมั่นคงด้านน้ำและอาหาร เพราะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี และสร้างผลิตผลทางการเกษตรให้กับชาวบ้านปีละกว่า 12 ล้านบาท สู่การได้รับการคัดเลือกให้เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติการจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริแห่งล่าสุดของประเทศไทย" ดร.สุวิทย์ กล่าวและว่า
ที่สำคัญ ปัจจุบันกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ขยายผลการบริหารจัดการน้ำไปแล้ว จำนวน1,478 หมู่บ้านทั่วประเทศ ดังนั้นจากนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้นำ และ องค์กรเครือข่ายน้ำ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพชุมชนในการขยายผลต้นแบบการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริไปสู่พื้นที่อื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศต่อไป เพื่อการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ นำพาภาคเกษตรให้หลุดพ้นจากกับดักความยากจนให้ได้ ตามโครงการอีสาน 4.0 พลิกโฉมประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
วว. ร่วมคัดสรรสุดยอด "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี 2569" ชู วทน. ร่วมขับเคลื่อน Soft Power ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล
นาโนเทค สวทช. เปิดตัว SME Q Up ผนึก 3 พันธมิตร ออกแบบโซลูชันเฉพาะธุรกิจ ยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย
วว. ผนึกกำลัง วช. มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดอบรมเสริมศักยภาพนักวิจัย สู่เวทีนานาชาติ
สสวท. x เนคเทค เปิดตัวนวัตกรรมแชตบอตการเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ยกระดับห้องเรียนสู่ยุคดิจิทัล เรียนสนุกได้ทุกที่ทุกเวลา
วว. โชว์ศักยภาพ MPAD ร่วมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมในงาน Oil & Gas Roadshow 2026
วว. มุ่งสร้างนวัตกรขับเคลื่อนอนาคต จุดประกาย "เพาะกล้านักวิทย์น้อย" ส่งต่อทักษะ วทน. สู่โรงเรียนบางชวดอนุสรณ์
วว. หารือคณะผู้แทนจีน มุ่งยกระดับมาตรฐานวิจัย - คุ้มครอง IP เดินหน้าตลาดเชิงพาณิชย์
วว. จับมือ พพ. ร่วมพัฒนา/ออกแบบ แพลตฟอร์มส่งเสริมการลงทุนอนุรักษ์พลังงาน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero