นายจวน แก้วกุลศรี ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สนับสนุนให้ดำเนินโครงการนาแปลงใหญ่ประชารัฐ โดยใช้กลไกสหกรณ์เป็นตัวขับเคลื่อน ทางสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด ได้ส่งเสริมให้สมาชิกเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวเพื่อการส่งออก ผ่านโครงการนาแปลงใหญ่ตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวพันธุ์พิษณุโลก2 กข49 และกข47 ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์เมล็ดยาว เพื่อนำมาผลิตเป็นข้าวกล้องและส่งขายให้กับบริษัท The Natural Growth Co.,Ltd หรือ NGC ซึ่งเป็นบริษัทที่รับซื้อข้าวกล้องจากสหกรณ์ฯ นำส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลีย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตการเกษตรและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิก
ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด ได้ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวทั้งหมด 6,000 ไร่ ซึ่งสหกรณ์ฯ ได้ทำการจัดโซนแปลงปลูกข้าวของสมาชิก โดยสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีแปลงปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่กระจัดกระจาย ทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการพื้นที่และควบคุมดูแล ซึ่งสหกรณ์ฯ จะเข้าไปทำการสำรวจคุณภาพดินในพื้นที่ให้กับสมาชิก เพื่อเตรียมดินให้เหมาะสมต่อการปลูกข้าวในแต่ละสายพันธุ์ และส่งเสริมให้สมาชิกใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้ข้าวไม่มีสารตกค้าง เพื่อให้ได้ผลผลิตตรงตามที่บริษัทต้องการ ซึ่งภายหลังจากสมาชิกเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ ทำให้สมาชิกมีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน อีกทั้งสหกรณ์ฯ ยังรับซื้อผลผลิตในราคาที่แพงกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป ในราคาตันละ 500 บาท
นอกจากนี้สหกรณ์ฯ ยังมีบริการสินเชื่อให้สมาชิกกู้นำไปลงทุนก่อน ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี โดยให้กู้ไร่ละ 2,500 บาท ตลอดจนสนับสนุนเครื่องจักรกลต่างๆ เช่น รถหยอดข้าว รถดำนาให้สมาชิกนำไปใช้ในกระบวนการผลิต เป็นการลดการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว จากเดิมที่เคยใช้ประมาณ 25 - 30 กิโลกรัมต่อไร่ เหลือเพียงไม่เกิน 8 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งจากเดิมต้นทุนในการผลิตข้าวตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวจะอยู่ที่ 3,600 บาทต่อไร่ ปัจจุบันต้นทุนการผลิตข้าวเหลือเพียง 2,400 บาทต่อไร่ จากต้นทุนที่ลดลงทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นไร่ละ 1,200 บาท อีกทั้งผลผลิตต่อไร่ยังมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้เพียงไร่ละ 650 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 850 - 1,100 กิโลกรัม
จากความสำเร็จในการดำเนินโครงการนาแปลงใหญ่ของสหกรณ์เมืองลับแล จำกัด ทำให้เห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นสร้างการรวมกลุ่มของสมาชิก สร้างการมีส่วนร่วม ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ พัฒนาศักยภาพสินค้าเพื่อการส่งออก และเป็นที่ยอมรับของตลาดในระดับประเทศ โดยใช้กลไกสหกรณ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานราก รวมทั้งเป็นการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรจนมีความสามารถในการแข่งขันทั้งภาคการผลิต และการตลาดอีกด้วย
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมงาน "Thailand: The Land of Tropical Fruits" สนับสนุนเกษตรกรไทย เชื่อมโยงผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
มกอช. ติวเข้มมาตรฐานทุเรียนอีสาน ยกระดับคุณภาพส่งออก คุมเข้มทุเรียนอ่อน สร้างเชื่อมั่นตลาดโลก
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์