นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการ สศก. เปิดเผยว่า จากการติดตามผลการดำเนินโครงการธนาคารโคนมทดแทนฝูง พบว่า มีการดำเนินงานในลักษณะฟาร์มรวม และบริหารโดยสหกรณ์ซึ่งรับฝากลูกโค - โครุ่น มาไว้ที่ฟาร์มกลางของสหกรณ์ เพื่อเลี้ยงดูตามหลักวิชาการ ให้อาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัย ส่งผลให้โคมีการเจริญเติบโตและสมบูรณ์กว่าการเลี้ยงเองที่ฟาร์มของเกษตรกร และยังเพิ่มโอกาสในการผสมเทียมติดเร็วขึ้น เกษตรกรจะมีรายได้จากการรีดนมได้เร็วขึ้นเช่นกัน เมื่อได้ระยะเวลาโคสาวเติบโตและตั้งท้อง 3 เดือน จึงให้สมาชิกมาไถ่ถอนคืนหรือขายให้แก่เกษตรกรรายอื่น ซึ่งการถอนคืนโคสาว สมาชิกอาจชำระเป็นเงินสด หรือเงินเชื่อ หรือให้หักจากค่าน้ำนมดิบที่นำมาขายให้สหกรณ์ได้เช่นกัน โดยเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งทางสหกรณ์จะกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการและบันทึกข้อมูลอย่างชัดเจน
จากการติดตามประเมินผลสหกรณ์ที่จัดตั้งเป็นธนาคารโคนมทดแทนฝูง พบว่า การดำเนินงานตั้งแต่ปี 2559 - 2560 มีการจัดตั้งธนาคารโคนมทดแทนฝูง ทั้งหมด 8 แห่ง ครบตามเป้าหมาย เกษตรกรฝากโคทดแทนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 553 ราย จำนวนโคทดแทนที่ขายฝาก 1,712 ตัว มูลค่าการขายฝากรวม 28,411,558 บาท โดยเกษตรกรถอนคืนโคสาวท้องแล้วทั้งหมด 381 ราย จำนวนโคสาวท้องที่ถอนคืน 1,199 ตัว มูลค่าการถอนคืนโคสาวท้องรวม 55,221,199 บาท ซึ่งเกษตรกรได้รับปริมาณน้ำนมดิบจากแม่โคในโครงการสูงกว่าแม่โคที่เกษตรกรเลี้ยงเองเฉลี่ย 0.71 กก./ตัว/วัน ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3,898 บาท/ตัว/ปี
ด้านรายจ่าย พบว่า เกษตรกรมีรายจ่ายในการถอนคืนโคสาวท้อง 4 เดือน จากธนาคารในราคาเฉลี่ย 46,056 บาทต่อตัว ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการเลี้ยงโคนมด้วยตนเองจนกระทั่งเป็นโคสาวท้อง 4 เดือน เกษตรกรจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 49,296 บาทต่อตัว ซึ่งค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเฉลี่ย 3,240 บาทต่อตัว
สำหรับภาพรวมพบว่าเกษตรกรสมาชิกธนาคารมีความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการในระดับค่อนข้างมาก และเกษตรกรมากกว่า ร้อยละ 90 ต้องการใช้บริการของธนาคารในครั้งต่อไปเช่นเคย อย่างไรก็ตาม สหกรณ์ควรมีแนวทางที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรถอนคืนโคสาวท้องในด้านอื่นด้วย เช่น ให้เกษตรกรฝากเงินที่ได้จากการขายฝากไว้กับสหกรณ์ เมื่อถึงเวลาถอนคืนก็ชำระเงินส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น หรือการสนับสนุนให้เกษตรกรฝากเงินรายเดือนไว้กับสหกรณ์เพื่อใช้ในการถอนคืนโคสาวท้องเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะเป็นอีกทางเพื่อช่วยลดภาระในการหาเงินมาถอนคืนโคสาวท้องของเกษตรกรได้ และสหกรณ์ควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์โครงการ และสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรถึงประโยชน์ที่จะได้รับ เพื่อให้เกษตรกรมีความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ และสมัครเข้าร่วมโครงการมากขึ้น
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมงาน "Thailand: The Land of Tropical Fruits" สนับสนุนเกษตรกรไทย เชื่อมโยงผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
มกอช. ติวเข้มมาตรฐานทุเรียนอีสาน ยกระดับคุณภาพส่งออก คุมเข้มทุเรียนอ่อน สร้างเชื่อมั่นตลาดโลก
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์