ภาพความตื่นตัวของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ณ ปัจจุบัน ราวกับหนังคนละฉากจากเมื่อ 5 ปีผ่านมา การลงทุนของผู้ผลิต การขยับตัวของทีมแข่ง การให้ความสนใจจากแฟนๆ คือสิ่งล้ำค่าที่ปลุกให้เกิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด และหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเกิดขึ้นของสนามแข่งรถระดับโลกในเมืองไทย รวมถึงเกมการแข่งขันระดับโลกที่ร่วมสร้างความยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน ศึก ซูเปอร์ จีที เดินทางมาเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเมืองไทยเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปี 2014 พร้อมกับที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ได้ถูกจารึกเป็นสนามแข่งรถมาตรฐานโลก แห่งแรกของเมืองไทยในปีเดียวกัน ปีแรกของการแข่งขัน "ซูเปอร์ จีที" นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เพราะนี่คือการเปิดโลกมอเตอร์สปอร์ตให้แฟนๆ ที่ไม่เคยรู้จักเลยได้เข้ามาสัมผัส ขณะที่แฟนพันธุ์แท้ของกีฬาความเร็วนั้นไม่ต้องพูดถึง ความตื้นตันมันเอ่อล้น... เพราะซีรีส์อย่าง ซูเปอร์ จีที นั้นมีทั้งความเข้มข้นของการแข่งขัน รถแข่งที่ล้ำสมัย แถมยังทรงคุณค่าด้วยตำนานในแบบฉบับของแดนอาทิตย์อุทัย แม้ในปีแรกของ "ซูเปอร์ จีที" ในเมืองไทยจะยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากนัก แต่การตบเท้าเข้ามาร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่โดยภาคเอกชนก็ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ดี ว่าเราจะได้เห็นการเติบโตอย่างมั่นคงของมอเตอร์สปอร์ตในเมืองไทย จากวันนั้นถึงวันนี้ สนามช้าง เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซูเปอร์จีที มาแล้วทั้งสิ้น 5 ครั้ง และเปลี่ยนมาใช้ชื่อรายการว่า "ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ" มาแล้ว 4 ครั้ง พร้อมกับบรรยากาศแห่งความยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมืองไทย โดย ศึก ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2018 เพิ่งดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนับเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่ศึกมอเตอร์สปอร์ตระดับตำนานของประเทศญี่ปุ่นจัดขึ้นในเมืองไทย พร้อมกับภาพการแข่งขันสุดเข้มข้น แฟนๆ หลายหมื่นคนเข้าชมไม่แตกต่างจากทุกๆ ปี ที่สำคัญกิจกรรมที่ย้อมให้ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กลายเป็นญี่ปุ่นขนาดย่อมก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ทั้งไทยและเทศที่เดินทางเข้าชมการแข่งขัน
ล่าสุด นายเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษา บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด และ มร.มาซากิ บันโดะห์ ซีอีโอของ จีทีเอ ฝ่ายจัดการแข่งขัน ซูเปอร์จีที ได้ร่วมกันแถลงข่าวความสำเร็จในรอบ 5 ปี ที่จัดการแข่งขันในเมืองไทย และความร่วมมือในอนาคต นายเนวิน ชิดชอบ กล่าวว่า "ซูเปอร์จีที และ สนามช้างฯ อยู่คู่กันมา 5 ปี นับตั้งแต่เราเปิดใช้สนามในปี 2014 พัฒนาการต่างๆ ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยเติบโตขึ้นมาก โดยเฉพาะฐานแฟนชาวไทยที่มีความนิยมต่อ ซูเปอร์จีที นั้นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มียอดชมผ่านการถ่ายทอดสดพุ่งสูงขึ้น และแน่นอนว่ามีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมาเยือนจังหวัดบุรีรัมย์มากขึ้นในช่วงการแข่งขัน ทำให้เศรษฐกิจและเมือง มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบที่คล่องตัวสูงขึ้น สร้างรายได้ให้กับชาวเมืองได้อย่างมาก"
ด้าน มร.มาซากิ บันโดะห์ เผยว่า "การแข่งขันในเมืองไทยถือเป็นหนึ่งอีเวนต์ที่สำคัญของ ซูเปอร์จีที มีการเก็บคะแนนสะสมเช่นเดียวกับทุกๆ สนาม และแน่นอนว่าทุกอย่างเข้มข้นไม่ต่างจากสนามอื่นๆ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเติบโตขึ้นของเมืองบุรีรัมย์ โดยเฉพาะในปีนี้จะมีโมโตจีพีมาในเดือนตุลาคม สร้างความคึกคักและทำให้ทุกอย่างพัฒนาขึ้นเร็วมากๆ โดย จีทีเอ พร้อมที่จะสนับสนุนทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้ บุรีรัมย์ พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ"
มร.บันโดะห์ กล่าวถึงการแข่งขัน ซูเปอร์จีที ในเมืองไทยสำหรับปี 2019 ว่า "ปีหน้าสนามในประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในอีเวนต์สำคัญของเรา โดยโปรแกรมฤดูกาลหน้ายังอยู่ระหว่างการจัดสรรเวลาและยื่นต่อสมาพันธ์แข่งรถในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประเทศไทยจะแข่งขันในช่วงเวลาเดียวกันกับปีนี้"
นอกจากนี้ มร.บันโดะห์ ยังกล่าวถึงความร่วมมือกับ ดีทีเอ็ม สุดยอดการแข่งขันซูเปอร์คาร์สุดโหดของประเทศเยอรมนีว่า "เราได้ลงนามความร่วมมือเบื้องต้นด้านกฎเทคนิคของตัวรถแล้ว โดยปี 2019 จะมี 1 สนามที่ชิมลางแข่งขันร่วมกันระหว่าง ซูเปอร์จีที และ ดีทีเอ็ม เพื่อหาความเหมาะสมต่อไปในอนาคต โดยตั้งเป้าว่าจะร่วมแข่งขันด้วยกันอย่างจริงจังในปี 2021 ซึ่งหนึ่งในสนามที่เล็งไว้คือที่บุรีรัมย์นั่นเอง"
ทั้งนี้ นายเนวิน ได้ทิ้งท้ายว่า "เราอยู่กันมา 5 ปี และจะร่วมงานกันต่อไปในอนาคต หวังว่าจะสร้างประโยชน์กับวงการมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทยมากขึ้นครับ อนาคตเราจะไปจัดโร้ดโชว์ โปรโมทการแข่งขันของไทยที่ประเทศญี่ปุ่น และแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นจะหลั่งไหลเข้ามาที่ บุรีรัมย์ มากขึ้น"
นอกจากการเติบโตของมอเตอร์สปอร์ตไทยแล้ว เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมยานยนต์ก็เติบโตตามไปด้วย
"ในไทยมีโรงงานของค่ายรถยนต์ และชิ้นส่วนจากญี่ปุ่น ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น และแน่นอนว่าจุดนี้ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์พัฒนาขึ้นในเมืองไทย การมาของ ซูเปอร์จีที ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่ายรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์กล้าที่จะลงทุนเพิ่มในเมืองไทย 5 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการพัฒนาของเมืองบุรีรัมย์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จีทีเอ ชื่นชมในการพัฒนานี้ และพร้อมจะช่วยผลักดันให้ บุรีรัมย์เติบโตในทุกๆ ด้าน"
ขณะที่ นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กล่าวถึงภาพรวมการแข่งขันว่า "เราได้เห็นพัฒนาการของทีมแข่งไทยที่ถือว่าติดอยู่ในท็อป 5 ของ ซูเปอร์จีที ได้แล้ว ผมเชื่อว่าทีมแข่งไทยจะพัฒนาขึ้นไปได้อีก และอยากเห็นทีมไทยในซูเปอร์จีที แบบเต็มฤดูกาลมากขึ้น"
"ส่วนการตอบรับในปีนี้ถือว่ายังคงมีความคึกคักเหมือนเดิม แฟนๆ ยังหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายที่ในวันเสาร์มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้แฟนๆ บางส่วนเข้ามาชมที่สนามไม่ได้ แต่โดยรวมในวันแข่งขันก็มีจำนวนผู้ชมเต็มแกรนด์สแตนด์และหนาแน่นเช่นเคย"
นายตนัยศิริ กล่าวถึงการร่วมงานในอนาคตของ ซูเปอร์จีที และ จีที500 ซึ่งจะเริ่มมีความชัดเจนในปี 2019 ว่า "เราได้คุยเรื่องนี้กับ จีทีเอ มา 2-3 ปี แล้ว ในปีหน้าทาง จีทีเอ จะยกทีมแข่ง จีที500 ไปแข่งขัน 1 สนามในรายการดีทีเอ็ม และอีก 1 สนามในเอเชียซึ่งจะไม่ใช่เพียงญี่ปุ่น โดยเขาบอกว่าเล็งสนามช้างฯ ของเราไว้ เพราะเชื่อว่าจะช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับการแข่งขันเป็นอย่างมาก"
"ผมค่อนข้างมั่นใจว่าในปีหน้า เราจะได้เห็นการแข่งขัน จีที500 กับ ดีทีเอ็ม มาดวลความเร็วในเมืองไทย ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นแฟนๆ ดีทีเอ็มในเมืองไทยจะตื่นตัวขึ้นมาก ขณะที่แฟนๆ ซูเปอร์จีที ก็จะเต็มอิ่มมากขึ้นกับการแข่งขันที่ดุดันและโหดมากกว่าเดิม แน่นอนว่าสิ่งที่เราพยายามพัฒนาต่อเนื่องนั่นคือการได้มอบความสุขให้กับแฟนๆ ชาวไทยอย่างแท้จริง"
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการจะเกิดอีเวนต์ระดับโลกเช่นนี้ขึ้นนั้น ต้องอาศัยปัจจัยและความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน ในช่วงเริ่มต้นของ ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ นั้น ภาคเอกชนตบเท้ามามีส่วนร่วมอย่างพร้อมหน้า หลังจากนั้นไม่นานภาครัฐทั้ง การกีฬาแห่งประเทศไทย และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็เข้ามามีส่วนร่วมเช่นกัน ส่งผลให้เกิดความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก
และสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด คือการให้ความสำคัญในกีฬามอเตอร์สปอร์ตของ "แฟนๆ ชาวไทย" ที่ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ การมีส่วนร่วมนี้สร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชน และภาครัฐที่เข้ามาร่วมเดินทาง กับ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สร้างความเชื่อมั่นให้ จีทีเอ ฝ่ายจัดการแข่งขันว่าเมืองไทยคือประเทศที่เขามองข้ามไม่ได้ เพราะฉะนั้น "ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ" จึงนับเป็นอีเวนต์กีฬาที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่จากความร่วมมือของ "ไทย" กับ "ญี่ปุ่น" ที่คนไทยทุกภาคส่วนก้าวเข้ามามีส่วนร่วม
"ไทยฮอนด้า" เปิดบูธกิจกรรม "Honda Exhibition Hall" ภายใต้คอนเซปต์ "Race to The One" ชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษใน ThaiGP 2026
"ไทยฮอนด้า" จัดเต็ม กิจกรรม "โมโต มาเนีย" เอาใจแฟนความเร็วชาวไทย พร้อมชวนเชียร์ "นักบิดฮอนด้า" ล่าแชมป์ "โมโตจีพี ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์"
Monster Energy Yamaha MotoGP ปิดฉากการทดสอบพรีซีซั่น 2026 ณ สนามช้างฯ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู้ศึกเปิดฤดูกาลสัปดาห์นี้
"เอฟไอเอ็ม" ไฟเขียวเปิดตู้รถแข่งโมโตจีพี "มาร์เกซ" นำทัพประเดิมแทร็ก เตรียมพร้อม "พรี-ซีซั่น เทสต์" สุดสัปดาห์นี้!
เช็กอินบุรีรัมย์! นักบิด MotoGP ถึงไทย เตรียมลุย Pre-Season Test 21-22 ก.พ. นี้ ที่สนามช้างฯ
ไทยยามาฮ่า ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย สู่ ThaiGP Collection เสื้อโปโลลิมิเต็ด อิดิชัน แรงบันดาลใจจากผ้าไหมไทย "ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" ถักทอโดยชุมชนพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์
บุรีรัมย์จัดทัพ! ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ซ้อมแพทย์-อบรมมาร์แชล จัดประชุมใหญ่ก่อน MotoGP เปิดฉากสนามแรก
สนามช้างฯ ผนึกกำลัง Airbnb ปักหมุดรับนักท่องเที่ยว 'โมโตจีพี-บุรีรัมย์ มาราธอน' ชูโมเดล "โฮมสเตย์วิถีบุรีรัมย์" กระจายรายได้สู่ชาวบ้าน
นับถอยหลัง! คนนับแสนมุ่งสู่ค่ำคืนประวัติศาสตร์ 10 ปี "บุรีรัมย์ มาราธอน" ปักหมุดเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจทะลุ 1,000 ล้านบาท