ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยในการลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของกระทรวงฯ ว่า กระทรวงดิจิทัลฯ โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินงานด้านสถานีเคเบิลใต้น้ำ "ชลี 5" ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สถานีเคเบิล ใต้น้ำ ของ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) โดยปัจจุบันสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 5 ใช้เป็นสถานีจุดขึ้นบกของโครงข่าย ใยแก้วนำแสงใต้น้ำในประเทศ ซึ่งเป็นโครงข่ายหลักเชื่อมต่อระหว่างสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 1 จ.เพชรบุรี สถานีเคเบิล ใต้น้ำ ชลี 2 จ.สงขลา สถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 3 จ.ชลบุรี และสถานีสื่อสารโทรคมเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนั้นสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 5 ยังใช้เป็นที่ตั้งของอุปกรณ์โทรคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายใยแก้วนำแสง บนบกและโครงข่ายใยแก้วนำแสงใต้น้ำด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาค (ASEAN Digital Hub)
การดำเนินโครงการ ASEAN Digital Hub จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายใยแก้วนำแสงบนบก และโครงข่ายใยแก้วนำแสงใต้น้ำ ของสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 5 จ.ชุมพร ให้เพิ่มมากขึ้นจาก 200 Gbps เป็นกว่า 800 Gbps โดยความจุของโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั้งบนบกและใต้น้ำที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว จะเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ของประเทศไทยให้มีโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างประเทศ ที่มีความจุเพียงพอรองรับความต้องการของประเทศไทยและของประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศของไทย สามารถแข่งขันได้กับประเทศ เพื่อนบ้าน และทำให้ค่าบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับประชาชนถูกลง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการเข้ามาลงทุนของ ผู้ประกอบกิจการให้บริการด้านเนื้อหา (Content Provider) ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ต หรือศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ต่อไป
จากนั้น รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่หมู่บ้านเขาชันโต๊ะ หมู่ 8 ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามการใช้ประโยชน์จากโครงข่าย "เน็ตประชารัฐ" ที่ติดตั้งแล้วเสร็จไปเมื่อเดือนธันวาคม 2560 โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี บูรณาการการทำงานในการสร้างการรับรู้เน็ตประชารัฐแก่ประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน โดยกระทรวงฯ ได้จัดทำคู่มือพัฒนาความสำเร็จกับเน็ตประชารัฐสำหรับใช้ ในการฝึกอบรมครูของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้เป็นวิทยากร แกนนำ รวมกว่า 1,000 คน ในการสร้างการรับรู้การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐให้แก่กลุ่มผู้นำชุมชนในพื้นที่ โดยมี ผู้เข้ารับการอบรมฯ แล้วจำนวน 100,446 คน และจะมีการขยายผลอย่างต่อเนื่องด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มเติมในเชิงลึก (Workshop) ให้แก่ผู้ที่สนใจ ตลอดจนผู้ประกอบการ และกลุ่มอาชีพในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐที่มีความพร้อมในทุกจังหวัด รวมทั้งมีแผนจะจัดอบรมการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐขยายผลอีกไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน และอีกกิจกรรมคือ สำนักงานสถิติแห่งชาติอยู่ระหว่างดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการเน็ตประชารัฐ ด้วยการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ที่มีการติดตั้งโครงข่ายเน็ตประชารัฐ เพื่อนำผลการประเมินที่ได้เป็นแนวทางการดำเนินโครงการดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ มอบหมายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่นหรือภาคเอกชนเป็นผู้ร่วมดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในการส่งเสริมการประกอบอาชีพในพื้นที่ และมุ่งเน้นการเปิดโอกาสการเข้าถึงของผู้สูงอายุ รวมถึงด้านการค้าขายออนไลน์ โดยให้รู้เท่าทันภาวะตลาด การขนส่งสินค้า รวมถึงการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เชิงอนุรักษ์ของพื้นที่ชุมชนให้เป็นที่รู้จักทั่วถึง พร้อมติดตามประเมินผล ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมให้สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์และถ่ายทอดความรู้แก่คนในชุมชน ตลอดจนถ่ายทอดความรู้ ให้กลุ่มเป้าหมายอื่นที่มีความสนใจอย่างเป็นรูปธรรม
หลังจากนั้นคณะฯ ได้เดินทางไปที่ร้านวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ ตำบลบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการระบบงานร้านค้าดิจิทัลชุมชน (Point of Sale : PoS) โดยมอบหมายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงฯ ดำเนินการเพื่อใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนผ่านการขายสินค้าและบริการท้องถิ่นในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งโครงการ PoS ดำเนินการโดยอาศัยศักยภาพของ บจ.ไปรษณีย์ไทย ที่มีเครือข่ายสาขา ที่ทำการไปรษณีย์กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 5,000 แห่ง มีเครือข่ายคนไปรษณีย์ทั่วประเทศกว่า 25,000 คน มีเครือข่ายเส้นทางการขนส่งไปรษณีย์ มากกว่า 400 เส้นทาง เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งระบบร้านค้าออนไลน์ หรือที่ทำการไปรษณีย์ และผ่านแคตตาล็อก (ออฟไลน์) การพัฒนารูปแบบบรรจุหีบห่อ การกระจายสินค้า การจัดส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อทั่วประเทศผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Logistics) การพัฒนาระบบการรับชำระเงิน (e-Payment) ที่รองรับการชำระเงินค่าสินค้าด้วยเงินสด หรือบัตรประเภทต่างๆ ด้วยรูปแบบการชำระเงินแบบออนไลน์และการเก็บเงิน ณ ที่อยู่ผู้รับสินค้าที่ปลายทาง (CoD : Cash on Delivery) รวมทั้งอาศัยกลไกของศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่มีอยู่กว่า 2,000 แห่ง เพื่อให้ประชาชนในระดับฐานรากได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเท่าเทียม
ETDA เปิดเวที "Awakening Digital Literacy Creator 2026" ชวนสร้างสรรค์ไอเดีย Digital Literacy ชิงรางวัลกว่า 200,000 บาท รับสมัครแล้ววันนี้
ETDA เปิดเวที 'Responsible AI Innovation Hackathon'
BDE ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา 30 หน่วยงาน เปิดตัวแพลตฟอร์ม "BDE Learn to Earn" เชื่อม "การเรียนรู้" กับ "รายได้"
ETDA เปิดเวที 'Responsible AI Innovation Hackathon' เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม AI ที่มีความรับผิดชอบ เพื่อประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่น่าเชื่อถือ
"ETDA ผนึก TMA" เปิดเวที "Beyond the Ranking" ปลดล็อกศักยภาพ วางยุทธศาสตร์ดิจิทัลไทยสู่ TOP ของโลก
PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 ชู "Privacy in Action" ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลสู่การลงมือทำจริง เสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
Meta ร่วมมือ 6 พันธมิตร เปิดประสบการณ์ไขปริศนา 'The Mystery Mansion of Scams: คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม' สร้างเสริมความรู้เท่าทันกลโกงออนไลน์
LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ
DUGA ประกาศผล U Power Marketing Campaign Challenge Season 8