ทั่วโลกยกย่อง “ประเทศไทย” ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก” ชี้ไทยควรมองฮาลาลเป็นเรื่องความปลอดภัยของทุกคนทั่วโลก เพื่อเพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          ประเทศไทย โดย "ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ได้มุ่งมั่นที่จะสร้างความก้าวหน้าและพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล เทคโนโลยี และนวัตกรรมฮาลาลอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับและยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นที่หนึ่งในด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล และยังได้รับการประกาศเกียรติคุณว่าเป็นหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกในโลก ซึ่งทำให้ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศโลกมุสลิม และประเทศที่ไม่ใช่โลกมุสลิมต้องให้ความสนใจถือเป็นต้นแบบในด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล
          เฉกเช่นราชอาณาจักรบาห์เรน โดย ฯพณฯ มร.ซาเยด อาร์. อัลซายานี (H.E. Mr. Zayed R. Alzayani) รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และการท่องเที่ยว ราชอาณาจักบาห์เรน พร้อมคณะได้เป็นเกียรติเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลฯ ในโอกาสที่เดินทางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคง ทางด้านอาหาร การค้า และการลงทุนในผลิตภัณฑ์และโภคภัณฑ์การเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล ซึ่งได้ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ
          รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศมุสลิมทั่วโลกได้ตระหนักว่า การเป็นประเทศมุสลิมของเขาทำให้เขามองพลาด โดยที่เข้าใจว่า อะไรก็ปลอดภัย แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่ เพราะในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ มีการป่นเปื่อนมากมาย แต่ถ้าเราจะพิสูจน์ให้ได้ว่า วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการป่นเปื่อนอะไรนั้น เราต้องใช้หลักการของ "วิทยาศาสตร์" ในการตรวจสอบ แต่สำหรับประเทศไทย โดย "ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เราได้ตระหนักถึงประเด็นสำคัญในเรื่องนี้เป็นที่แรกของโลก จึงได้ก่อตั้ง ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2538 โดยพัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาลขึ้น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคทั้งมุสลิมและมิใช่มุสลิม ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลฯ เราได้สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี โดยในขณะนี้ยังไม่มีประเทศไหนที่สามารถตรวจผลิตภัณฑ์ได้เกินแสนผลิตภัณฑ์ แต่สำหรับศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลฯ นั้นสามารถตรวจผลิตภัณฑ์ตรวจไปแล้วกว่า 120,000 ผลิตภัณฑ์ จึงทำให้ซึ่งเราเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกว่าเป็นที่หนึ่งในเรื่องการตรวจสอบความปลอดภัยด้านฮาลาล การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล และการพัฒนาระบบในการสร้างความปลอดภัยด้านฮาลาล จนกลายเป็นต้นแบบที่ประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศโลกมุสลิมและประเทศที่ไม่ใช่โลกมุสลิมต้องให้ความสนใจในการขอเข้าศึกษาดูงานและอบรมด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล อาทิ เช่น ปากีสถาน อุซเบกิสถาน มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ตุรกี รวมถึง ญี่ปุ่น กัมพูชา สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมัน
          ซึ่งด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการผลิตอาหารฮาลาลให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานอาหารฮาลาลที่กำหนดไว้ตามหลักการของศาสนาอิสลาม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของ Codex ที่ให้ทั้งความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคและเป็นผลิตภัณฑ์อาหารส่งออกที่มีคุณภาพ ตามนโยบายที่จะให้อาหารฮาลาลในประเทศไทยสู่ครัวโลก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมองผลิตภัณฑ์ฮาลาลเสียใหม่ เพราะถ้าเปรียบเทียบแล้วไทยยังส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลน้อยถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้ถูกมองเห็นว่าตลาดฮาลาลนั้นเป็นตลาดเล็ก เช่น ไทยมองตลาดฮาลาลอยู่ที่ 17% ของตลาดอาหารโลก แต่สำหรับประเทศเยอรมันมองตลาดฮาลาลอยู่ที่ 89 % หรือ Halal for all ส่วนไทยมองว่าเป็น Halal for Muslim เราจึงควรเร่งพัฒนาและให้ความรู้ว่าฮาลาลเป็นเรื่องของความปลอดภัยของทุกๆ คนทั่วโลก เพราะปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชากรมุสลิมมีการกำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด คาดว่าในปี 2030 จะมีจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกกว่า 2,200 ล้านคน คิดเป็น26.4% ของประชากรทั้งโลก จากปัจจุบันมีอยู่ 2,000 ล้านคนหรือ 25% ซึ่งถ้าไทยให้ความสำคัญในเรื่องของเครื่องหมายฮาลาล การส่งออกของไทยก็จะสามารถขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด เพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้อย่างมากเลยทีเดียว รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน กล่าวปิดท้าย
ทั่วโลกยกย่อง “ประเทศไทย” ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก” ชี้ไทยควรมองฮาลาลเป็นเรื่องความปลอดภัยของทุกคนทั่วโลก เพื่อเพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
 
ทั่วโลกยกย่อง “ประเทศไทย” ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก” ชี้ไทยควรมองฮาลาลเป็นเรื่องความปลอดภัยของทุกคนทั่วโลก เพื่อเพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
 
ทั่วโลกยกย่อง “ประเทศไทย” ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก” ชี้ไทยควรมองฮาลาลเป็นเรื่องความปลอดภัยของทุกคนทั่วโลก เพื่อเพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
ทั่วโลกยกย่อง “ประเทศไทย” ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก” ชี้ไทยควรมองฮาลาลเป็นเรื่องความปลอดภัยของทุกคนทั่วโลก เพื่อเพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
 
 
 
 
 
 

ข่าวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย+ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลวันนี้

'ศศินทร์' จับมือ 'SCGC' เดินหน้าจัดแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2026 พร้อมปั้นสตาร์ตอัปสู่เวทีโลก ขับเคลื่อน Ecosystem รับยุค AI

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ผู้จัดงานการแข่งขันประกวดแผนธุรกิจ Bangkok Business Challenge 2026 Powered by SCGC ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย (KBank) และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมด้วย Ecosystem Partner ได้แก่ 2C2P, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บริษัท สราญรมย์เค

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 มหาวิทย... จุฬาฯ ครองอันดับ 1 ของไทย THE Asia University Rankings 2026 — จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย จากผลการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาที่ดีที่สุด...

นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จ... "เยลลี่ดูแลช่องปากแมว" ผลงานนิสิตคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ คว้าทุน TED Youth Startup Fund — นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล...

หากพูดถึงเทรนด์อาหารที่มาแรงที่สุดในยุคนี... ความลับ "หมาล่า" รสชาติเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์กับเสน่ห์วัฒนธรรมการกินจากแดนมังกร — หากพูดถึงเทรนด์อาหารที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "หมาล่า" ได...

จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจ... 1 พ.ค. 69 จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจสุขภาพฟรี! — จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจสุขภาพฟรี 1 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การดำเนินงานของ PM...