"ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา LTF ทั้ง 4 กองทุน ได้แก่ KDLTF, K70LTF, KGLTF และ K20SLTF จ่ายปันผลไปแล้วรวม 2 ครั้ง โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยที่ 4.28-5.60% ต่อปี ส่วนกองทุน K-PROP มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 11.63% และจ่ายปันผลไปแล้วรวม 3 ครั้ง (ที่มา Bloomberg: ณ วันที่ 4 มี.ค. 62)" นางสาวธิดาศิริกล่าว
ด้านผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือนของกองทุน K20SLTF, KDLTF และ KGLTF ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ -4.03%, -4.67% และ -3.00% ตามลำดับ เทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน(SET TRI) ซึ่งอยู่ที่ -3.13% ขณะที่กองทุน K70LTF ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ -3.16% เทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน -1.77% ส่วนกองทุน K-PROP ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 4.63% เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 4.27% (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 62)
สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในตลาดหุ้นไทย นางสาวธิดาศิริ กล่าวว่า SET Index ปรับขึ้นต่อเนื่องจากช่วงต้นปี โดยมีปัจจัยหลักคือ การส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ช่วยลดความกังวลต่อสภาพคล่องโลกตึงตัว และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ประกอบกับการกำหนดวันเลือกตั้งชัดเจนของไทยส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม ขณะที่ความคืบหน้าเชิงบวกของการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ล่าสุดมีการเลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีจาก 10% เป็น 25% จากกำหนดเดิม 1 มี.ค. 62 ออกไปโดยไม่มีกำหนด ส่งผลให้ความกังวลเรื่องผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกลดลง
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งของไทยที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนมี.ค.นี้ การเจรจาเรื่อง Brexit ก่อนกำหนดเส้นตายช่วงปลายเดือนมี.ค. และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมไปถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่า ในระยะสั้น SET Index จะปรับตัวผันผวนในช่วง 1600-1680 จุด และยังคงเป้าหมาย SET Index ณ สิ้นปี 2562 ที่ระดับ 1750 จุด ด้วย Forward PE ปี 2562 ที่ 15.7 เท่า
ส่วนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ มองว่า REIT กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน มีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลายการขึ้นดอกเบี้ยและการปรับลดงบดุล ทั้งนี้ สินทรัพย์ประเภทนี้ยังให้ผลตอบแทนที่ดีและผันผวนน้อยกว่าหุ้น จึงเหมาะสมสำหรับการลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำในภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยยังมีมุมมองบวกต่อการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยและสิงคโปร์ ซึ่งอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งในไทยและสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 5-6% ซึ่งสูงเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม
ผู้ที่สนใจลงทุนใน กองทุน KDLTF กองทุน K70LTF กองทุน KGLTF กองทุน K20SLTF และกองทุน K-PROP สามารถขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือลงทุนผ่าน K-My Funds หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888
|
กองทุน |
รอบผลการดำเนินงาน |
อัตราเงินปันผล (บาท/หน่วย) |
|
KDLTF |
1 กันยายน 2561 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 |
0.13 |
|
K70LTF |
1 กันยายน 2561 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 |
0.13 |
|
KGLTF |
1 กันยายน 2561 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 |
0.12 |
|
K20SLTF |
1 กันยายน 2561 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 |
0.11 |
|
K-PROP |
1 มิถุนายน 2561- 28 กุมภาพันธ์ 2562 |
0.54 |
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ